Chapter 24
คิมซองกยูพูดจบก็ลุกขึ้นและเดินออกนอกห้องไปทันที
ปล่อยให้นัมอูฮยอนนั่งปล่อยให้น้ำตาไหลแล้วไหลอีก ในใจเจ็บปวดไปหมด
ความรักที่เรามีให้กันมันคือความรักแบบไหนกันแน่ รักโดยที่อีกคนครอบครองเพียงฝ่ายเดียวหรือยังไง
ร่างเล็กพยุงตัวเองลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องเพื่อจะไปหาเสื้อตัวใหม่มาเปลื่ยน
เพราะเสื้อตัวเก่าซองกยูได้ฉีกขาดไปแล้ว
หลังจากที่จัดการเปลื่ยนเสื้อเสร็จเรียบร้อยก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้าง
นัมอูฮยอนรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อีกคนมักบอกว่าผมเป็นของเขา
แต่เขาไม่เคยคิดจะพูดคำว่า’รัก’ออกมาจากปากของเขาเลยสักคำ
เปลือกตาค่อยๆหนักอึ้งและเหมือนกำลังจะปิดลงในไม่ช้า น้ำตาก็ยังไม่ไหลไม่หยุด
สายตามองไปยังข้อมือตัวเองที่เขียวเป็นปื้นเพราะแรงบีบของอีกคน
เจ็บทั้งกายเจ็บทั้งใจจริงๆเลย อูฮยอนคนโง่......
‘’ทำไมไม่คิดที่จะโกรธอีกคนนะนัมอูฮยอน
ทำไมไม่เกลียดเขาไปเลยล่ะ’’
ร่างเล็กพึมพัมกับตัวเองไปมาเหมือนคนสติเริ่มขาดหาย
นั่นสิทำไมตัวเองไม่คิดจะโกรธคนที่ทำให้เจ็บช้ำขนาดนี้
นอนครุ่นคิดสิ่งที่เจอมาภายในวันนี้ได้สักพักก็อยากจะหลับให้ลืมโลก
ไม่ต้องตื่นมาเจออะไรอีก ความตายค่อยๆคลานเข้ามาในความคิดช้าๆ
ในเมื่อชีวิตตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้วสักอย่าง ทั้งเงิน ความสุข
หรือแม้กระทั่งคนที่จะอยู่เคียงข้าง งั้นก็ตายๆไปเลยก็ดี
พอคิดได้อย่างงั้นนัมอูฮยอนก็ลุกขึ้นจากเตียงช้าๆเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าอย่างลวกๆก่อนจะเดินไปเปิดตู้ใส่ยาลดไข้ต่างๆที่เก็บไว้ใช้เวลาฉุกเฉิน
‘’ฮึก....ซองกยู....ซองกยู
T^T’’
ภาพตรงหน้าช่างหน้าสมเพชเหลือเกิน
นัมอูฮยอนร้องเรียกชื่อคนที่ทำร้ายจิตใจตัวเองเหมือนว่าเรียกแล้วเขาจะกลับมาอย่างงั้นแหล่ะ
สายตาเหลือบมองเห็นขวดยานอนหลับตั้งอยู่ด้านในสุดก่อนจะคิดขึ้นมาได้ว่าเมื่อก่อนตัวเองนั้นเป็นโรคนอนไม่หลับจนต้องพึ่งยาชนิดนี้อยู่เกือบอาทิตย์ถึงจะกลับมาหลับปกติได้
หมอที่จัดยาให้เขาบอกว่ายาชนิดนี้รุนแรงถ้าไม่เป็นอะไรก็อย่ากินเพราะมันอันตรายมากอยู่เหมือนกันถ้าจะกินก็กินเม็ดเดียวก็พอ
แต่ตอนนี้เม็ดเดียวสำหรับอูฮยอนจะไปสำคัญอะไร มือบางเปิดขวดและเทยานอนหลับห้าหกเม็ดลงบนฝ่ามือตัวเองก่อนจะกรอกเข้าปากไปรวดเดียว
‘’แค่ก แค่กๆๆ’’
ด้วยความที่โลภมากกลัวไม่ตายเลยกรอกใส่ปากไปซะหมดทั้งกำ
ขาเล็กวิ่งตรงไปยังตู้เย็นและรีบดื่มน้ำไปหลายอึกเพื่อลดอาการสำลักยา
หลังจากนั้นนัมอูฮยอนพากายตัวเองลุกขึ้นมายังเตียงนอนตัวเองอีกครั้ง จิตใจเริ่มสงบคิดถึงคำพูดของพี่กยูที่เรียกน้องนัมเพราะๆลอยเข้ามาในโสตประสาท
ร่างบางคลี่ยิ้มน้อยๆกับความคิดตัวเองในขณะที่น้ำตาก็ต่างพากันพรั่งพรูไหลลงมาไม่ขาดสาย
ความรักที่สวยงามต่อไปนี้ไม่มีอีกแล้ว.....
