วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ตาขีด Chapter 49 *leadnum*

Chapter 49



 3ปีผ่านไป....



16.00 PM


      รถยนต์ขับเคลื่อนเข้าไปยังสถานศึกษาชื่อดังใจกลางเมือง เด็กนักเรียนมากมายทยอยกันออกมานอกโรงเรียนเพื่อที่จะกลับบ้านของตน ผมเหลือบมองหาที่จอดรถว่างๆอยู่สักพักก็เจอและเคลื่อนพาหนะเข้าไปจอดอย่างที่ทำเป็นประจำ สองขาเดินออกมานอกรถและตรงไปยังตึกอาคารเรียนของเด็กอนุบาลก่อนจะพบเด็กที่นั่งอยู่บนชิงช้าคนเดียวในมุมที่ไกลจากเพื่อน อีกแล้ว มยองซู อยู่แยกจากเพื่อนอีกแล้ว


‘’คิมมยองซูแม่มารับแล้ว’’
‘’คุณน้า มยองซูแกล้งซูจีอีกแล้ว’’


      ขาผมกำลังจะเดินเข้าไปหาลูกชายแต่กลับมีเด็กผู้หญิงวิ่งมาดักหน้า ก่อนจะเอ่ยปากฟ้องว่ามยองซูไปแกล้ง ผมเอามือขึ้นเช็ดเหงื่อตัวเองก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ผมมารับลูกชายทีไรซูจีจะมาฟ้องผมแบบนี้ประจำ


‘’เดี๋ยวน้าจัดการมยองซูให้นะ....ลูกกลับบ้านเร็ว’’
‘’ฉันบอกว่าไม่อยากเล่นกับเธอ แต่ยังจะมายุ่งกับฉันอยู่ได้’’



       มยองซูเดินเข้ามาทำหน้าบึ้งใส่เพื่อนเด็กแล้วก็เชิดหน้าใส่ผมและเดินไปที่รถทันที ผมเกาหัวและยิ้มแหยๆให้กับเด็กคนนั้นพร้อมกับบอกลาและเดินตามลูกชายที่มีชีวิตไม่เหมือนเด็กกลับไปที่รถ ลูกชายผมอายุสามขวบ มีการพัฒนาที่แตกต่างจากชีวิตเด็กคนอื่นโดยสิ้นเชิง เด็กวัยนี้ส่วนมากจะชอบเล่นของเล่น หรือพวกของที่เด็กๆเล่นกัน ดูการ์ตูน บลาๆ แต่ลูกชายของผมชอบอยู่คนเดียว ไม่ดูการ์ตูน ไม่เล่นของเล่น ไม่เล่นกับเพื่อน สันโดษสุดๆ =[]=



‘’อีกแล้วนะแกล้งเพื่อนอีกแล้ว แม่ห้ามกี่ครั้งแล้วเนื้ย’’
‘’แม่ครับ ผมไม่ได้แกล้งเธอ ผมแค่ผลักเธอล้มแล้วไม่ขอโทษ....เดินหนี’’
‘’แม่จะบอกพ่อให้จัดการนิสัยแล้ว’’
‘’ผมไม่กลัวพ่อหรอก’’



       เด็กชายผมดำขลับกับสีผิวขาวดูจะไม่สะท้านกับคำว่าพ่อแม่จะจัดการเลยสักนิดเดียว ถ้าถามว่าทำไมผมไม่จัดการเองสาเหตุคือ ผมตีลูกไม่ลง คิมซองกยูชอบหาว่าผมตามใจลูก T_T ใครจะไปข้มงวดเหมือนเขากัน



‘’หิวไหม แม่พาไปกินข้าว’’
‘’ผมอยากนอน’’
‘’อ่ะนอนๆ เดี๋ยวแม่เอนเบาะให้นะ’’


        เมื่อรถติดไฟแดงผมก็จัดการเอนเบาะอีกฝั่งให้ลงไปนอนราบ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนค่อยๆหลับตาลงช้าๆก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปด้วยความเหนื่อย ผมรู้ได้เพราะลมหายใจสม่ำเสมอ  ระหว่างทางผมแวะซื้อขนมปังให้มยองซูไว้กินที่ห้อง ถ้าเขาตื่นมาไม่เจอผมไม่ใช่ปัญหา เขาไม่เคยร้องให้ตอนตื่นมาไม่เจอใคร นั่นคือข้อดีของเด็กแปลกคนนี้


‘’เอาขนมปังใส้ช็อคโกแลตสามครับ
‘’ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะเชิญคุณลูกค้านั่งรอตรงนี้ก่อนเลยค่ะ’’


