วันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ตาขีด Chapter 21 *leadnum*

Chapter 22


‘’อ๊ะ...พะ พอแล้วๆ เดี๋ยวไปทำงานไม่ทัน....ฮื่อออ~’’
‘’อีกนิดนะ อื้มมมมม~’’
‘’อ๊ะ....ซ ซองกยู’’


   เสียงหอบหายใจดังระงมออกมาจากห้องน้ำใน ขณะ ที่มีสองคนกำลังทำธุระส่วนตัวอยู่ในนั้น หลังจากกลับมาถึงบ้าน ซองกยูมาถึงบ้านก่อนเพราะเขาวิ่งหนีนัมอูฮยอนมา แต่แทนที่อีกคนจะอาบน้ำก่อนเขากลับรอนัมอูฮยอนให้มาถึงบ้านก่อนซะงั้น พออูฮยอนมาถึงซองกยูก็บอกให้อูฮยอนเข้าไปอาบน้ำพร้อมกัน ตอนแรกอูฮยอนก็ไม่ยอมเข้าไปอาบ แต่พออีกคนทำหน้าเหมือนจะงอนเท่านั้นแหล่ะก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ สุดท้ายก็โดนอีกคนจับปล้ำในที่สุด เห้อ เหนื่อยจริงๆ


‘’แค่นี้ก็เรียบร้อย’’
‘’เรียบร้อยกับผีอะไร วันหลังจะไม่เข้ามาด้วยอีกแล้ว’’
‘’โอ๋ น้องนัมอ่า’’
‘’ไม่ต้องมาเรียกน้องนงน้องนัมเลย รีบอาบน้ำล่ะ’’


ผมพูดกับอีกคนเสร็จก็เดินออกมาจากห้องน้ำทันที รอยแดงจากเมื่อคืนยังไม่ทันจางวันนี้รอยใหม่มาอีกแล้ว ผมเช็ดตัวและเดินไปเลือกเสื้อที่เรียบร้อยที่สุดเพื่อจะไม่ให้คนอื่นเห็นรอยยุงกัดแดงๆนี้และกางเกงยีนส์ขาสั้นเสมอเข่ามาใส่ และเดินลงไปยังห้องทานข้าวด้านล่าง  แต่บาโรเดินออกมานอกห้องพอดีทำให้เราป๊ะกันจังๆ


‘’อ้าว พี่ชายตื่นเช้าจัง’’
‘’ก็เช้าทุกวันนี่...เออแล้วปิดเทอมทำไมยังตื่นเช้าอยู่อีกล่ะ’’
‘’ก็ไม่รู้ใครเปิดหนังโป๊ซะเสียงดัง เลยนอนไม่หลับน่ะคึคึ


ผมยืนนิ่งไปเมื่ออีกคนส่งสายตาแปลกๆมาให้และเสียงหัวเราะประหลาดๆนั่นอีก เอ่อเมื่อคืนผมกับซองกยูคงไม่ดังเกินไปใช่ไหม อ่า -0- อีกคนพอเห็นผมทำหน้าเหมือนระบบสั่งการเออเร่อก็หัวเราะร่าทันที เห้ยนี้ผมกำลังอายและเครียดนะ


‘’ล้อเล่น เสียงแมวหลังบ้านน่ะ ทำไมหรอ หรือว่าเมื่อคืนพี่ชายทำอะไร ?’’
‘’ป่าวนี่ เมื่อคืนนอนหลับฝันดี -0-‘’
‘’เหรอออ ไหนมาพิสูจ์นสิว่าพูดจริงหรือป่าว’’
‘’ห เห้ยๆ เดี๋ยวปล่อยนะไอบ้า!!’’


