วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ตาขีด Chapter 64 *leadnum*

Chapter 64



กึกกัก....กึกกัก.....



     เสียงโต๊ะเคลื่อนไปมาในห้องสี่เหลี่ยม พร้อมกับเสียงลมหายใจหอบถี่ของบุคคลที่ทำกิจกรรมยามว่างอยู่ในนั้น เล็บเล็กจิกลงบนไหล่แกร่งของอีกคนแน่นและหลับตาปี๋ เลือดพลุ่งพล่านไปทั่วร่างกายไม่สามารถยับยั้งได้อีกต่อไปแล้ว



‘’อื้อ....อ้ะ’’



       เท้าเล็กบิดเกร็งเมื่ออีกคนขยับสะโพกเร็วขึ้นอีก แฟ้มงานที่อยู่บนโต๊ะต่างล่วงหล่นมากองบนพื้น แขนหนารั้งเอวของคนตัวเล็กไว้แน่นพร้อมกับกดจูบไปทั่วซอกคอขาว เสียงครางอื้ออึงของนัมอูฮยอนดังอยู่ใกล้ๆหูของเขาเมื่อแก่นกายของคิมซองกยูกระทั้นเข้าออกทุกครั้ง



‘’ใกล้แล้วอูฮยอนอา....’’
‘’อ้ะ แรงอีก....ฮื่ออ ~’’



       สะโพกหนากระทั้นเข้าออกอย่างจังจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันเร็วถี่ โต๊ะไม้ที่โยกเย้าไปมาอยู่แล้วยิ่งตอนนี้ยิ่งเคลื่อนแรงขึ้นไปอีกเหมือนว่าจะหักถ้าไม่ติดว่าโต๊ะไม้ตัวนี้คิมซองกยูสั่งทำมาอย่างดีและแข็งแรงทนทานไม่สามารถพังได้ง่ายๆ  ร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแผดเสียงครางออกมาสุดเสียงเมื่อตัวเองรู้สึกซ่าบซ่านไปทั่วร่างกาย มือบางปัดป่ายไปทั่วแผ่นหลังของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า คนตัวบางร่างกายปลิวไปมาตามแรงดันของอีกคนที่ส่งมาให้



‘’อ๊า!!!!....’’
‘’แฮ่ก....แฮ่ก...’’



        เมื่อถึงจุดสูงสุดคิมซองกยูก็หยุดการกระทำทุกอย่างลงทันที ท่อนแขนแกร่งอุ้มคนรักให้นั่งลงบนเก้าอี้ทำงานของตัวเองก่อนจะจัดการใส่กางเกงให้เรียบร้อย นัมอูฮยอนเหงื่อโชกกายลมหายใจหอบถี่อยู่เหมือนคนวิญญานหลุดออกจากร่างไปแล้ว ยิ่งอายุมากขึ้นก็ไม่แข็งแรงเหมือนเดิมแล้วสินะ



‘’เดี๋ยวพี่ไปพานอนนะ’’
‘’ไม่เป็นไรครับ แค่เหนื่อยนิดหน่อยเดี๋ยวก็หายแล้ว’’



       รอยยิ้มเล็กผุดขึ้นให้อีกคนเห็นก่อนจะยันตัวเองยืนขึ้นและหยิบเสื้อผ้าที่อีกคนยื่นมาให้ก่อนจะจัดการใส่ให้เรียบร้อย คิมซองกยูจูบหน้าผากของผมทีนึงและจัดการทำงานที่ค้างของตัวเองต่อ ผมมองอีกคนนิ่งๆและก็ลากขาตัวเองออกมาด้านนอก



‘’เห้ย!!! มาตั้งแต่เมื่อไหร่’’
‘’ก็นานมากพอที่จะได้ยินเสียงพ่อกับแม่ -0-‘’
‘’หยุด!! อย่าพูดเด็ดขาด ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียนนี่ลูกกลับมาก่อนทำไม’’
‘’แม่บอกให้ผมโดดได้หนึ่งวิชาไม่ใช่หรอ ผมเลยไม่อยากเรียนคาบสุดท้าย’’



       ผมตกใจมากเมื่อเปิดประตูออกมาและพบมยองซูยืนอยู่หน้าห้อง ขาเล็กพาตัวเองเข้ามาในครัวและหาน้ำเย็นดื่มเนื่องจากใช้เสียงมากเกินไป ลูกชายหัวเราะและโยนโกนกล้องถ่ายรูปที่ผมเพิ่งให้เงินเขาไปซื้อเมื่ออาทิตย์ที่แล้วมาให้



‘’น่ารักไหม’’
‘’ใครหรอ’’



     ผมถามเขาในขณะมองรูปเด็กผู้ชายที่อยู่ในรูป เด็กคนนี้น่าตาเหมือนผู้หญิงเลยแฮะ แก้มแดงปากชมพูเชียว คนในกล้องมองกล้องด้วยสีหน้าเขินอาย แล้วเขาเอามาให้ผมดูทำไม หรือว่าจะชอบน้องคนนี้กัน



‘’ลีซองจง รุ่นน้องที่โรงเรียน’’
‘’ไปถ่ายรูปเขามา หมายความว่าไงกัน’’
‘’........’’



