วันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ตาขีด Chapter 32 *leadnum*

Chapter 33


ฟิ้วววววว  ~ 


    เสียงลมพัดผ่านไปมาอย่างแรง จึงทำให้ผมรีบปิดกระจกรถทันที ไม่ใช่ผมไม่ชอบนะอากาศเย็นๆแบบนี้ แต่แบบยังไงอ่ะมันหนาวเกินไป หนาวจนผมไม่อยากอาบน้ำ แล้วสุดท้ายผมก็จะเป็นคนสกปรก -0- มือหนาเอื้อมมาดึงมือผมไปจับไว้ช่วยบรรเทาความเย็น รอยยิ้มน่ารักถูกส่งกลับไปให้อีกคน ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปในโรงพยาบาล


‘’ซองกยูเราจะอยู่ที่นี่กันนานไหม ?’’
‘’ไม่นานนะ ทำไมหรอ’’
‘’ป่าว ผมถามไปงั้นแหล่ะ’’
‘’วันนี้หมอให้อีซานดึลกับซองยอลกลับบ้านได้แล้วน่ะ’’


     ผมพยักหน้าหงึกหงักและปลดเข็มขัดออกเมื่ออีกคนจอดรถ มือเล็กกำชับเสื้อกันหนาวตัวหนาให้แน่นขึ้นไปอีกเพราะข้างนอกหนาวยิ่งกว่าอะไร คิมซองกยูเลยจับมือผมและวิ่งเข้าไปในโรงพยาบาลทันที มันเหมือนในหนังเลยนะที่พระเอกจับมือนางเอกวิ่งท่ามกลางสายฝนกันสองต่อสองแต่เสียดายที่นี่ฝนไม่ตก สองขาก้าวไปยังห้องพักของอีซานดึล ระหว่างทางเราจับมือกันไม่ปล่อย จนผมชินไปแล้วกับเรื่องแบบนี้ แต่มันไม่ชินอยู่อย่างเดียว ก็คือ เมื่อถึงหน้าห้องปุ๊ปเขาก็ปล่อยมือผมออกทันที
ทำแบบนี้หมายความว่าไงคิมซองกยู...


 ‘’ซองกยูนายหายหัวไปเลยนะ ฉันโทรไปก็ไม่รู้ใครรับ :’( ‘’


     เมื่อผมกับเขาเดินเข้าไปในห้องปุ๊ป เข้าของฉายาเป็ดน้อยน่ารักก็แว้ดขึ้นทันที เวลาสองคนนี้รวมตัวกันทีไรผมกับลีจุนเหมือนเป็นอากาศที่ไม่มีตัวตน เราสองคนเลยยืนยิ้มเจื่อนๆให้กันแทน ลีจุนทิ้งตัวนั่งลงตรงโซฟาสีขาวภายในห้องโดยมีผมเดินไปทิ้งด้วยข้างๆ จากนั้นเขาก็เริ่มบทสนาในความวังเวงทันที


‘’ไงอูฮยอน’’
‘’ผมน่าจะบอกซองกยูว่าไม่ต้องมาที่นี่เนอะ มาทีไรเขาสองคนลืมพวกเราประจำ’’


     เสียงหัวเราะดังออกมาจากผมและลีจุน มันเป็นเรื่องน่าตลก แต่ในลึกๆมันไม่สมควรที่จะตลก ลีจุนคลี่ยิ้มหวานและเอามือประสานกันพลางมองภาพภรรยาตัวเองกับสามีคนอื่นกระหนุงกระหนิงกัน มองธรรมดาดวงตาคู่นั้นคงจะไม่มีอะไร แต่ความจริงแล้วดวงตาคู่นั้นมันมีความรู้สึกหลากหลายซ่อนอยู่เยอะเลยล่ะ


‘’งานฉันเยอะนี่ นายก็รู้ซานดึล’’
‘’เยอะถึงขนาดไม่มาหาผมเลยหรอ น้อยใจชะมัด’’
‘’อืมม งั้นวันนี้อยากกินอะไรล่ะเดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง แทนคำขอโทษดีมั้ย’’
‘’อืมมม ไอติมเป็นไง’’