ลาก่อนคิมซองกยู.....
.
.
.
.
.
.
.
.
.
SUNGGYU PART
‘’เจ้านายครับ
แล้วงานเซ็ตนี้จะให้ผมกับโชรยงจัดการไหม’’
‘’อืม
ฝากด้วยแล้วกันวันนี้ฉันรีบน่ะ’’
‘’ไม่มีปัญหากับครับเจ้านาย
กลับบ้านโดยสวัสดิภาพนะครับ’’
‘’เช่นกันแดรยง
ถ้าเหนื่อยพักก่อนก็ได้ล่ะ’’
‘’ครับ’’
เสียงทุ่มเอ่ยคุยกับลูกน้องที่ทำงานร่วมกันมาสี่ปีสักพักก่อนจะปลีกตัวออกมา
บอกตามตรงเลยวันนี้จิตใจไม่ได้อยู่กับการงานเลยสักนิด มัวแต่คิดถึงคนตัวเล็กไม่ขาด
ยิ่งภาพที่อีกคนร้องให้เหมือนจะเป็นจะตายนั่นทำให้ผมแทบจะสลายไปกลางอากาศ
เดี๋ยวกลับบ้านก่อนน้องชายตัวแสบมันจะต้องอยู่ไม่ดีแน่ๆ ขาเรียวก้าวขึ้นไปประจำที่คนขับก่อนจะออกรถตรงไปยังบ้านตัวเอง ตลอดทางคิดอยากจะโทรหาอีกคนและคิดขึ้นมาได้ว่า
กระเป๋าเงินกับโทรศัพท์เขาหาย ถ้าแวะซื้อให้คงไม่เป็นไรหรอกเนอะ เปลื่ยนจากกลับบ้านเป็นเลี้ยวเข้าห้างสรรพสินค้าตรงหน้าแทน
ผมใช้เวลาในการซื้อโทรศัพท์ให้อูฮยอนไม่นานเท่าไหร่ก็ซื้อแบบเครื่องเก่านั่นแหล่ะไปให้เขาใช้
กลัวว่าถ้าซื้อแบบใหม่ไปให้อีกคนจะไม่ใช้ ดังนั้นไอโฟนนั่นแหล่ะดีแล้ว หลังจากที่ซื้อโทรศัพท์เสร็จผมก็เดินไปซื้ออาหารให้อีกเก็บตุนไว้เวลาอยู่ห้อง
ไม่รู้ตอนนี้อูฮยอนจะกินข้าวกินปลาหรือยัง เงินสักบาทก็ไม่มี ผมเป็นห่วง เป็นห่วงอูฮยอนจริงๆตอนนี้
ครืดดด
สายตาเหลือบมองโทรศัพท์เครื่องของตัวเองที่อยู่ในมือว่าใครเป็นคนที่โทรมา
แต่พอรู้ก็ต้องทำหน้าหงุดหงิดทันทีที่เห็นว่าเป็นเบอร์น้องชายต่างสายเลือดตัวดีของผมเอง
‘’ว่าไงซันวู’’
[เฮีย
วันนี้กลับไปกินข้าวกับพ่อแม่นะ ผมจะไม่อยู่]
‘’แกจะไปไหน
ทำไมไม่กินข้าวกับพ่อแม่’’
[มีธุระต้องไปทำ...แค่นี้นะเฮีย]
‘’ถ้าจะหอบสังขารของแกไปห้องอูฮยอน
แกเจอฉันแน่’’
ผมวางสายอีกคนทันทีที่พูดจบและเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าดังเดิม
คิดแล้วโมโหเป็นบ้า ทำไมซันวูต้องยุ่งกับอูฮยอนด้วย ถึงจะบอกว่าเป็นพี่ชายน้องชายกันก็เหอะ
ก็ซันวูมันคิดแบบเดียวกันซะที่ไหน มองหน้าก็รู้แล้วว่ามันคิดอะไร พอถึงบ้านผมก็ขนชุดทำงานตัวเอง
และอุปกรณ์เครื่องใช้ส่วนตัวใส่กระเป๋าใบเล็กเพื่อที่จะไปพักกับอีกคน
คืนนี้ผมไม่ปล่อยให้นัมอูฮยอนอยู่คนเดียวแน่ๆ ถึงเขาจะไม่อยากอยู่หรือเห็นหน้าผมก็เถอะ
ไม่นานนักรถคันใหญ่เลี้ยวเข้าไปจอดยังที่จอดรถสำหรับคอนโดนก่อนจะขนของตัวเองเดินขึ้นไปยังห้องอีกคนช้าๆ
แต่ก็ต้องชะงักเมื่อคิดได้ว่าตัวเองไม่มีคีย์การ์ดของอีกคน
‘’คุณซองกยู’’
‘’อะ อ้าวคุณ…เอ่อผมขอโทษนะครับผมจำชื่อคุณไม่ได้’’
‘’ดาร่าค่ะ
ว่าแต่มีอะไรให้ฉันช่วยไหมเห็นคุณทำหน้าเครียด’’
‘’ผมกำลังจะหาคนช่วยพอดีเลย
คือผมทะเลาะกับอูฮยอนน่ะเขาเอาคีย์การ์ดห้องไป ผมเข้าห้องไม่ได้....’’