      มยองซูไม่ตอบแต่ทำหน้าเฉยๆแทน ผมยิ้มให้กับเด็กชายในรูปอย่างเอ็นดูก่อนจะส่งกล้องคืนเขา ถ้าไม่ชอบเขาแล้วจะถ่ายรูปมาทำไม คิดว่าแม่ไม่รู้ใช่ไหมฮิฮิ



‘’น่ารักนะ อย่าปล่อยให้หลุดมือล่ะ’’
‘’แม่พูดอะไร ผมแค่ถ่ายมาให้ดู’’
‘’หร้อออออ’’
‘’ไม่คุยกับแม่แล้ว’’



        ผมทำเสียงสูงแกล้งเขา มยองซูทำหน้าหงุดหงิดก่อนจะเดินหนีขึ้นห้องตัวเองไป เขาไม่เคยชอบใครหรือถ่ายรูปใครมาให้ผมดู แปลว่าลูกชายสุดที่รักของผมกำลังฝึกที่จะเรียนรู้เรื่องความรักสินะ สมัยผมเรียนหนังสือถ้าได้คบกับรุ่นพี่หน้าตาดีสักคนที่โรงเรียนนี้จะเจ๋งมากเลย >//< พูดแล้วอยากกลับไปเรียน ม.ปลายใหม่อีกครั้ง



‘’คุณนัมอูฮยอนคะ ป้าเห็นโสมแดงมันขายอยู่ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ป้าเลยซื้อมาฝากคุณซองกยูช่วยมาดูให้หน่อยได้มั้ยคะว่าคุณซองกยูชอบแบบนี้ไหม’’
‘’ได้ครับป้า ไหนขอผมดูหน่อย’’



      สบัดความคิดที่จะกลับไปเป็นเด็กออกจากหัวและหันไปสนใจเสียงผู้สูงอายุที่เอ่ยพูดขึ้นมาด้านหลังก่อนจะหันไปดู ป้าคนนี้เขาชอบซื้อของมาฝากผมกับซองกยูบ่อยๆ แบบเวลาเห็นอะไรที่ซองกยูหรือผมชอบกินเขาก็จะซื้อมาฝาก น่ารักแบบนี้ไงผมจึงให้เขามาอยู่ที่บ้านด้วยกันและนับถือเหมือนญาติผู้ใหญ่คนนึง



‘’ซองกยูเขากินหมดแหล่ะครับ มีอะไรบ้างที่เป็นสมุนไพรแล้วเขาไม่กิน’’
‘’นินทาอะไรไอเมียบ้า’’
‘’นินทาอะไรเล่า ป่าวสักหน่อย’’



      เสียงทุ้มดังขึ้นมาจากไกลผมหยิบกิ่งโสมแล้วชูไปให้เขาดู ป้าโบมีหัวเราะเบาๆก่อนจะเตรียมอุปกรณ์สำหรับทำอาหารเย็นเหมือนไม่อยากรบกวนเวลาสองสามีภรรยาที่อยู่ด้วยกัน มือหนาจับหัวผมโยกไปมาก่อนจะกอดเอวผมไว้ เขาไม่อายคนรึไง เราไม่ได้อยู่กันสองคนนะ T^T



‘’ขอบคุณนะครับป้า’’
‘’ไม่เป็นไรค่ะ คุณซองกยูต้องดูแลสุขภาพตัวเองดีๆป้าเป็นห่วง’’
‘’ป้าน่ารักจัง น่ารักกว่าอูฮยอนอีก’’



     ศอกเล็กทุ้งเข้าท้องของอีกคนเบาๆเชิงงอน ผมดูแลเขาไม่ดีตรงไหน เชอะ!!!! ซองกยูยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหอมแก้มผมฟอดใหญ่ มันก็ทำให้ผมงอนเขาไม่ถึงหกสิบวินาทีล่ะนะ



‘’มยองซูไปไหนล่ะ’’
‘’ขึ้นไปบนห้องแล้ว’’
‘’มันไม่คิดจะสวัสดงสวัสดีพ่อมันเลยใช่ไหม’’
‘’เขาเรียนหนังสือมาเหนื่อยๆ ปล่อยเขาเถอะ’’



       หาความดีใส่ลูกและเพยิดให้อีกคนมาช่วยกันจัดผักตรงหน้า เขาไม่สวัสดีไม่ได้แปลว่าลูกไม่รักสักหน่อย ผมดูก็รู้ว่ามยองซูรักพ่อเขาจะตาย เพราะรู้ว่าเขารักพ่อมากเขาผมจึงไม่คิดจะพูดเรื่องมันค้างคาในใจเมื่อสิบปีก่อนให้เขาหรือมยองซูฟังเลย




เรื่องบางเรื่องมันผ่านมาแล้ว ความจริงที่ไม่สมควรรู้ ก็ไม่ต้องรู้นั่นแหล่ะดีที่สุด




.
.
.
.
.
.
.




‘’ต้องโทรหาพี่บ่อยๆ ถ้าไม่โทรชีวิตที่โรงเรียนอย่าหวังว่าจะสงบสุข’’



       โต๊ะอาหารมีเสียงคุยกันเจี้ยวจ้าวตามประสา ผมมองไปยังลูกชายที่หันหน้าไปทางอื่นและคุยโทรศัพท์ในโลกส่วนตัวของเขาเอง  เขาบังคับใครให้โทรหา สงสัยจะเป็นรุ่นน้องในกล้องแน่ๆ แต่ถ้าเขาไม่ยอมวางและหันมากินข้าวดีๆ ตาแก่ขี้โมโหต้องโวยวายแน่ๆ



‘’มยองซูวางก่อน’’
‘’แค่นี้นะ....ครับแม่’’



     เขาพูดใส่ปลายสายครั้งสุดท้ายก่อนจะวางและหันมากินตามปกติ  การทานอาหารเย็นเริ่มขึ้นแบบเงียบๆอย่างที่เป็นแบบทุกวัน สามีที่นั่งข้างๆยังทำหน้าที่น่ารักๆของตัวเองแบบทุกครั้งโดยการตักนั้นตักนี้ให้ผม มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงปัจจุบันมีใครจะหาสามีได้เท่าผมอีกมั้ย



‘’มยองซูกินข้าวเยอะๆล่ะลูก’’
‘’พ่อเหมือนกัน’’



     ต่างคนต่างพูดโดยไม่มองหน้ากันแต่ก็เรียกยิ้มของผมกับป้าโบมีได้อย่างดี เวลาซองกยูชวนลูกชายไปงานสังคมเขาก็ไม่เคยปฎิเศธ ไปไหนไปหมด ถ้าคนไม่ชอบขี้หน้ากันเขาคงไม่ทำแบบนี้หรอกจริงมั้ย การทานอาหารเย็นของครอบครัวผ่านไปสักพัก คิมซองกยูขอตัวเข้าไปทำงานต่อ มยองซูจ้องโทรศัพท์ตัวเองเหมือนรออะไรสักอย่างแล้วก็ขอตัวขึ้นไปบนห้อง ส่วนผมก็ไปช่วยป้าโบมีล้างจานในครัว