ผมถึงกับผงะเมื่อไอน้องชายตัวแสบวิ่งพุ่งเข้ามาดึงเสื้อผมใหญ่ เสียงผมดังลั่นไปทั่วชั้นสองอย่างลืมตัว งื้อ มันหื่นกันทั้งพี่ทั้งน้องเลยหรือไงวะเนื้ย บาโรหัวเราะคิกคักและจะถลกเสื้อผมไม่เลิก ส่วนผมก็ทำได้แค่ร้องโวยวายและพยายามเบนตัวหนีอีกคนอย่างสุดชีวิต พระเจ้าช่วยผมด้วย T^T


‘’ไหนไม่ได้ทำอะไรก็มาดูเซ่’’
‘’ดูบ้าอะไรวะ ไม่มีอะไรให้ดูโว้ย มีแต่นมแบนๆเนื้ยแหล่ะ -0-‘’


มือบางผลักอีกคนออกห่างจากตัวและวิ่งหนีลงมาชั้นล่างพลางไม่ลืมแลบลิ้นกวนประสาทกลับด้วย บาโรเอามือชี้หน้าผมและทำท่าจะวิ่งตามลงมาแต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีอีกคนเดินออกมาจากห้องนอนข้างๆตัวเองก่อนจะยกมือเกาหัวแก้เก้อ ผมสงสัยว่าทำไมบาโรเงียบไปจึงเดินขึ้นบรรไดขี้นไปอีกครั้ง ก็เจอคิมซองกยูทำหน้ามุ่ยอยู่พอดี โอ...อย่าบอกนะว่าเขาไม่พอใจน่ะ


‘’แกทำอะไรห๊ะ’’
‘’ผมแค่เล่นกับพี่อูฮยอนเฉยๆเอง -3-‘’
‘’ไม่ให้เล่น - - อูฮยอนไปกินข้าว’’
‘’อ่า อื้อ....บาโรไปกินข้าวกันเถอะ’’
‘’ยังจะไปชวนมันอีกนะ!’’


     ผมเอ่ยปากชวนบาโรลงไปกินข้าวเช้าด้วยกันในขณะที่ตาซองกยูมาจับแขนผมและลากลงไปด้านล่าง แต่พอผมชวนบาโรเท่านั้นแหล่ะ เขาก็หันมาทำเสียงค้อนใส่ผมอีก โลกนี้ชักอยู่ยากขึ้นทุกวัน แค่น้องชายเขามาเล่นกับผมเองทำไมต้องทำยิ่งกว่าอะไรด้วย  บรรยากาศบนโต๊ะอาหารครึกครื้นเป็นพิเศษเพราะวันนี้คนทั้งครอบครัวลงมาทานข้าวพร้อมกันทั้งบ้าน แต่มันเริ่มไม่ครึกครื้นตอนคุณหญิงของบ้านเจอภรรยาของลูกชายตัวเองเท่านั้นแหล่ะ ทำหน้าอย่างกะไปกินขี้มาอย่างงั้นแหล่ะ -0- ซองกยูจูงมือผมไปนั่งลงข้างๆเขาและตรงข้ามผมก็คือบาโร คนตรงหน้าชูสองนิ้วให้ผมและยกยิ้มให้กำลังใจ นี้แค่กินข้าวนะเห้ยไม่ได้จะแข่งแฟนพันธ์แท้อะไรแนวนั้น =_=


‘’คุณคะ ครอบครัวเรามีสี่คนไม่ใช่หรอ’’
‘’สี่คนอะไรกันคุณ ก็นี้ไงอูฮยอนภรรยาของลูกชายเรา’’
‘’ภรรยาได้ยังไง ฉันไม่อนุมัติให้เขาสองคนแต่งงานกันสักหน่อย ถือว่าเป็นคนนอก!’’


ปากแจ๊ดๆของคนแก่เริ่มดังขึ้น จนผมต้องลอบถอนหายใจพยายามบอกตัวเองว่าให้ใจเย็นๆ เดี๋ยวช่วงเวลานรกแตกเหล่านั้นก็จะหายไป ซองกยูกุมมือผมและบีบเบาๆ ผมจึงหันหน้าไปเผยยิ้มบางๆตอบไป ถ้าไม่ติดว่าเป็นแม่ของคนที่ผมรักนะ จะต่อยเข้าใจเอาให้ไม่มีปากไปโม้กับชาวบ้านเลย!!!