ผมเล่าให้อีกคนฟังตามความจริงส่วนเขาก็ทำหน้าครุ่นคิดนิดหน่อย
แต่เขาเห็นผมอยู่ที่นี่กับอูฮยอนอยู่สักสองสามครั้ง แต่สุดท้ายเขาเห็นอูฮยอนขนกระเป๋าเสื้อผ้าไปกับผม
เขาคงจะช่วยผมแหล่ะเนอะ
‘’เดี๋ยวฉันเอาคีย์การ์ดสำรองไปเปิดให้นะคะ...’’
‘’ขอบคุณครับ’’
ผู้หญิงตัวเล็กพาผมกดลิฟต์ขึ้นมายังชั้นยี่สิบหกซึ้งเป็นชั้นของห้องของอูฮยอน
ผมยกยิ้มในใจอย่างมีความสุข อีกคนจะต้องตกใจแน่ๆที่ผมเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง
ไม่นานนักประตูห้องของอูฮยอนก็เปิด ผมหันไปยิ้มกว้างและเอ่ยขอบคุณตามมารยาท
คนตัวเล็กยิ้มกริ่มจากนั้นก็เดินจากไปอีกทางนึง ผมเดินเข้าไปในห้องและปิดประตูเบาๆเพื่อไม่ให้เจ้าของห้องได้ยิน
พลางมองกวาดสายตาไปทั่วบริเวณห้องกว้างที่ออกแบบและจัดในสภาพที่หรูหราและดูดี
แต่ก็ไม่เจอใครสักคนนึง
‘’นัมอูฮยอน’’
‘’……’’
ผมเอ่ยเรียกชื่ออีกคนแต่ก็ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา
หรือว่าตัวเล็กจะไม่ได้อยู่ที่ห้อง
คงเป็นไปไม่ได้หรอกเพราเขาไม่มีเงินติดตัวแล้วเขาไปจะไปไหนได้
ผมเดินหิ้วอาหารที่แวะซื้อในห้างเมื่อกี้เดินไปวางใว้บนโต๊ะอาหาร แต่ก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นขวดยามากมายกองระเกะระกะเต็มไปหมด
ไม่ทันจะคิดอะไรมากขาก็ก้าวเดินตรงไปยังโต๊ะนั่นและหยิบยาต่างๆขึ้นมาดู
มันมีทั้งยาลดไข้ ยาแก้แก้ปวดเมื่อย ยานอนหลับ ปะปนกันมั่วไปหมด
นัมอูฮยอนไม่สบายหรอ ไม่สบายแล้วทำไมเทยาออกมาเยอะขนาดนี้
‘’อูฮยอน!!!’’
ในสมองเริ่มคิดไปในทางลบ
กลัวว่าอีกคนจะฆ่าตัวตายต่างๆนาๆ ผมวิ่งไปยังห้องนอนเผื่อเจออีกคนนอนอยู่ในนั้น
แต่พอเปิดประตูเข้าไปกลับพบอีกคนอย่างที่หวังจริงๆด้วย อูฮยอนนอนตะแคงข้างนิ่ง
สงสัยว่าอีกคนคงไม่สบายและหายากินแน่ๆ ผมเดินอ้อมไปหาอีกคนเพื่อที่จะเห็นหน้าเขาชัดๆว่าซีดหรือป่าว
แต่กลับยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีก
ใบหน้าซีดจัดพร้อมกับน้ำลายที่เอ่อล้นเป็นฟองออกมานอกปากนั้นหมายความว่ายังไง
‘’อูฮยอน!!!’’
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ติดตามตอนต่อไป.....
ฮรือออออ น้องนัมอย่าเป็นไรนะ แปะแม่งงงงง แย่ๆๆๆ
ตอบลบ