‘’คุณนัมอูฮยอนคะ หนูมยองซูเขากำลังมีความรักรึป่าว’’
‘’ทำไมคิดแบบนั้นล่ะครับป้า’’
‘’ก็เห็นหนูมยองซูจ้องโทรศัพท์ตลอดเลย กำลังรอใครโทรมาแน่ๆ’’



        ผมหัวเราะกับป้าในครัวเสียงดัง ผมเล่าให้ป้าฟังว่าลูกชายตัวดีเอารูปเด็กน้อยน่ารักมาให้ดู ผมว่าเขาคงจะถูกตาต้องใจกับเด็กคนนั้นนั่นแหล่ะ หรือบางทีเขาอาจจะแค่ชอบแปปเดียวแล้วก็เบื่อ



‘’ถ้ามีคงจะมาเปิดตัวเร็วๆนี้แหล่ะครับ ลูกชายผมจีบหนุ่มเก่งอยู่แล้ว’’




.
.
.
.
.
.
.
.




MYUNGSOO PART



       สายตาคมจ้องมองไปยังโทรศัพท์เครื่องหรูที่นอนแอ้งแม่งอยู่บนเตียง ผมบอกให้เขาโทรหาบ่อยๆไง ทำไมถึงไม่โทรมานะ หรือคิดอยากจะลองดี คนในโรงเรียนกลัวผมเขาก็น่าจะกลัวด้วยสิ การที่เราเจอกันครั้งแรกรุ่นน้องเหมือนจะผวาที่เจอผมซะด้วยซ้ำ  ถ้าไม่โทร โทรเองก็ได้



ตู๊ด.....ตู๊ด....



[ฮัลโหล]
‘’ทำไมไม่โทรหาพี่’’
[ผมต้องโทรหาพี่ตลอดเวลาเลยหรอ?]
‘’........’’
[ทำไมผมต้องโทรหาพี่ด้วยล่ะ?]
‘’อยากได้ยินเสียง ไม่ได้รึไง’’



       อะไรที่ทำให้ผมพูดแบบนั้นออกไปก็ไม่รู้ ก็มันไม่รู้จริงๆ แค่เจอหน้าครั้งแรกก็สะดุดตายิ่งน้ำหอมที่เขาฉีดแล้วมาแตะจมูกผมอีก มันยังไงล่ะ ติดใจ ใช้คำนี้ถูกหรือป่าว ปลายสายเงียบไปทำให้ผมสงสัย คนส่วนมากชอบให้ผมพูดแบบนี้นะ ทำไมเขาไม่ชอบหรอ ?



‘’เงียบทำไมลีซองจง’’
[ปะ ป่าว ทำไมพี่อยากได้ยินเสียงผมล่ะ]
‘’ไม่รู้ แค่นี้นะ’’
[ฮะ....พี่แอล]



       นิ้วเรียวจิ้มกดหน้าจอทัชสกรีนวางสายอีกคนทันที ใจเต้นเร็วเมื่ออีกคนยิงคำถามมาให้ นั่นสิทำไมผมต้องการได้ยินเสียงของเขาด้วย เราเพิ่งเจอกันครั้งแรกนี่นา  หน้าตาสวยขนาดนั้นใครๆก็อยากได้มาครอบครองจริงมั้ย ตุ๊กตาตัวขาวอมชมพูน่ารัก แค่ผิวพันธ์ภายนอกยังนุ่มนวล แล้วภายในล่ะ



ไม่อยากจะคิด.....






.
.
.
.
.
.
.





‘’ซองกยูจ๋า มานอนได้แล้วน้า’’
‘’จ้าเมีย รอตรงนั้นเดี๋ยววิ่งไปๆ’’



     ผมยืนตรงหน้าประตูและส่งแต่หัวเข้าไปในห้อง คำพูดจาหวานจนหมดขึ้นทำให้อีกคนยิ้มจนตาปิดและรีบปิดโน๊ตบุ๊คเครื่องสวยของตัวเองทันที ผมยืนรอเขาตามที่บอก ไม่นานนักคนตัวสูงก็วิ่งมาแล้วอุ้มผมลอยขึ้น เขาคิดว่าเราคือหนุ่มสาวหรอ อยากกระดูกหักหรือไง =_=



‘’พี่ครับ เดี๋ยวก็เจ็บหลังหรอกผมตัวหนักนะ’’
‘’งานออกแรงมากกว่านี้ยังทำมาแล้ว อุ้มแค่นี้ไม่ตายหรอกนา’’



        อีกคนตอบแบบส่งๆแล้วก็วางผมให้ยืนบนพื้นตามปกติก่อนจะเดินขึ้นห้องด้วยกัน มือเล็กจับมือหนาประสานนิ้วกันแน่น เลือดสูบฉีดไปทั่วร่างกายเหมือนได้ยาชูกำลัง เมื่อถึงห้องผมก็ทิ้งตัวนอนบนเตียงกว้าง ได้เวลานอนแล้วสินะ ง่วงนอนจังเลยย



‘’อ้ะ...พี่ครับ’’
‘’ตัวหอมจังเลยเมียใครไม่รู้ หอมๆๆๆๆ’’



      เขาพุ่งเข้ามากอดผมจากด้านหลังแน่น จมูกโด่งพรมจูบไปทั่วซอกคอขาวอย่างเอาแต่ใจ จั๊กจี๊จะตายอยู่แล้วเนื้ย มือเล็กดันอีกคนออก แต่เขาแรงเยอะกว่าผมจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยให้เลยตามเลย เขาเหนื่อยเขาก็หยุดเองแหล่ะ



‘’พี่ครับ ผมยาวแล้วนะ’’
‘’ตัดให้หน่อยสินะ’’
‘’ไม่อยากมีทรงผมเหมือนคนปกติล่ะสิถึงให้ผมตัดให้น่ะ’’