‘’แต่ลูกเรารักคนนี้นี่ เราก็ควรจะรักเหมือนลูกเราสิคุณ’’
‘’ใช่ฮะแม่ พี่นัมอูฮยอนก็ออกจะน่ารัก เนอะๆเฮีย’’
‘’ไม่ต้อง!! พอทั้งลูกทั้งพ่อนั่นแหล่ะ ถ้าจะมีมันร่วมโต๊ะฉันก็ไม่กิน!!’’


พออีกคนพูดจบก็ลุกขึ้นจากโต๊ะโดยไม่ลืมส่งสายตาอาฆาตมาให้ผมอีกด้วย ผมต้องลุกสินะ ผมไม่ใช่ครอบครัวเขาจริงๆนี่ ก็แค่คนที่ตาแปะจ้างมาทำเมียแค่นั้นหนิ ผมจึงต้องเป็นฝ่ายออกไปเอง


‘’ไม่ต้องไปหรอกครับ เดี๋ยวผมไปเอง’’
‘’เฮ้ อูฮยอนนั่งลงเดี๋ยวนี้นะ!!’’
‘’มันก็จริงอย่างที่แม่นายพูดนี่ ตอนนี้ผมไม่หิวเท่าไหร่ด้วย ลำบากแม่นายป่าวๆ’’


เมื่อพูดจบผมก็เดินออกมาจากโต๊ะทันที รู้สึกหน่วงเป็นบ้า ในขณะที่ขากำลังจะก้าวขึ้นบันไดเสียงใหญ่ก็ดังขึ้นมาก่อน ผมหันหน้าไปมองเจ้าของเสียงก่อนจะอ้าปากค้าง = = มันไม่ใช่ซองกยูที่เอ่ย แต่มันเป็นน้องชายเขา โอ้ยย!! อย่าหาเหาใส่หัวผมได้มั้ยย T^T


‘’ถ้าพี่อูฮยอนไม่ได้ทานข้าวร่วมกับพวกเรา ผมก็ไม่กินครับ ไปล่ะ’’
‘’แกนั่งลงเดี๋ยวนี้ซันวู’’

คิมซองกยูเอ่ยเสียงเรียบพลางส่งสายตาบังคับให้น้องชายตัวเองนั่งลง แต่ดูท่าอีกคนจะไม่นั่งง่ายๆแถมจะยังอารมณ์ขึ้นอีกด้วยเมื่อได้ยินพี่ชายตัวเองพูดแบบนั้น

‘’พี่อยากกินก็กินไปคนเดียวเหอะ’’
‘’ไม่ใช่ แต่นั่นมันเมียฉัน ฉันดูแลเองได้ไม่ต้องมาปกป้อง กินข้าวกับพ่อแม่ซะ’’


เพี๊ยะ!!


    ตาโตเบิกกว้างพร้อมกับวิ่งเข้าไปในเหตุการ์ณทันที ผมเกาะแขนซองกยูแน่น ไม่รู้จะแก้ปัญหาตรงหน้ายังไง เขาถูกแม่เขาตบเพราะเรื่องของผมแท้ๆ T^T คนข้างๆนิ่งไปสักพักก่อนจะหันไปมองหน้าผู้เป็นแม่ที่ยืนนิ่งพร้อมกับชี้นิ้วกราดตรงหน้าเขาอย่างไม่ยอมลดละ


‘’แกเห็นคนอื่นดีกว่าแม่แกแล้วใช่ไหมคิมซองกยู!!!’’
‘’…….’’
‘’แกกลายเป็นบ้าไปแล้วใช่ไหม ฉันเลี้ยงแกมายังไง ทำไมแกทำกับฉันแบบนี้!!!’’


