Chapter 64
กึกกัก....กึกกัก.....
เสียงโต๊ะเคลื่อนไปมาในห้องสี่เหลี่ยม พร้อมกับเสียงลมหายใจหอบถี่ของบุคคลที่ทำกิจกรรมยามว่างอยู่ในนั้น
เล็บเล็กจิกลงบนไหล่แกร่งของอีกคนแน่นและหลับตาปี๋ เลือดพลุ่งพล่านไปทั่วร่างกายไม่สามารถยับยั้งได้อีกต่อไปแล้ว
‘’อื้อ....อ้ะ’’
เท้าเล็กบิดเกร็งเมื่ออีกคนขยับสะโพกเร็วขึ้นอีก
แฟ้มงานที่อยู่บนโต๊ะต่างล่วงหล่นมากองบนพื้น
แขนหนารั้งเอวของคนตัวเล็กไว้แน่นพร้อมกับกดจูบไปทั่วซอกคอขาว
เสียงครางอื้ออึงของนัมอูฮยอนดังอยู่ใกล้ๆหูของเขาเมื่อแก่นกายของคิมซองกยูกระทั้นเข้าออกทุกครั้ง
‘’ใกล้แล้วอูฮยอนอา....’’
‘’อ้ะ แรงอีก....ฮื่ออ ~’’
สะโพกหนากระทั้นเข้าออกอย่างจังจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันเร็วถี่
โต๊ะไม้ที่โยกเย้าไปมาอยู่แล้วยิ่งตอนนี้ยิ่งเคลื่อนแรงขึ้นไปอีกเหมือนว่าจะหักถ้าไม่ติดว่าโต๊ะไม้ตัวนี้คิมซองกยูสั่งทำมาอย่างดีและแข็งแรงทนทานไม่สามารถพังได้ง่ายๆ
ร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแผดเสียงครางออกมาสุดเสียงเมื่อตัวเองรู้สึกซ่าบซ่านไปทั่วร่างกาย
มือบางปัดป่ายไปทั่วแผ่นหลังของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า คนตัวบางร่างกายปลิวไปมาตามแรงดันของอีกคนที่ส่งมาให้
‘’อ๊า!!!!....’’
‘’แฮ่ก....แฮ่ก...’’
เมื่อถึงจุดสูงสุดคิมซองกยูก็หยุดการกระทำทุกอย่างลงทันที
ท่อนแขนแกร่งอุ้มคนรักให้นั่งลงบนเก้าอี้ทำงานของตัวเองก่อนจะจัดการใส่กางเกงให้เรียบร้อย
นัมอูฮยอนเหงื่อโชกกายลมหายใจหอบถี่อยู่เหมือนคนวิญญานหลุดออกจากร่างไปแล้ว
ยิ่งอายุมากขึ้นก็ไม่แข็งแรงเหมือนเดิมแล้วสินะ
‘’เดี๋ยวพี่ไปพานอนนะ’’
‘’ไม่เป็นไรครับ
แค่เหนื่อยนิดหน่อยเดี๋ยวก็หายแล้ว’’
รอยยิ้มเล็กผุดขึ้นให้อีกคนเห็นก่อนจะยันตัวเองยืนขึ้นและหยิบเสื้อผ้าที่อีกคนยื่นมาให้ก่อนจะจัดการใส่ให้เรียบร้อย
คิมซองกยูจูบหน้าผากของผมทีนึงและจัดการทำงานที่ค้างของตัวเองต่อ
ผมมองอีกคนนิ่งๆและก็ลากขาตัวเองออกมาด้านนอก
‘’เห้ย!!! มาตั้งแต่เมื่อไหร่’’
‘’ก็นานมากพอที่จะได้ยินเสียงพ่อกับแม่
-0-‘’
‘’หยุด!! อย่าพูดเด็ดขาด ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียนนี่ลูกกลับมาก่อนทำไม’’
‘’แม่บอกให้ผมโดดได้หนึ่งวิชาไม่ใช่หรอ
ผมเลยไม่อยากเรียนคาบสุดท้าย’’
ผมตกใจมากเมื่อเปิดประตูออกมาและพบมยองซูยืนอยู่หน้าห้อง
ขาเล็กพาตัวเองเข้ามาในครัวและหาน้ำเย็นดื่มเนื่องจากใช้เสียงมากเกินไป
ลูกชายหัวเราะและโยนโกนกล้องถ่ายรูปที่ผมเพิ่งให้เงินเขาไปซื้อเมื่ออาทิตย์ที่แล้วมาให้
‘’น่ารักไหม’’
‘’ใครหรอ’’
ผมถามเขาในขณะมองรูปเด็กผู้ชายที่อยู่ในรูป
เด็กคนนี้น่าตาเหมือนผู้หญิงเลยแฮะ แก้มแดงปากชมพูเชียว คนในกล้องมองกล้องด้วยสีหน้าเขินอาย
แล้วเขาเอามาให้ผมดูทำไม หรือว่าจะชอบน้องคนนี้กัน
‘’ลีซองจง
รุ่นน้องที่โรงเรียน’’
‘’ไปถ่ายรูปเขามา
หมายความว่าไงกัน’’
‘’........’’