       นิ้วเล็กคีบจมูกอีกคนเบาๆแล้วสบัดไปมา คิมซองกยูยิ้มกว้างก่อนจะก้มหน้ามาจุ้บปากผมเบาๆ เขานี่น่ารักจริงๆเลย เวลาอ้อนก็ทำเขินตายได้เลยนะเนื้ย ผมจัดทรงผมเขาให้เรียบร้อยก่อนจะดึงแก้มย้วยๆของอีกคนเข้ามาหอมให้ชื่นใจ นานเท่าไหร่แล้วที่เราไม่ได้เล่นกันแบบนี้เหมือนแต่ก่อน



‘’พรุ่งนี้ไปตัดผมกันนะ’’
‘’ครับผม นอนกันเถอะ’’
‘’วันนี้ผมนอนกอดพี่นะ พี่ต้องมานอนตรงนี้’’



     ร่างเล็กหันตะแคงก่อนจะยกวงแขนขึ้นให้อีกคนเข้ามาซุกในอ้อมกอด ผมชอบนอนกอดมยองซูในท่านี้ มันเหมือนว่าผมกำลังดูแลเด็กคนนึงให้ปลอดภัยในอ้อมอกของผม คิมซองกยูยิ้มเขินก่อนจะกระเถิบตัวเข้ามาให้ผมกอด ท่อนแขนแกร่งกอดเอวผมแน่นใบหน้าหล่อซบลงบนอกอุ่น คางมนได้รูปตั้งลงบนศรีษะของอีกคนพลางลูบหัวเขาไปมา นี้หรือคนอายุ 44



‘’ไม่อยากแก่เลย’’
‘’เราก็ไม่ได้แก่นี่ครับ เรายังสามารถทำในสิ่งที่เราอยากทำได้อยู่’’
‘’ก็ไม่ชอบอยู่ดี’’
‘’ไม่ดีหรอ ยิ่งเราแก่ด้วยกันมากขึ้น ก็เหมือนมันบอกเวลาว่าเรารักกันมานานแค่ไหนนะ’’



        อีกคนเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะมองหน้าผมนิ่ง ก็ผมคิดแบบนั้นจริงๆ ถ้าเราแก่ตายไปด้วยกันได้ยิ่งดี ภาพผมกับเขานั่งจับมือกันอยู่ตรงหน้าบ้าน มองดูสภาพแวดล้อมตรงหน้าโดยไม่ต้องกังวลเรื่องราวอะไรในสังคมอีกแล้ว แค่รอวันตาย วันที่เราจะตายไปพร้อมกัน



‘’ชาติหน้าเธอเกิดมาเป็นคนที่พี่รักอีกได้ไหมนัมอูฮยอน’’
‘’ขอร้องพระเจ้าสิครับ ผมก็ขอร้องพระเจ้าให้เกิดมาเจอพี่อีกเหมือนกัน’’
‘’พี่รักเรานะ’’
‘’ผมก็รักพี่เหมือนกัน ตาแปะน้อยย’’



      กลีบปากสวยทาบทับลงบนกลุ่มผมอีกคนเบาๆก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น รอยยิ้มแห่งความสุขผุดขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ชาตินี้เราเกิดมาใช้ชีวิตด้วยกันแล้ว ชาติหน้าขอเกิดมาร่วมเวรร่วมกรรมกันอีกจะเป็นไรไป




ต่อให้ต้องเจอเรื่องเลวร้ายแค่ไหน ถ้าได้เดินจับมือพร้อมกับคิมซองกยูไป

ผมก็ไม่กลัวอะไรบนโลกนี้หรอกนะ....
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ติดตามตอนต่อไป...

วันพุธที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ตาขีด Chapter 63 *leadnum*

Chaptet 63



17 Aniversery later…..


     ภายในบ้านหลังใหญ่ใจกลางเมืองมีสองสามีภรรยาใช้ชีวิตกันสองคนอยู่ภายในบ้านในช่วงกลางวัน เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ทุกสิ่งที่คิดว่าจะต้องเพยิญกลับไม่เป็นอย่างที่คิด ชีวิตในช่วงบั้นปลายใกล้มาถึง สิ่งที่พ่อแม่วัยนี้ต้องการคือได้เห็นลูกของตนเองเป็นฝั่งเป็นฝา เรียนจบ มีการมีงานทำดีๆ ไม่เสเพล ไม่มั่วสุมกับสิ่งเลวร้าย และเช่นเดียวกันครอบครัวของนัมอูฮยอนต้องการแบบนั้น



ครืดดดด  ~



     เสียงรถใหญ่เคลื่อนตัวเข้ามาในบ้านในช่วงเวลาเกือบหกโมงเย็น คนตัวเล็กยกนาฬิกาขึ้นมาดูและหันออกไปมองนอกบ้าน ก็พบลูกชายของตนเองกลับมาจากโรงเรียนแล้ว วันนี้เป็นวันแรกของการเริ่มชั้นเรียนใหม่ของ คิมมยองซู ความจริงแค่ไปประถมนิเทศ ในใบเอกสารบอกว่าเลิกเวลาเที่ยงตรง แต่ทำไมลูกชายหัวแก้วหัวแหวนถึงกลับมาป่านนี้นะ =_=



‘’แม่สวัสดี....เธอนี้แม่ฉัน’’
‘’สวัสดีครับคุณ...แม่’’
‘’อืม รีบขึ้นไปบนห้องเลยเดี๋ยวพ่อมาแล้วจะเป็นเรื่องอีก’’