อีกคนว่าพร้อมจะพุ่งเข้ามาหาทุบตีลูกชายอีกครั้งด้วยความโมโห ทั้งบาโรและพ่อของเขาต่างช่วยกันแยกพี่ชายตัวเองกับภรรยาตัวเองแยกออกจากกัน คิมซองกยูยืนนิ่ง ผมว่าเขาต้องไม่เคยโดนแม่ทำร้ายแน่ๆ มันเกิดขึ้นเพราะผม เพราะผมแท้ๆ


‘’หยุดเถอะครับ!!! ทำไมต้องทะเลาะกันเรื่องแค่นี้ด้วย!!!!’’
‘’แกหุบปากไปเลย แกทำให้ลูกชายฉันเปลื่ยนไปขนาดนี้ ใสหัวออกไปจากบ้านฉันเลยนะ ออกไป ออกไปเดี๋ยวนี้!!!!’’ 
‘’ไม่ต้องมาเอ่ยปากไล่ผมหรอก ผมไปอยู่แล้ว ลาล่ะ!!!’’


     ผมกวาดสายตามองคนรอบข้างก่อนจะวิ่งขึ้นไปบนห้องอย่างสุดชีวิต ไม่ทนอีกแล้วที่นี้ T^T เงินห่าเงินเหวไม่เอาก็ได้ พอถึงห้องผมคว้าเอากระเป๋าเดินทางที่ตัวเองใส่เสื้อผ้ามาวันแรกเก็บเสื้อผ้าตัวเองใส่เข้าไปใหม่อีกครั้ง เสียงเปิดประตูดังเข้ามาในห้องแต่ผมก็ไม่ได้สนใจ ตอนนี้ผมอยากจะกลับบ้าน ไม่อยากอยู่ให้คนอื่นเอ่ยปากด่าปาวๆเหมือนสัตย์เดรัจฉานอีกแล้ว


หมับ!!


‘’นัมอูฮยอนเธอจะไปไหน ฉันไม่ให้ไปนะ!!!’’
‘’.......’’
‘’นัมอูฮยอนอย่าเงียบสิ ฉันไม่ให้เธอไปได้ยินไหมเอากระเป๋ามานี่’’


กระเป๋าถูกกระชากออกจากมือกลิ้งไปกองอยู่ที่อื่นเพราะอีกคนเขวี้ยงมันออกไป ผมมองหน้าซองกยูแบบหงุดหงิดแล้วก็ดันตัวเขาออก แต่อีกคนกลับสวมกอดจากด้านหลังแน่นขึ้นไปอีก เขาต้องการอะไรจากผมเนื้ย!!!!


‘’นัมอูฮยอนไม่เอานะ ไม่ไปนะ’’
‘’หยุดพูดและปล่อยผมซะ - -‘’
‘’อยู่ที่นี้ด้วยกันต่อไปไม่ได้หรอ’’
‘’อีกสามวันผมก็ต้องกลับบ้านผมอยู่ดี มันไม่แปลกหรอกถ้าผมจะไปก่อน ผมทำงานให้คุณไม่สำเร็จขอโทษด้วย เงินผมไม่เอาแล้ว จบนะ’’
‘’.......’’
‘’แต่งงานกับอีซานดึลซะเถอะ แม่คุณชอบเขา ก็อย่าทำให้แม่คุณต้องเสียใจเลย’’


    ผมเดินไปหยิบกระเป๋าตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำเอาของตัวเองโกยใส่กระเป๋า คิมซองกยูนั่งมองผมอยู่ที่พื้นโดยไม่พูดอะไรนั่นทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน ผมหวังอะไรอยู่หรอ คำอ้อนวอน ขอร้อง หรืออะไร ผมมันโง่ที่เอาตัวเองมาเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้ รักแท้มันแพ้ใกล้ชิดจริงๆ T^T พอจัดการเก็บของอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้วผมก็คิดได้ว่าตัวเองกระเป๋ากับโทรศัพท์หาย อยากจะร้องให้จริงๆ ระหว่างที่ผมยืนทำหน้าเครียดอยู่หน้าห้องบาโรก็วิ่งเข้ามาหา ผมเลยต้องรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติดังเดิมมากที่สุด ถึงมันจะยากก็เหอะ