      ผมที่นั่งฟังบทสนทนาของทั้งสองคนไปมา อีซานดึลบอกอยากกินไอศรีม ไม่ดูสภาพแวดล้อมเลยพ่อคุณ -_- ผมเบนสายตาไปทางคิมซองกยูว่าเขาจะตอบยังไง อีกคนพยักหน้าหงึกหงักและเอานิ้วก้อยไปเกี่ยวสัญญากับอีกคน ดวงตาเล็กยิ้มปิดมิดพร้อมกับรอยยิ้มเผยออกมาอย่างเต็มที่ ผมมองสองคนนั้นเพลินจนไม่รู้สึกตัวว่า มือของตัวเองกำลังกำเข้าหากันแน่น


‘’นายโอเคมั้ย ?’’


     เสียงของคนด้านข้างดังเข้ามาในโสตประสาททำให้ผมหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเองทันที ผมหันหน้าไปมองอีกคนอย่างสงสัยว่าผมต้องโอเคเรื่องอะไร ลีจุนยื่นมือมาแตะมือผมเบาๆข้างที่กำแน่น พอผมมองมือตัวเองก็ตกใจและรีบคลายทันที


‘’นายดูจะไม่โอเคนะนัมอูฮยอน’’
‘’เอ่อผม...’’
‘’ชางซอนช่วยมาอุ้มอีซองยอลหน่อยสิ ผมขอเก็บของแปปนึง’’


    ผมกำลังจะตอบอีกคนแต่เสียงของอีซานดึลทำให้ผมกับลีจุนเลิกคุยกันและหันไปหาต้นของเสียงแทน ลีจุนพยักหน้าและเดินไปอุ้มลูกชายของเขา และเดินกลับมานั่งข้างผมเหมือนเดิม คิมซองกยูช่วยคนตัวเล็กเก็บของใส่กระเป๋าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม อยู่กับผมเขายังไม่เป็นแบบนี้เลยเหอะ


‘’ลีจุนนายไม่อะไรหน่อยหรอไง’’
‘’เรื่องแบบนี้เราต้องใจเย็นนะ’’


    ลีจุนพูดกลับมาอย่างอารมณ์ดีส่วนผมน่ะหรอแรงอาฆาตเริ่มมาตงิดๆ อีซานดึลเห็นหน้าผมเขายังไม่ทักผมเลย คำแรกที่เขาพูดคือ คิมซองกยู ~ คิดผิดคิดถูกที่ญาตีดีกับมันวะ = =


‘’อีซานดึล’’
‘’ว่าไงอูฮยอน’’
‘’เยอะไปนะ’’


     ผมพูดกับอีกคนสีหน้าเรียบ ลีจุนที่นั่งอยู่ข้างๆหันมามองผมและอีซานดึลสลับกัน คนตัวเล็กกว่าอ้าปากค้างนิดนึงก่อนจะหัวเราะหน่อยๆและเปลื่ยนเป้าหมายเป็นไปอุ้มลูกชายของเขาแทน ในขณะที่ผมกำลังทำหน้าบึ้งอยู่ก็รู้สึกว่ามีคนมองมาทางผม พอผมหันไปมองเขากลับเท่านั้นแหล่ะ ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ ไม่มีคำพูดหรือคำห้าม มีแต่เพียงสายตาที่ไม่พอใจเท่านั้นที่ส่งมาให้ คิมซองกยูกำลังไม่ชอบในสิ่งที่ผมทำ


‘’เอ่อคิมซองกยูไม่ต้องเลี้ยงไอติมผมแล้วก็ได้ ผมพูดเล่นน่ะ’’
‘’.......’’
‘’นายกลับบ้านเถอะ ขอบคุณที่มาหานะ’’
‘’ไม่เป็นไร บอกว่าจะเลี้ยงก็เลี้ยงไง’’


     มือบางกำเข้าหากันแน่นอย่างโกรธจัด พยายามบังคับลมหายใจตัวเองให้สงบเสงี่ยม บรรยากาศในห้องเงียบสนิทยิ่งกว่าป่าช้าในขณะที่ตอนแรกครึกครื้นซะเหลือเกิน อีซานดึลทำหน้าครุ่นคิดหนักเขาไม่กล้าแม้จะสบตาผม คิมซองกยูเห็นอีกคนอ้ำอึกอยู่นานก็จัดการดึงแขนอีกคนออกจากห้องไปแทน ทิ้งให้ผมยืนกับลีจุนสองคนอยู่ในห้อง มันไม่ใช่แบบนี้สิ มันต้องไม่ใช่แบบนี้!!