     ผมบอกปัดลูกให้รีบออกไปจากบริเวณนี้ก่อนที่พ่อของเขาจะมาเห็น มยองซูในตอนเด็กกับมยองซูในปัจจุบันทำผมแทบลมจับ เขาฝึกที่จะเรียนรู้เรืองผู้ใหญ่ตั้งแต่ ป.3 อย่างเช่นดูหนังเรท พอเขาโตขึ้นเรื่อยๆ เขาก็เริ่มติดเพื่อน ติดเพื่อนเสร็จก็ไปเที่ยว เที่ยวเสร็จก็เริ่มพาคนมานอนที่บ้าน คิมซองกยูดูจะไม่โอเคที่เห็นลูกชายเป็นเด็กแบบนี้ แต่ผมก็เข้าใจเพราะเขาเป็นวัยรุ่น เรื่องแบบนี้จึงเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ชาย วิวัฒนาการของเขาปรับเปลื่ยนไปตามกาลเวลาแต่มีอย่างเดียวที่ไม่เปลื่ยนคือนิสัยของเขา ตอนเด็กยังขรึมยังไงปัจจุบันก็ขรึมแบบนั้น เมื่อก่อนคบใครเป็นเพื่อน ปัจจุบันก็ยังคบคนนั้นไม่มีเพื่อนใหม่มาเพิ่ม โฮย่ากับลูกชายผมฮอตสุดๆไปเลยล่ะ แตกต่างกันตรงเดียวโฮย่าเรียนเก่งแต่มยองซูเขาแทบจะไม่เรียนเลย



‘’อูฮยอนพี่ได้ยินเสียงรถมยองซู มันกลับมาแล้วใช่ไหม’’
‘’อืม กลับมาแล้วตอนนี้ขึ้นไปพักผ่อน’’
‘’มันมากับใคร’’
‘’หือ มาคนเดียวๆ’’



     คนตัวสูงกว่าจ้องหน้าผมนิ่งก่อนจะเดินไปหน้าบ้านและหยิบรองเท้านักเรียนของเพื่อนมยองซูที่พามาเขวี้ยงลงพื้นอย่างแรง สีหน้าเขาดูหงุดหงิด มันไม่ใช่ครั้งแรกที่มยองซูพาคนอื่นทำเรื่องอย่างว่าที่บ้าน มันออกจะหลายครั้งแล้ว =_= ทำไมยังไม่ชินนะ



‘’มันเห็นบ้านหลังนี้เป็นม่านรูดใช่ไหม....แล้วทำไมเธอต้องตามใจมันด้วย เห็นมั้ยมันเป็นไง’’
‘’ลูกกำลังขึ้น ม.4 นะครับ ลูกกำลังโตเป็นผู้ใหญ่’’
‘’ม.4 เรียนไม่ได้เรื่องแล้วยังหาเรื่องให้พ่อกับแม่มันอีก’’
‘’........’’
‘’เงินที่เสียให้มันไปเนื้ยไร้สาระที่สุด เบื่อโว้ย!!!’’



        ผมเช็ดเหงื่อบนหน้าออกเบาๆและเดินตามสามีเข้าไปในห้องทำงาน ผมกับคิมซองกยูย้ายบ้านตอนมยองซูขึ้น ม. ต้น สาเหตุเพราะลูกชายอยากมีความเป็นส่วนมากขึ้น ผมก็เลยต้องตามใจเขา ส่วนคอนโดก็ยังไม่ได้ขายหรอกนะ เปิดให้คนเช่าอยู่ พ่อแม่ของคิมซองกยูเสียไปเมื่อสองปีที่แล้ว จึงทำให้เขาเลื่อนหน้าที่เป็นผู้บริหารบริษัทแทน  เขาทำงานเลี้ยงครอบครัวส่วนผมนอนนั่งนับเงินอย่างสบายใจฮิฮิ แลดูมีความสุข



‘’พี่ครับพี่อายุ 44 แล้วนะปล่อยลูกไปเถอะ
‘’......’’
‘’พี่สนใจแค่ผมก็พอเถอะ อย่าเครียดเลยมยองซูเดี๋ยวผมจัดการเอง’’
‘’......’’


        ผมพูดเพื่อให้เขาใจเย็นลง แต่อีกคนก็นั่งจิ้มเอ็กเซลทำเหมือนไม่ได้ยินที่ผมพูด ก็ใครมันสอนให้ลูกเป็นแบบนี้ล่ะ ตอนมยองซูเด็กๆเขาก็ชอบแกล้งลูกเอง บอกว่ามยองซูไม่รู้เรื่องๆ เป็นไงอ่ะพอโตขึ้น -_-



‘’ใครใช้เมื่อก่อนพี่เปิดหนังโป๊ให้ลูกดูล่ะ ลูกมันก็จำไง จำเสร็จอยากลองทำบ้างไรบ้าง’’
‘’มันหลายปีมาแล้วนะ’’
‘’ลูกมันหื่นเพราะพี่นั่นแหล่ะ’’



     อีกคนหัวเราะเบาๆออกมาก่อนจะรั้งเอวผมให้เข้าไปนั่งบนตักเขา หน้าตาของเราทั้งคู่ต่างเปลื่ยนไปเมื่ออายุมากขึ้น แต่ทำไมเขายังหล่อเหลาเหมือนเดิมนะ เขายังดูดีเหมือนครั้งแรกที่เราเจอกัน ผ่านไปไม่กว่ากี่สิบปีเขาก็ไม่เคยเหี่ยว



‘’แต่ไม่ว่าลูกจะโตมากขึ้นเท่าไหร่ ในสายตาพี่มยองซูก็ยังคือเด็กสามขวบนะ’’
‘’ตอนมยองซูสามขวบพี่ยังตามใจลูกเลย ตอนนี้ก็ตามใจลูกให้เหมือนเมื่อก่อนสิ’’
‘’วันไหนมันอยู่บ้านบ้างล่ะ ตัวมันติดบ้านที่ไหน’’



       ริมฝีปากนุ่มแตะลงบนมุมปากอีกคนเบาๆ ก่อนจะวาดวงแขนกอดคอเขาไว้ อีกคนเอาหน้าซบลงบนหน้าอกผมก่อนจะใช้จมูกถูไปมาเชิงหยอกเย้า ทุกครั้งที่เขาด่ามยองซูผมก็จะหยุดเขาด้วยวิธีนี้แหล่ะ เดี๋ยวเขาก็ลืม



ก๊อก ก๊อก



‘’คุณนัมอูฮยอน คุณซองกยูคะอาหารเย็นเรียบร้อยแล้วค่ะ’’
‘’ครับ เดี๋ยวผมตามออกไป’’