‘’พี่อูฮยอน’’
‘’ว่าไง มีอะไรหรอ’’
‘’เก็บของซะขนาดนี้ จะไปจริงๆสินะ’’
‘’หน้าฉันไม่ใช่ปูนซีเมนต์นะ ไม่อยู่ให้ใครมาด่าหรอก :’( ‘’
‘’……’’
‘’ไม่โกรธใช่ไหมถ้าฉันจะไม่ชอบแม่นายน่ะ’’


ผมบอกอีกคนตามตรง บาโรพยักหน้าหงึกหงักแล้วก็เงียบไป ไม่มีเหตุผลที่จะต้องยืนบ้าให้เป็นเสนียดในบ้านเขาแล้วนี่


‘’ไปก่อนนะ’’
‘’เดี๋ยวสิพี่ๆ แล้วเฮียล่ะ พี่จะกลับบ้านยังไง’’
‘’มีวิธีกลับแล้วกันนา พี่ชายนายไม่ตายหรอก’’
‘’ผมไปส่งนะ
  

      ไม่อยากเล่นตัวเพราะไม่มีเงิน T^T เลยพยักหน้าแทนคำตอบว่าตกลงและเดินออกนอกบ้านพร้อมอีกคน คิมซองกยูไม่คิดแม้แต่จะออกมานอกห้อง ไม่มีเอ่ยว่าจะไปส่ง เหมือนน้องเขาเลยสักนิด หรือความจริงเขาจะไม่ได้คิดอะไรกับผมแต่แรกอยู่แล้ว แต่ที่รั้งไว้เมื่อกี้เพราะกลัวจะแต่งงานกับอีกคน ผมเห็นเขาก็ชอบอยู่กับนายนั่นนี่ แต่งๆกันไปซะจะได้จบๆ บาโรเอากระเป๋าผมไปใว้ท้ายกระโปรงรถก่อนจะดันหลังผมให้เข้าไปนั่งตรงตำแหน่งข้างคนขับ ตาเรียวไม่ลืมเงยขึ้นไปมองห้องที่ตัวเองนอนทุกคืนก่อนจะหลุบต่ำลงมาเมื่อเจออีกคนที่ยืนมองเข้ามาในพาหนะที่ผมกำลังนั่งอยู่แล่นไปช้าๆ จิตใจเริ่มหว้าเหว่ คิมซองกยูจะต้องคบกับคนอื่นที่ไม่ใช่ผมจริงๆหรอ เจ็บจัง เจ็บที่สุดเลย T^T


‘’ฮึก....’’
‘’กอดผมไหม คิดว่าผมคือเฮียก็ได้’’


    บาโรจอดรถเข้าเทียบข้างทางและหันตัวมาทางผม นาทีนี้ผมจะเหลือใครนะ เงินก็ไม่มี ไอโฟนก็หาย หรือจะต้องออกไปหาเงินเหมือนเมื่อก่อน ผมไม่น่ารักซองกยูเลย ไม่น่าไปตกหลุมพลางเขาเลยจริงๆ ร่างเล็กโดนคนอายุน้อยกว่าสวมกอดเบาๆ พลางลูบหัวเชิงปลอบให้ผมหยุดร้องให้ อยากบอกตัวเองให้หยุดเหมือนกันแต่ก็หยุดไม่ได้ ภาพวันเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมันลอยเข้ามาในโสตสมองช้าๆ ภาพที่เราสองคนนอนกอดกันแทบทุกคืน ภาพที่เราทะเลาะและงอนกันเหมือนเด็กๆ ต่อไปมันจะไม่มีอะไรแบบนี้แล้วสินะ ความอบอุ่นความรู้สึกดีคำพูดหึงหวงที่เคยมีให้กันต่อไปนี้คงไม่ได้มันอีกแล้วใช่มั้ย ถึงแม้ผมจะรู้สึกรักอีกคนในแค่เวลาสั้นๆมันยังเจ็บขนาดนี้ แล้วต่อไปล่ะ ถ้าผมกับเขาอยู่ด้วยกันนานกว่านี้ผมไม่ตายพอดีหรอ จนถึงตอนนี้ไม่รู้ว่าตัวเองร้องให้นานเท่าไหร่ แต่ก็นานพอที่อีกคนจะปิดกุญแจรถและกอดผมไปเรื่อยๆจนกว่าผมจะร้องให้ให้พอใจ