มยองซูไม่ตอบแต่ทำหน้าเฉยๆแทน
ผมยิ้มให้กับเด็กชายในรูปอย่างเอ็นดูก่อนจะส่งกล้องคืนเขา
ถ้าไม่ชอบเขาแล้วจะถ่ายรูปมาทำไม คิดว่าแม่ไม่รู้ใช่ไหมฮิฮิ
‘’น่ารักนะ
อย่าปล่อยให้หลุดมือล่ะ’’
‘’แม่พูดอะไร
ผมแค่ถ่ายมาให้ดู’’
‘’หร้อออออ’’
‘’ไม่คุยกับแม่แล้ว’’
ผมทำเสียงสูงแกล้งเขา
มยองซูทำหน้าหงุดหงิดก่อนจะเดินหนีขึ้นห้องตัวเองไป
เขาไม่เคยชอบใครหรือถ่ายรูปใครมาให้ผมดู แปลว่าลูกชายสุดที่รักของผมกำลังฝึกที่จะเรียนรู้เรื่องความรักสินะ
สมัยผมเรียนหนังสือถ้าได้คบกับรุ่นพี่หน้าตาดีสักคนที่โรงเรียนนี้จะเจ๋งมากเลย >//< พูดแล้วอยากกลับไปเรียน ม.ปลายใหม่อีกครั้ง
‘’คุณนัมอูฮยอนคะ
ป้าเห็นโสมแดงมันขายอยู่ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ป้าเลยซื้อมาฝากคุณซองกยูช่วยมาดูให้หน่อยได้มั้ยคะว่าคุณซองกยูชอบแบบนี้ไหม’’
‘’ได้ครับป้า ไหนขอผมดูหน่อย’’
สบัดความคิดที่จะกลับไปเป็นเด็กออกจากหัวและหันไปสนใจเสียงผู้สูงอายุที่เอ่ยพูดขึ้นมาด้านหลังก่อนจะหันไปดู
ป้าคนนี้เขาชอบซื้อของมาฝากผมกับซองกยูบ่อยๆ แบบเวลาเห็นอะไรที่ซองกยูหรือผมชอบกินเขาก็จะซื้อมาฝาก
น่ารักแบบนี้ไงผมจึงให้เขามาอยู่ที่บ้านด้วยกันและนับถือเหมือนญาติผู้ใหญ่คนนึง
‘’ซองกยูเขากินหมดแหล่ะครับ
มีอะไรบ้างที่เป็นสมุนไพรแล้วเขาไม่กิน’’
‘’นินทาอะไรไอเมียบ้า’’
‘’นินทาอะไรเล่า
ป่าวสักหน่อย’’
เสียงทุ้มดังขึ้นมาจากไกลผมหยิบกิ่งโสมแล้วชูไปให้เขาดู
ป้าโบมีหัวเราะเบาๆก่อนจะเตรียมอุปกรณ์สำหรับทำอาหารเย็นเหมือนไม่อยากรบกวนเวลาสองสามีภรรยาที่อยู่ด้วยกัน
มือหนาจับหัวผมโยกไปมาก่อนจะกอดเอวผมไว้ เขาไม่อายคนรึไง เราไม่ได้อยู่กันสองคนนะ T^T
‘’ขอบคุณนะครับป้า’’
‘’ไม่เป็นไรค่ะ
คุณซองกยูต้องดูแลสุขภาพตัวเองดีๆป้าเป็นห่วง’’
‘’ป้าน่ารักจัง
น่ารักกว่าอูฮยอนอีก’’
ศอกเล็กทุ้งเข้าท้องของอีกคนเบาๆเชิงงอน
ผมดูแลเขาไม่ดีตรงไหน เชอะ!!!! ซองกยูยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหอมแก้มผมฟอดใหญ่
มันก็ทำให้ผมงอนเขาไม่ถึงหกสิบวินาทีล่ะนะ
‘’มยองซูไปไหนล่ะ’’
‘’ขึ้นไปบนห้องแล้ว’’
‘’มันไม่คิดจะสวัสดงสวัสดีพ่อมันเลยใช่ไหม’’