       ผมหันไปบอกแม่บ้านก่อนจะกระตุกตัวเขาให้ลุกไปพร้อมกัน ซองกยูปิดโน๊ตบุ๊คก่อนจะเดินออกไปกับผม มยองซูคงไม่ต้องเรียกหรอกเนอะ ป่านนี้คงกินอาหารที่หิ้วติดมือมาด้วยอิ่มสมใจอยู่



‘’วันนี้หนูมยองซูไม่ทานด้วยหรอคะ’’
‘’ไปตามเขาลงมาหน่อย -_-‘’
‘’ได้ค่ะ’’
‘’ป้าครับ ไม่ต้องๆ’’



      ผมส่งสายตาดุๆไปให้คิมซองกยูก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้ป้าแม่บ้าน คนตรงหน้าถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเสียอารมณ์จากนั้นการทานมื้อเย็นก็เริ่มขึ้น บทสนทนาของผมกับเขามีตลอดการกินข้าวด้วยกันเหมือนทุกที ใบหน้าหงึมๆของอีกคนเริ่มเปลื่ยนเป็นยิ้มแย้มดังเดิม ซึ่งมันก็ดีแล้วผมไม่อยากให้เขาเครียด แค่เรื่องงานก็พอแล้วมั้ง



.
.
.
.
.
.



 ‘’กลับบ้านไปได้ละ เดี๋ยวโทรเรียกแท็กซี่ให้’’
‘’แล้วเป็นคนพามา ทำไมไม่พากลับล่ะแอล’’
‘’นายเสนอตัวอยากมาให้ฉันเอาไม่ใช่หรอชอลจิน อยากมาก็ต้องอยากกลับเองได้’’



       ผมที่นั่งดูทีวีอยู่กับแม่บ้านและซองกยูด้านล่างได้ยินบทสนทนาสุดแสนโหดร้ายของลูกชายกับคู่นอนตรงหน้าประตูห้องของเขา แค่เงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นแล้วว่าสีหน้าของสองคนนั้นเป็นยังไง



‘’แอลไรของมันวะ’’
‘’เฮอๆ ดูหนังต่อเถอะ’’



       คิมซองกยูทำหน้าครุ่นคิดกับชื่อที่ผู้ชายคนนั้นเรียกลูกของตนเอง เด็กที่ชื่อว่าชอลจินเดินลงมาด้วยสีหน้าบูดเบี้ยวเขาก้มหัวให้ผมกับซองกยูและเดินออกไปอย่างรวดเร็ว สงสารเขาดีมั้ย =_= มยองซูเดินลงมานั่งข้างๆผมก่อนจะสั่งให้แม่บ้านไปเอาข้าวมาให้เขากิน ผมไม่เคยสอนเขาให้เขาใช้งานผู้ใหญ่แบบนี้นี่



‘’มยองซูไปเอาเอง เขาไม่ใช่คนใช้’’
‘’ป้า เอากับเยอะๆนะ’’
‘’ฟังพ่อไม่ได้ยินหรือยังไงมยองซู’’
‘’เอาน้ำมาด้วยนะป้า’’
‘’มยองซู!!!’’



       ผมอยากจะสลายตัวไปเป็นปุยฝ้ายใต้เบาะโซฟา มือเรียวของลูกชายจับแขนผมไว้ใช้เป็นกำบังกำปั้นของพ่อเขา ผมอยู่กับสภาพนี้มาได้ยังจนถึงปัจจุบัน คิมซองกยูพูดเขาไม่ฟัง ผมเลยเลือกที่จะบอกลูกเอง



‘’เขาไม่ใช้คนใช้นะมยองซู ลูกหิวลูกต้องไปหากินเองเข้าใจไหม’’
‘’แล้วแม่จ้างเขามาทำอะไร’’
‘’จ้างมาทำงาน ไม่ใช่จ้างมาสั่งงาน’’
‘’........’’
‘’ไอลูกเลว’’
‘’ย๊า!!!’’



     ซองกยูหันไปทำเสียงกวนประสาทให้ลูกชาย เล็บเล็กจิกลงบนหลังมือคนโตกว่าให้เขาเงียบๆสักที ก่อนจะจับแขนมยองซูเข้าไปในห้องครัว เสียงบ่นโวยวายของซองกยูดังตามหลังมาแต่ผมก็ไม่ได้สนใจ เขาจะบ่นสักกี่คำกันนอกจากตามใจลูกอยู่นั้นแหล่ะ ก็ผมรักของผมอ่ะ ไม่ตามใจเขาแล้วจะไปตามใจใครทั้งบ้านก็มีกันอยู่สามคน T_T



‘’แม่บอกป้าโบมีแบ่งกับข้าวไว้ให้ลูกแล้ว’’
‘’ขอบคุณครับ’’
‘’มยองซู’’
‘’ว่าไงแม่’’
‘’เพาๆหน่อยได้ไหมเรื่องพาคนอื่นมาทำอะไรที่บ้านเนื้ย พ่อเขาไม่ชอบลูกก็รู้’’



      มยองซูเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมก่อนจะก้มไปกินข้าวต่อ ผมรู้ว่าพูดไปลูกชายก็ไม่ฟังหรอกแต่ขอให้เข้าหูเขาแล้วไปเอาคิดสักนิดก็ยังดี มือบางเอื้อมไปลูบแก้มลูกชายเบาๆก่อนจะยกยิ้มกว้างให้ เด็กตรงหน้ามองหน้าผมนิ่งก่อนจะพยักหน้าเบๆ



‘’ก็ได้ครับ วันหลังจะไม่พามา’’
‘’แม่ไม่ได้ห้ามลูกมีเรื่องแบบนั้นนะ แต่ใส่ถุงก็ดี ใจมั้ย’’
‘’ครับรู้แล้ว’’



       ผมตบไหล่ลูกสองทีก่อนจะลุกขึ้นว่าจะกลับไปนั่งที่เดิมต่อ แต่มือเรียวของอีกคนจับแขนผมไว้และตบโต๊ะเบาๆเชิงให้นั่งลง ผมจึงต้องนั่งตามที่เขาบอก เหมือนพ่อไม่มีผิด สั่งไรนัมอูฮยอน มีหรือจะไม่ทำตาม