‘’บาโร...’’
‘’ดีขึ้นแล้วใช่ไหม ไม่ต้องร้องนะ ช่วงปิดเทอมผมจะไปเล่นกับพี่ทุกวันเอง’’
‘’ฮึก T^T’’
‘’เห้ ขอโทษไม่น่าพูดเลย =_=’’


    คนตรงหน้าตบปากตัวเองเบาๆชวนผมรีบเช็ดน้ำตาตัวเองทันที ทำไมเขาใสซื่อบ๊องแบ๊วแบบนี้นะ เด็ก ม.6 เป็นแบบนี้ทุกคนหรือป่าว บาโรเห็นผมหลุดหัวเราะกับท่าทาของเขา เขาก็ยกยิ้มขึ้นมา ก่อนจะหันไปสตาร์จรถและขับออกไป ระหว่างทางเราสองคนไม่พูดอะไรกันเท่าไหร่ คนข้างๆคงเข้าใจสถานะการของผมที่เป็นอยู่ตอนนี้ บาโรหยิบหมอนนอนยื่นให้ผมเอาไปพิงกระจกก่อนจะเปิดเพลงเบาๆ ให้ผมได้หลับ ตอนนี้ผมเหนื่อยจริงๆ เมื่อเช้าเรายังมีความสุขกันอยู่เลยไม่ใช่หรอคิมซองกยู ทำไมตอนนี้มันเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ พระเจ้าไม่ได้ส่งคุณมาให้เป็นของผมสินะ ทำไมพระเจ้าไม่รักนัมอูฮยอนคนนี้บ้าง นัมอูฮยอนไปทำอะไรให้ ทำไมถึงชอบกลั่นแกล้งนัมอูฮยอนคนนี้จังเลย.......
.
.
.
.
.
.
.
.
.
SUNGGYU PART

    ผมมองรถคันหน้าที่จอดติดไฟแดงอยู่ด้วยกัน ตอนแรกผมก็เสียใจมากที่อูฮยอนพูดแบบนั้นเมื่อเช้า เขาพูดเหมือนผมไม่มีความรู้สึกอะไรกับเขานั่นแหล่ะ แถมยังบอกให้ผมไปแต่งงานกับอีซานดึลทั้งๆที่ตอนนี้ผมรู้สึกรักเขาแล้ว ผมแสดงออกไปชัดเจนแค่ไหนเขาทำเหมือนธาตุอากาศที่ผ่านตัวเขาไปเขามา ตอนนี้ผมกลับโมโหแทน รู้สึกว่าอีกคนไม่ได้เป็นแบบที่ผมเป็นอยู่เลยสักนิด ที่นั่งกอดกันบนรถกันนานสองนานนั้นคืออะไร ไอน้องชายตัวดีก็เหมือนกัน รู้ทั้งรู้ว่าอูฮยอนเขาเป็นของผม


ยังคิดจะยุ่ง!!!!