‘’เขาเรียนหนังสือมาเหนื่อยๆ
ปล่อยเขาเถอะ’’
หาความดีใส่ลูกและเพยิดให้อีกคนมาช่วยกันจัดผักตรงหน้า
เขาไม่สวัสดีไม่ได้แปลว่าลูกไม่รักสักหน่อย ผมดูก็รู้ว่ามยองซูรักพ่อเขาจะตาย
เพราะรู้ว่าเขารักพ่อมากเขาผมจึงไม่คิดจะพูดเรื่องมันค้างคาในใจเมื่อสิบปีก่อนให้เขาหรือมยองซูฟังเลย
เรื่องบางเรื่องมันผ่านมาแล้ว
ความจริงที่ไม่สมควรรู้ ก็ไม่ต้องรู้นั่นแหล่ะดีที่สุด
.
.
.
.
.
.
.
‘’ต้องโทรหาพี่บ่อยๆ ถ้าไม่โทรชีวิตที่โรงเรียนอย่าหวังว่าจะสงบสุข’’
โต๊ะอาหารมีเสียงคุยกันเจี้ยวจ้าวตามประสา
ผมมองไปยังลูกชายที่หันหน้าไปทางอื่นและคุยโทรศัพท์ในโลกส่วนตัวของเขาเอง เขาบังคับใครให้โทรหา
สงสัยจะเป็นรุ่นน้องในกล้องแน่ๆ แต่ถ้าเขาไม่ยอมวางและหันมากินข้าวดีๆ
ตาแก่ขี้โมโหต้องโวยวายแน่ๆ
‘’มยองซูวางก่อน’’
‘’แค่นี้นะ....ครับแม่’’
เขาพูดใส่ปลายสายครั้งสุดท้ายก่อนจะวางและหันมากินตามปกติ การทานอาหารเย็นเริ่มขึ้นแบบเงียบๆอย่างที่เป็นแบบทุกวัน
สามีที่นั่งข้างๆยังทำหน้าที่น่ารักๆของตัวเองแบบทุกครั้งโดยการตักนั้นตักนี้ให้ผม
มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงปัจจุบันมีใครจะหาสามีได้เท่าผมอีกมั้ย
‘’มยองซูกินข้าวเยอะๆล่ะลูก’’
‘’พ่อเหมือนกัน’’
ต่างคนต่างพูดโดยไม่มองหน้ากันแต่ก็เรียกยิ้มของผมกับป้าโบมีได้อย่างดี
เวลาซองกยูชวนลูกชายไปงานสังคมเขาก็ไม่เคยปฎิเศธ ไปไหนไปหมด ถ้าคนไม่ชอบขี้หน้ากันเขาคงไม่ทำแบบนี้หรอกจริงมั้ย
การทานอาหารเย็นของครอบครัวผ่านไปสักพัก คิมซองกยูขอตัวเข้าไปทำงานต่อ
มยองซูจ้องโทรศัพท์ตัวเองเหมือนรออะไรสักอย่างแล้วก็ขอตัวขึ้นไปบนห้อง
ส่วนผมก็ไปช่วยป้าโบมีล้างจานในครัว
‘’คุณนัมอูฮยอนคะ
หนูมยองซูเขากำลังมีความรักรึป่าว’’
‘’ทำไมคิดแบบนั้นล่ะครับป้า’’
‘’ก็เห็นหนูมยองซูจ้องโทรศัพท์ตลอดเลย
กำลังรอใครโทรมาแน่ๆ’’
ผมหัวเราะกับป้าในครัวเสียงดัง
ผมเล่าให้ป้าฟังว่าลูกชายตัวดีเอารูปเด็กน้อยน่ารักมาให้ดู
ผมว่าเขาคงจะถูกตาต้องใจกับเด็กคนนั้นนั่นแหล่ะ
หรือบางทีเขาอาจจะแค่ชอบแปปเดียวแล้วก็เบื่อ
‘’ถ้ามีคงจะมาเปิดตัวเร็วๆนี้แหล่ะครับ
ลูกชายผมจีบหนุ่มเก่งอยู่แล้ว’’
.