‘’แม่มีแฟนคนแรกเมื่อไหร่ครับ’’
‘’ตอนอายุ 22 ทำไมหรอ หรือว่าลูกแม่จะมีแฟน’’
‘’ป่าว....แฟนแม่คือใครหรอ’’
พ่อไง พ่อคือเฟิร์สเลิฟของแม่เลยนะฮิฮิ’’



        เด็กตรงหน้าทำหน้าสะอิดสะเอืยนใส่ เมื่อผมบิดตัวไปมาราวกับเขิน ตาคมทำดุใส่ลูกชายก่อนจะนั่งปกติดังเดิม แต่คิดยังไงเขาถึงถามเรื่องพวกนี้นะ



‘’ผมจะมีแฟนตอน ม.5 แม่โอเคมั้ย’’
‘’จะมีตอนไหนก็แล้วแต่ลูกไม่ต้องมาขออนุญาติแม่หรอก แต่แค่ตั้งใจเรียนให้จบก็พอ’’
‘’สมมติถ้ามีแฟน ต้องทำอะไรบ้าง เรื่องบนเตียงด้วยใช่ไหม’’
‘’ใครบอกกัน’’
‘’คือผมก็รู้ว่าตัวเองหล่อไง มีหลายคนอยากคบกับผม แต่ส่วนมากเขาต้องการให้ผมทำเรื่องพวกนั้นกับเขา แล้วแม่จะให้ผมคิดไง’’



       ผมมองหน้าเขาพลางก็คิดตามไปด้วย จริงอยู่ที่เขาหล่อทำให้ใครหลายคนอยากคบเขาเป็นที่ชูหน้าชูตาธรรมดา  แต่ผมไม่อยากให้ลูกชายเป็นคนในจำพวกนั้นหรอกนะ ที่อยากจะมีอะไรกับใครก็มี ใครอยากให้ทำอะไรให้ก็ทำ ผมผ่านตรงนั้นมาเยอะ ผมรู้อะไรดีมากกว่าเขา



‘’แม่ว่าถ้าเราไม่ได้รักเขา อย่าไปทำแบบนั้นเลย’’
‘’ทำไม’’
‘’เก็บไว้มอบให้คนที่เรารักดีกว่านะ ถ้าลูกเจอคนที่ลูกรักและรักลูก ลูกจะกลับมาคิดเสียใจทีหลังว่าไม่น่าทำตัวง่ายๆกับคนอื่นเลย เหมือนแม่ไง’’
‘’........’’
‘’เข้าใจที่แม่พูดไหม’’
‘’เข้าใจครับ’’



     แม่ลูกนั่งยิ้มให้กัน เขาเดินไปล้างจานเองโดยที่ผมไม่ต้องสั่ง เห็นไหมเขาออกจะเป็นเด็กดี แต่เพียงแค่มยองซูเลือกปฎิบัติ รูปร่างสูงผอม ผิวขาวเจิดจรัส ผมสีดำสนิทกับดวงตากลมโตที่จ้องนานๆอาจจะเป็นลมได้ ผมไม่แปลกใจเลยที่ทำไมใครๆก็อยากจะเล็งลูกชายของผม ถ้าผมอายุเท่าเขาผมก็จะจีบเขาเหมือนกัน



‘’มยองซูวันนี้อยากนอนกอดแม่ไหม’’
‘’แม่ผมไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ’’
‘’ในสายตาแม่มยองซูคือเด็กตัวน้อยๆที่ติดแม่งอมแงมเหมือนเดิมนะ’’



     ว่าพลางอ้าแขนออกเพื่อให้เขาเดินมาใกล้ๆ มยองซูทำหน้าเซงๆแต่ก็ยอมเดินเข้ามาหาผมแต่โดยดี มันก็แค่ภายนอกแหล่ะกับสีหน้าบอกบุญไม่รับแบบนั้น ผมเลี้ยงเขามากับมือ ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมทำไมจะไม่รู้ว่าจริงๆลูกชายคนนี้คิดอะไร



‘’เห้ยๆ ไอสองแม่ลูกจะไปไหน’’
‘’ไปนอน….พี่ครับวันนี้ผมนอนกับลูกนะ’’
‘’ป้าครับ ถ้าไม่ดูแล้วฝากปิดด้วยแล้วกันไม่มีอารมณ์แล้ว’’
‘’ค่ะๆ’’



     คนแก่งอนเดินแซงหน้าผมเข้าไปในห้องพร้อมกับปิดประตูเสียงดัง ผมส่ายหัวไปมาก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนของลูกชาย ห้องสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินเข้มตัดกับผ้าม่านสีขาวอ่อน สิ่งของภายในห้องล้วนเป็นสีดำ รู้สึกว่าเขาจะคลั่งใคล้สีดำจริงๆ ตั้งแต่เขาจำความได้เขาก็หยิบพวกของสีดำมาตลอด บนหัวเตียงเขามีกรอบรูปครอบครัวตั้งอยู่ ในรูปตรงกลางคือผมขวาคือซองกยูซ้ายคือเขา สามคนพ่อแม่ลูกยิ้มกว้างให้กับกล้องที่มยองซูเป็นคนยกขึ้นมาเซลค่าเอง



‘’พรุ่งนี้ลูกชายสุดหล่อของแม่จะไม่โดดเรียนใช่ไหม’’
‘’ถ้าแม่ขอผมก็จะไม่โดดนะ’’
‘’แม่อนุญาติให้โดดคาบเดียว โอเคมั้ย’’



     ท่อนแขนหนักๆของอีกคนพาดลงบนเอวของผมและซบหน้าเข้าในอ้อมอก ลมหายใจอุ่นเข้าออกเป็นจังหวะรดรินผ่านเสื้อยืดตัวบางเข้ามา นานเท่าไหร่แล้วนะที่ไม่ได้กอดมยองซูแบบนี้ เหมือนย้อนเวลากลับไปตอนเขาเป็นเด็กอีกครั้งเพียงที่เปลื่ยนไปคือขนาดตัวของเขา ลูกชายของผมกำลังโตขึ้น ต่อไปเขาก็ต้องมีภรรยา เขาจะมาให้ผมกอดอยู่อีกไหม