       ผมยิ้มหวานให้พนักงานก่อนจะเดินไปนั่งตรงเก้าอี้สำหรับลูกค้า ไม่นานนักขนมปังที่สั่งไปก็มาส่งผมจึงเดินกลับไปที่รถ แต่กับพบลูกชายกำลังคุยโทรศัพท์ของผมอยู่


‘’โทรศัพท์แม่มันดังทำลูกตื่นหรอ’’
‘’พ่อโทรมา’’
‘’แล้วลูกว่าไงล่ะ’’


       ผมพูดไปด้วยพลางสตาร์ทรถขับออกไป มยองซูทำหน้าเบื่อๆก่อนจะเริ่มเล่า ผมไม่เข้าใจว่าทำไมลูกชายคนนี้ถึงไม่ค่อยถูกกับพ่อของตัวเอง ก็แค่ซองกยูไม่ชอบตามใจเขา ชอบทำหน้านิ่งๆใส่ลูก ไม่ค่อยพูดกับลูกเท่าไหร่ แค่นั้นเอง..... แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รักลูกนะ เขาบอกว่ามีคนตามใจแล้วดังนั้นต้องมีคนไม่ตามใจด้วย 


‘’พ่อถามว่าแม่ไปไหน ถามผมว่ากินข้าวหรือยัง เพราะพ่อกำลังจะกลับบ้าน’’
‘’ไงต่อ’’
‘’ผมถามพ่อว่าทำไม พ่อเงียบและบอกว่าไอเด็กบ้า’’


      ผมหัวเราะออกมาเมื่อลูกบอกมาแบบนั้นน่ารักจริงๆเลยพ่อลูกคู่นี้ รถเคลื่อนมาจอดใต้คอนโดเป็นที่เรียบร้อยมยองซูปลดรถและหิ้วกระเป๋าตนเองขึ้นห้อง ลูกคนนี้เคยต้องการคนที่จะอยู่เคียงข้างป่ะเนื้ย



‘’มยองซู’’
‘’สวัสดีครับ’’
‘’จ้า สวัสดีจ้า เรียนเป็นไงบ้าง’’
‘’เหมือนทุกวันครับคุณน้า คุณครูสอนไม่ได้เรื่องเหมือนเดิม’’
‘’อูฮยอน ลูกแกเจ๋งว่ะ’’



     เจ๊ด้าหันมายกนิ้วโป้งให้กับผมก่อนจะลูบหัวมยองซูอย่างเอ็นดู พอทักทายกันเสร็จผมกับมยองซูก็เดินขึ้นห้องด้วยกัน มยองซูไม่ค่อยคุยกับผมแต่เขาติดผมมาก คืนไหนเขาไม่ได้กอดผมเขาจะนอนไม่หลับ แต่วันไหนผมไม่ได้กอดเขาผมก็นอนไม่หลับเหมือนกัน


‘’แม่ครับ วันนี้พ่อจะถามพฤติกรรมผมที่โรงเรียนอีกแล้วใช่ไหม’’
‘’ใช่ พอลูกบอกลูกก็จะโดนพ่อด่า’’
‘’โกหกได้ไหมครับ’’
‘’.......’’
‘’ได้มั้ย’’


     เมื่อวางของเสร็จผมก็เดินมาตีปากลูกชายเบาๆ เป็นเด็กเป็นเล็กหัดโกหกได้ยังไงกัน แต่ก็นะผมตีเบาๆ = =



‘’โกหกพ่อแม่บาปนะ อยากบาปก็ตามใจ’’



ติ๊ด ติ๊ด



‘’พ่อแน่ๆ แม่ไปเปิดเลย’’



      ขาเล็กยันตัวเองลุกขึ้นเดินไปยังประตู คิมซองกยูยิ้มหวานใส่ผมและจุ้บปากเบาๆทีนึงและเดินเข้ามา ผมเห็นในมือเขามีกระดาษอะไรสักอย่างเกี่ยวกับบ้าน แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป


‘’มยองซูล่ะอูฮยอน’’
‘’หนีพี่ไปนอนในห้องแล้ว’’
‘’อะไรกันไอลูกคนนี้ -_-‘’
‘’พี่ไปด่าลูกบ้าทำไมเล่า’’
‘’ก็นะอยากแกล้งคิคิ’’