.
.
.
.
.
.
.
MYUNGSOO PART
สายตาคมจ้องมองไปยังโทรศัพท์เครื่องหรูที่นอนแอ้งแม่งอยู่บนเตียง
ผมบอกให้เขาโทรหาบ่อยๆไง ทำไมถึงไม่โทรมานะ หรือคิดอยากจะลองดี คนในโรงเรียนกลัวผมเขาก็น่าจะกลัวด้วยสิ
การที่เราเจอกันครั้งแรกรุ่นน้องเหมือนจะผวาที่เจอผมซะด้วยซ้ำ ถ้าไม่โทร โทรเองก็ได้
ตู๊ด.....ตู๊ด....
[ฮัลโหล]
‘’ทำไมไม่โทรหาพี่’’
[ผมต้องโทรหาพี่ตลอดเวลาเลยหรอ?]
‘’........’’
[ทำไมผมต้องโทรหาพี่ด้วยล่ะ?]
‘’อยากได้ยินเสียง
ไม่ได้รึไง’’
อะไรที่ทำให้ผมพูดแบบนั้นออกไปก็ไม่รู้
ก็มันไม่รู้จริงๆ แค่เจอหน้าครั้งแรกก็สะดุดตายิ่งน้ำหอมที่เขาฉีดแล้วมาแตะจมูกผมอีก
มันยังไงล่ะ ติดใจ ใช้คำนี้ถูกหรือป่าว ปลายสายเงียบไปทำให้ผมสงสัย
คนส่วนมากชอบให้ผมพูดแบบนี้นะ ทำไมเขาไม่ชอบหรอ ?
‘’เงียบทำไมลีซองจง’’
[ปะ ป่าว
ทำไมพี่อยากได้ยินเสียงผมล่ะ]
‘’ไม่รู้ แค่นี้นะ’’
[ฮะ....พี่แอล]
นิ้วเรียวจิ้มกดหน้าจอทัชสกรีนวางสายอีกคนทันที
ใจเต้นเร็วเมื่ออีกคนยิงคำถามมาให้ นั่นสิทำไมผมต้องการได้ยินเสียงของเขาด้วย
เราเพิ่งเจอกันครั้งแรกนี่นา หน้าตาสวยขนาดนั้นใครๆก็อยากได้มาครอบครองจริงมั้ย
ตุ๊กตาตัวขาวอมชมพูน่ารัก แค่ผิวพันธ์ภายนอกยังนุ่มนวล แล้วภายในล่ะ
ไม่อยากจะคิด.....
.
.
.
.
.
.
.
‘’ซองกยูจ๋า
มานอนได้แล้วน้า’’
‘’จ้าเมีย
รอตรงนั้นเดี๋ยววิ่งไปๆ’’
ผมยืนตรงหน้าประตูและส่งแต่หัวเข้าไปในห้อง
คำพูดจาหวานจนหมดขึ้นทำให้อีกคนยิ้มจนตาปิดและรีบปิดโน๊ตบุ๊คเครื่องสวยของตัวเองทันที
ผมยืนรอเขาตามที่บอก ไม่นานนักคนตัวสูงก็วิ่งมาแล้วอุ้มผมลอยขึ้น
เขาคิดว่าเราคือหนุ่มสาวหรอ อยากกระดูกหักหรือไง =_=
‘’พี่ครับ
เดี๋ยวก็เจ็บหลังหรอกผมตัวหนักนะ’’
‘’งานออกแรงมากกว่านี้ยังทำมาแล้ว
อุ้มแค่นี้ไม่ตายหรอกนา’’
อีกคนตอบแบบส่งๆแล้วก็วางผมให้ยืนบนพื้นตามปกติก่อนจะเดินขึ้นห้องด้วยกัน
มือเล็กจับมือหนาประสานนิ้วกันแน่น เลือดสูบฉีดไปทั่วร่างกายเหมือนได้ยาชูกำลัง
เมื่อถึงห้องผมก็ทิ้งตัวนอนบนเตียงกว้าง ได้เวลานอนแล้วสินะ ง่วงนอนจังเลยย
‘’อ้ะ...พี่ครับ’’
‘’ตัวหอมจังเลยเมียใครไม่รู้
หอมๆๆๆๆ’’
เขาพุ่งเข้ามากอดผมจากด้านหลังแน่น จมูกโด่งพรมจูบไปทั่วซอกคอขาวอย่างเอาแต่ใจ
จั๊กจี๊จะตายอยู่แล้วเนื้ย มือเล็กดันอีกคนออก