‘’ทำไมพ่อไม่ใจดีเหมือนแม่’’
‘’ก็....’’
‘’อย่าตอบว่า ก็แม่ตามใจลูกแล้ว พ่อก็ต้องไม่ตามใจบ้าง’’
‘’จำมันได้แม่นเชียวนะ’’



      อีกคนหัวเราะผ่านลำคอเบาๆ และกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นไปอีก ฝ่ามือบางกดปิดโคมไฟตรงหัวนอน ห้องมืดสนิทได้ยินเพียงแค่เสียงหายใจของสองแม่ลูกเท่านั้นที่ดังออกมาเป็นจังหวะ ดูแบบนี้หลับแล้วแน่ๆ



‘’ฝันดีนะเด็กน้อย’’
‘’ฝันดีครับที่รัก’’






                          ------------------------- ---------------------- ---------------------------------






MYUNGSOO PART



     รถสปอร์ตสีดำสนิทเคลื่อนตัวเข้ามาในโรงเรียนในช่วงเวลาเก้าโมงครึ่ง ใช่แล้วผมมาสาย -_-วันไหนผมมาเร็วนั้นแหล่ะโลกแตก แม่สุดที่รักยังบังคับผมไม่ได้ แปลว่าบนโลกนี้ก็ไม่มีใครสามารถบังคับให้ผมมาโรงเรียนเช้าได้อีก เด็กในโรงเรียนยิ้มให้ผมกันเป็นแถว ขยันยิ้มกันจังรู้ทั้งรู้ว่าไม่เคยได้รอยยิ้มจากผมก็ยังจะยิ้ม คนเรานี่ก็แปลก



‘’ไอแอล แม่งมาสายอีกละ’’
‘’รับเปิดเทอม’’



     ว่าพลางโยนกระเป๋าลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะล้วงบุหรี่ขึ้นมาสูบ  โฮย่าที่ฟังเพลงอยู่ดึงหูฟังออกและเอาของตัวเองออกมาสูบด้วยเหมือนกัน ผู้ใหญ่ที่รู้จักผมกับโฮย่ามักจะพูดว่า ยิ่งโตยิ่งหล่อกันทั้งคู่ สไตล์มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง



‘’ซูโฮมาๆๆๆ’’



     เสียงเพื่อนร่วมห้องดังขึ้นมาก่อนที่ทุกคนจะวิ่งเข้าไปประจำตำแหน่งที่นั่งของตัวเอง ผมสูบบุหรี่เฮือกสุดท้ายก่อนจะทิ้งก้นบุหรี่ลงในถังขยะและมานั่งเรียนตามปกติ น้ำหอมยี่ห้อดีถูกฉีดลงบนชุดนักเรียนเนื้อผ้าหรูเพื่อกำจัดกลิ่นเหม็นจากเศษมวน



‘’ถ้าไม่เรียนอย่าชวนคุยล่ะ ตอนนี้คือโฮวอนไม่ใช่โฮย่าโอเค้ ?’’
‘’เออ’’

   

สวัสดีนักเรียนทุกคนกับการเปิดภาคเรียนใหม่นะครับ เอาล่ะเพื่อไม่ให้เสียเวลาเรามาเริ่มเรียนประวัติศาสตร์กันดีกว่า *^^)_&^#!#@&(&.......’


       เสียงคุณครูดังขึ้นวิชาประวัติศาสตร์ผมโครตเกลียดเรียนแล้วง่วงสุดๆ จะว่าไปวิชาไหนผมก็ไม่ชอบทั้งนั้นแหล่ะ -_- โฮย่าหยิบแว่นมาสวมก่อนจะเข้าวิญญานเด็กเรียน ผมเพิ่งตื่นสงสัยคงต้องนอนต่ออีกแล้วสินะ  มือหนาหยิบกระเป๋านักเรียนก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกไปนอกห้องโดยไม่ขออนุญาติใครสักคน



‘’นี่ จะไปไหนยังไม่หมดเวลาเรียน’’
‘’แล้วจาร์ยยุ่งอะไร ยังไม่หมดเวลาสอนเหมือนกัน’’



     ว่าจบก็เดินตัวปลิวออกมาทันที ผมเดินมาเรื่อยๆจนมาถึงสวนข้างโรงเรียน ม.ต้น ช่วงเช้าคาบว่างจึงทำให้มีรุ่นน้องนั่งเล่นกันเต็มไปหมด สายตาสอดส่องไปยังที่ที่ว่างที่สุดและเดินไปนั่ง เด็กผู้ชายที่นั่งอยู่บริเวณนั้นเห็นหน้าผมก็รีบวิ่งหนีหายไปทันที ท่าจะบ้า



‘’พี่ครับ ถ้าพี่จะนั่งตรงนี้ช่วยหยิบกระเป๋าให้ผมหน่อยได้มั้ย มันตั้งอยู่ข้างๆพี่น่ะ’’
‘’.......’’
‘’ขอโทษครับ ผมเอาเองก็ได้’’



     ผมมองหน้าเด็กอีกคนนิ่งๆ หน้าตาค่อนข้างจัดอยู่ในโหมดดูดี เนื้อตัวขาวสะอาดสะอ้าน ดวงตากลมสวยเหมือนผู้หญิง ริมฝีปากอวบอิ่มได้รูป แต่พอมองลงมาด้านลงเข้าใส่กางเกงเรียนผู้ชาย น้องเขาเดินเข้ามาใก้ลผมมากขึ้นเรื่อยๆก่อนจะเอื้อมตัวไปเอากระเป๋าที่ตั้งอยู่ข้างๆผม มือเล็กสั่นไปหมดเหมือนจะกลัวคนที่ตัวเองเข้าใกล้มาก กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆแตะจมูกผมและเขาก็รีบถอยตัวห่างออกไปทันที  ยังไม่ทำอะไรเลย



‘’ขอบคุณครับ ขอโทษที่รบกวน’’
‘’……’’
‘’เดี๋ยว’’



‘’ชื่ออะไรน่ะเรา’’     
.
.
.
.
.
.
.
.
ติดตามตอนต่อไป....