‘’ไปกันเถอะ’’
‘’ไม่ไป!!!!’’
‘’อูฮยอนอา เธอก็รู้ว่าทำอะไรไม่ได้ ขนาดฉันเป็นแฟนเขาฉันยังทำอะไรไม่ได้เลย’’
‘’........’’
‘’นายไม่ใช่คนรักของคิมซองกยูจริงๆหนิ แล้ว...’’
‘’จริงสิเนอะ...ผมคงสำคัญตัวเองผิดไป’’


    หัวใจกระตุกฮวบเมื่ออีกคนพูดแบบนั้น มันปวดรวดร้าวไปซะหมด เขาไม่เคยขอผมคบเลยสักครั้งมีแต่เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปวันๆ มองก็เห็นชัดว่าคนที่ผมรักเขาอยู่กับอีกคนแล้วมีความสุขขนาดไหน


ทำไมคิมซองกยูถึงไม่เลือก....
ทำไมคิมซองกยูถึงไม่พูดให้ชัดเจน....
เขาจับให้ผมยืนอยู่ตรงจุดไหนของชีวิตเขากันแน่....



------------------- ---------------------------- ------------------ ---------------------



ปัง ปัง ปัง!!!


    เสียงทุบประตูดังรัวๆอยู่หน้าห้องของเพื่อนสนิท ยิ่งอีกคนไม่มาเปิดนั่นยิ่งทำให้ผมหงุดหงิดและทุบแรงขึ้นกว่าเดิมอีก ผมไม่ได้ไปกับพวกเขาพอผมพูดลีจุนจบผมก็รีบมาที่นี่ทันที ผมได้ยินเสียงคนด้านในดังลอดๆออกมาว่า เดี๋ยวโว้ยๆนั่นทำให้ผมเบาใจว่าเพื่อนของผมอยู่ในห้องนี่เป็นแน่แท้


‘’ใครวะ...อะ อ้าวนัมสตาร์’’
‘’ทำไรอยู่ -_- ‘’
‘’เข้ามาก่อนๆ’’


     เมื่อเพื่อนรักเห็นอาการของผมไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยดึงมือผมให้เดินเข้ามาในห้องแทน ผมทิ้งตัวนอนลงบนโซฟายังกับว่าที่นี่คือบ้านของตัวเอง ไม่ใช่บ้านก็เหมือนบ้านอีกหลังแหล่ะเพราะเมื่อก่อนที่ผมยังเหลวไหลเที่ยวบ้านช่องไม่กลับผมก็อยู่ที่นี่ คีย์เดินไปหยิบน้ำปล่าวแล้วยื่นมาให้ผมก่อนที่จะนั่งลงข้างๆกัน


‘’เป็นอะไรวะ ทำไมถึงมาห้องกูได้’’
‘’แค่คิดถึงมึง อยากหามาไม่ได้ไง ?’’
‘’กูพูดแบบนั้นยัง - -‘’


     คีย์เอามือมาผลักหัวผมทีนึงเชิงว่าหมั่นเคี้ยว ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างหนักใจก่อนจะหันไปมองนอกหน้าต่าง อย่างใช้ความคิด จะทำยังไงให้ตัวเองไม่ต้องคิดมากพวกเรื่องนี้ดีนะ


‘’คิบอม’’
‘’หะ หา... อย่าเรียกชื่อจริงดิกูผวามึงแล้วนะเว้ย = =’’
‘’คืนนี้ขออยู่ด้วยนะ…’’



ในเมื่อยังไม่พร้อมเจอหน้า ก็ขอหลีกเลี่ยงไปก่อนละกัน.....
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ติดตามตอนต่อไป....

1 ความคิดเห็น:

  1. เอาอีกแล้วว แปะแย่ๆๆ ไม่ชัดเจน น้องนัมก็งอนสิทีนี้ ตกลงซานดึลนี่ยังไงงงงง

    ตอบลบ