แต่เขาแรงเยอะกว่าผมจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยให้เลยตามเลย เขาเหนื่อยเขาก็หยุดเองแหล่ะ
‘’พี่ครับ ผมยาวแล้วนะ’’
‘’ตัดให้หน่อยสินะ’’
‘’ไม่อยากมีทรงผมเหมือนคนปกติล่ะสิถึงให้ผมตัดให้น่ะ’’
นิ้วเล็กคีบจมูกอีกคนเบาๆแล้วสบัดไปมา
คิมซองกยูยิ้มกว้างก่อนจะก้มหน้ามาจุ้บปากผมเบาๆ เขานี่น่ารักจริงๆเลย เวลาอ้อนก็ทำเขินตายได้เลยนะเนื้ย
ผมจัดทรงผมเขาให้เรียบร้อยก่อนจะดึงแก้มย้วยๆของอีกคนเข้ามาหอมให้ชื่นใจ
นานเท่าไหร่แล้วที่เราไม่ได้เล่นกันแบบนี้เหมือนแต่ก่อน
‘’พรุ่งนี้ไปตัดผมกันนะ’’
‘’ครับผม นอนกันเถอะ’’
‘’วันนี้ผมนอนกอดพี่นะ
พี่ต้องมานอนตรงนี้’’
ร่างเล็กหันตะแคงก่อนจะยกวงแขนขึ้นให้อีกคนเข้ามาซุกในอ้อมกอด
ผมชอบนอนกอดมยองซูในท่านี้ มันเหมือนว่าผมกำลังดูแลเด็กคนนึงให้ปลอดภัยในอ้อมอกของผม
คิมซองกยูยิ้มเขินก่อนจะกระเถิบตัวเข้ามาให้ผมกอด ท่อนแขนแกร่งกอดเอวผมแน่นใบหน้าหล่อซบลงบนอกอุ่น
คางมนได้รูปตั้งลงบนศรีษะของอีกคนพลางลูบหัวเขาไปมา นี้หรือคนอายุ 44
‘’ไม่อยากแก่เลย’’
‘’เราก็ไม่ได้แก่นี่ครับ
เรายังสามารถทำในสิ่งที่เราอยากทำได้อยู่’’
‘’ก็ไม่ชอบอยู่ดี’’
‘’ไม่ดีหรอ
ยิ่งเราแก่ด้วยกันมากขึ้น ก็เหมือนมันบอกเวลาว่าเรารักกันมานานแค่ไหนนะ’’
อีกคนเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะมองหน้าผมนิ่ง
ก็ผมคิดแบบนั้นจริงๆ ถ้าเราแก่ตายไปด้วยกันได้ยิ่งดี ภาพผมกับเขานั่งจับมือกันอยู่ตรงหน้าบ้าน
มองดูสภาพแวดล้อมตรงหน้าโดยไม่ต้องกังวลเรื่องราวอะไรในสังคมอีกแล้ว แค่รอวันตาย
วันที่เราจะตายไปพร้อมกัน
‘’ชาติหน้าเธอเกิดมาเป็นคนที่พี่รักอีกได้ไหมนัมอูฮยอน’’
‘’ขอร้องพระเจ้าสิครับ
ผมก็ขอร้องพระเจ้าให้เกิดมาเจอพี่อีกเหมือนกัน’’
‘’พี่รักเรานะ’’
‘’ผมก็รักพี่เหมือนกัน
ตาแปะน้อยย’’
กลีบปากสวยทาบทับลงบนกลุ่มผมอีกคนเบาๆก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น
รอยยิ้มแห่งความสุขผุดขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้
ชาตินี้เราเกิดมาใช้ชีวิตด้วยกันแล้ว ชาติหน้าขอเกิดมาร่วมเวรร่วมกรรมกันอีกจะเป็นไรไป
ต่อให้ต้องเจอเรื่องเลวร้ายแค่ไหน
ถ้าได้เดินจับมือพร้อมกับคิมซองกยูไป
ผมก็ไม่กลัวอะไรบนโลกนี้หรอกนะ....
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ติดตามตอนต่อไป...