จากเส้นทางที่ตอนแรกจะขับไปทำงาน แต่ตอนนี้ผมเปลื่ยนไปใจ ตามคันข้างหน้าไปดีกว่าดูสิว่าจะเป็นยังไงต่อไป ผมกะระยะห่างจากรถของอีกคนพอสมควรเพื่อไม่ให้บาโรรู้ว่าผมกำลังตามเขาอยู่ เพราะเขาจำรถผมได้


ครืดด


‘’ว่าไงแดรยง’’
[ตัวแทนบริษัทหุ้นส่วนจากประเทศญีปุ่นมาแล้วนะครับ ตอนนี้คุณซองกยูอยู่ที่ไหนครับ]
‘’ฉันไม่เข้าประชุมวันนี้ นายเข้าแทนด้วยแค่นี้แหล่ะ’’
[เดี๋ยวๆสิครับคุณซองกยู หาก..]


    ผมวางสายทันทีที่อีกคนเลี้ยวเข้าซอยหุ้นหูคุ้นตาที่ผมมาบ่อยๆเมื่อต้นเดือน ไม่นานนักก็ถึงคอนโดของคนตัวเล็ก ผมขับรถเลยไปอีกนิดนึงก่อนที่จะจอดเพื่อไม่ให้อีกคนเห็น บาโรกับอูฮยอนลงจากรถแล้ว สีหน้าอูฮยอนดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หรือว่าผมคิดไปเองวะ บาโรคุยอะไรกับอูฮยอนสักอย่างไม่รู้ ซึ่งผมไม่ได้ยินไม่นานนักทั้งสองคนก็เดินเข้าไปในคอนโดด้วยกัน ผมรีบเดินลงจากรถและวิ่งตามอีกคนเข้าไปด้านในทันที เจ้าของคอนโดที่เคยมาทวงค่าห้องของอูฮยอนเห็นผมก็เหมือนจะเอ่ยทักขึ้น แต่ผมเอามือขึ้นมาจุ๊ปากไว้ทัน เขามองผมสลับกับผู้ชายที่ยืนข้างอูฮยอนไปมาก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ เขาคิดว่าผมมาตามจับชู้อูฮยอนแน่ๆ = =


‘’ห้องฉันมันไม่มีให้เล่นหรอก กลับบ้านไปเถอะ’’
‘’เอาน่า อยู่ได้แล้วกัน ดีกว่าอยู่บ้านเบื่อๆล่ะน้า’’
‘’ดื้อจริงๆเลยนะ คนอื่นเห็นต้องคิดว่านายเป็นเด็กใหม่ฉันแน่ๆ’’
‘’ดีออกไม่ใช่หรอผมหล่อนะ ฮ่าๆๆ’’
‘’เงียบไปเลยนะ หุบปากเดี๋ยวนี้’’



    ผมแอบตรงมุมลิฟต์อีกฝั่งนึงฟังสองคนคุยกัน ไอบาโรแกมันน้องคิดไม่ซื่อจริงๆ!! ตอนนี้อูฮยอนกับบาโรเดินเข้าลิฟต์ไปยังชั้นยี่สิบหกแล้ว ผมจึงรีบกดและตามสองคนขึ้นไป ใจเต้นตึกตักเพราะกลัวสองคนนั้นจะทำอะไรกัน ผมกำลังกลัว ผมกำลังหวง กำลังหึงมากๆด้วย เมื่อลิฟต์ถึงชั้นยี่สิบหกแล้วผมก้าวขาออกจากลิฟต์อย่างระมัดระวังที่สุดเพราะจะกลัวเป้าหมายเห็น แต่รู้สึกสองคนนั้นจะไม่ได้สนใจอะไรรอบข้างเลย นัมอูฮยอนกำลังแตะคีย์การ์ดห้องโดยมีบาโรยืนอยู่ข้างๆ และในที่สุดสองคนนั้นก็เข้าห้องกันไปแล้ว....
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ติดตามตอนต่อไป.....

1 ความคิดเห็น:

  1. แปะอ่ะชอบคิดมา โถ่วววว เชื่อใจบ้างเถอะ แต่บาโรนี่ก็นะ....นางทำแบบนี้ทุกทีที่มีโอกาส5555

    ตอบลบ