      อีกคนหัวเราะคิกคักและเดินเข้าไปในห้อง ผมเห็นมยองซูนอนฟุบหน้าลงกับหมอน เมื่อคนเป็นพ่อทำเป็นวางแฟ้มงานลงบนโต๊ะดังๆเขาก็เงยหน้าขึ้นมา มยองซูไม่ได้ไม่ชอบพ่อ แต่เขาไม่รู้จะปฎิบัติตัวยังไง ซองกยูชอบทำตัวเป็นผู้ใหญ่เพื่อจะให้ลูกดูเป็นเยี่ยงอย่างและเชื่อฟัง แต่พอเขาอยู่กับผมเขาก็ไอหื่นดีๆนี่แหล่ะ



‘’ไปโรงเรียนเป็นไงบ้าง’’
‘’สนุกดีครับ’’
‘’แกล้งใครอีกหรือป่าวเราน่ะ’’
‘’ผมผลักซูจีล้ม’’


       ซองกยูทิ้งตัวนั่งลงข้างๆลูกชายพร้อมกันถอนหายใจแรงๆ มยองซูเป็นแบบนี้ตั้งแต่วันแรกที่ไปโรงเรียน เขาแกล้งเพื่อนที่มาเล่นกับเขาตลอด แต่เด็กที่ชื่อซูจีมักจะโดนบ่อย บางทีผมว่าควรจะพามยองซูไปเรียนการเข้าสังคมกับเพื่อนบ้างก็ยังดี เขาอยู่บนโลกนี้โดยไม่มีเพื่อนไม่ได้หรอก


‘’ใครสอนให้แกล้งผู้หญิงกันหืม’’
‘’ไม่มี ผมแกล้งเอง ก็ผมไม่อยากเล่นกับเธอนี่’’
‘’ลูกต้องมีเพื่อนนะ เข้าใจไหม’’
‘’ผมมีเพื่อนคนเดียวคือโฮย่า คนอื่นผมไม่คบ’’
‘’แต่แกต้องคบ โฮย่าอยู่โรงเรียนเดียวกับแกที่ไหน’’


      ผมรีบเข้าไปปราบปรามเหตุการ์ณทันที ผมปวดหัวง่ะแต่มันก็ชินไปแล้วกับภาพพวกนี้ โฮย่าคือลูกของคีย์ ลูกชายของพวกเราสองคนจึงสนิทกันเป็นพิเศษ แต่เสียดายที่พวกเขาไม่อยู่โรงเรียนเดียวกันกัน ผมจับลูกชายมายืนข้างๆตัวเองก่อนจะบอกให้คนรักออกไปข้างนอก เขาชอบหาเรื่องทะเลาะกับลูกทุกครั้งเลย มีไหมที่ยอมฟังลูกบ้างเหมือนผม -0-


‘’เธอก็แบบนี้ตลอด ให้ท้ายลูกอีกแล้วนะ’’
‘’พี่อ่ะ ช่างลูกสิไปอาบน้ำไป’’
‘’เอ้อ คืนนี้เธอโดนแน่’’


      อีกคนทำหน้าเจ้าเล่ห์พร้อมกับหยิบผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไปทันที ผมกระพริบตาปริบๆแล้วก็ร้อนหน้าขึ้นมาซะงั้น ลูกชายกระตุกแขนผมพร้อมกับมองหน้าด้วยความสงสัย หวังว่าเขาคงไม่สงสัยเรื่องอะไรพวกนั้นหรอกนะ สามขวบยังไงใสใสใช่มั้ย


‘’พ่อจะจัดการอะไรแม่หรอครับ’’
‘’พ่อขู่ไปงั้นแหล่ะ = =’’
‘’แบบวันนั้นหรือป่าวที่แม่ร้องเรียกชื่อพ่อเหมือนเป็นอะไรสักอย่างตอนกลางคืนน่ะ’’
‘’มยองซู!!!’’


    ลมแทบจับเมื่อได้ยินคำพูดออกมาจากปาก แต่ดูสีหน้าเขาสิมันยังบ่งบอกถึงความไม่เข้าใจเรื่องของผู้ใหญ่เลยสักนิด ผมกลัวลูกชายตัวเองใจแตกขึ้นไปทุกวัน ไม่ได้แตกเพราะสื่อหรือสังคมหรอกนะ แตกเพราะพ่อกับแม่มันเนื้ยแหล่ะ




‘’ไว้ลูกโตลูกจะเข้าใจวิธีการจัดการแม่ของพ่อนะ’’
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ติดตามตอนต่อไป....

1 ความคิดเห็น:

  1. ว๊ากกกกก คิมซองกยู นางสอนลูกอะร๊ายยยยย มยองอย่าทำตาม

    ตอบลบ