Chapter 26
02.02 AM
แสงดาวบนท้องฟ้าแพรวพราวระยิบระยับสวยงามเต็มท้องฟ้าทั่วไปหมด
ผมได้แต่ยืนมองมันและระบายยิ้มออกมาอย่างเศร้าๆ นัมสตาร์
ชื่อนี้ที่เมื่อก่อนทุกคนคอยเรียกเวลาเจอหน้า
เมื่อก่อนผมเป็นรู้จักของผู้คนเยอะแยะเต็มไปหมด ผมไม่เคยมีแฟน ผมไม่เคยมีความรัก
ผมไม่เคยมีเพื่อน ไอว่ามีมันมีแหล่ะแต่เพื่อนแท้ผมมั่นใจว่าผมไม่มีเลยสักคน
แต่ตอนนี้ชีวิตผมเปลื่ยนไปหมดแล้ว เปลื่ยนไปตั้งแต่พาตัวเองก้าวเข้ามาเหยียบเสี้ยนหนามต่างนาๆ
ผมพาตัวเองมาทรมานกับใครก็ไม่รู้ที่ใจร้าย
ผมจะไม่โทษใครเลยที่ผมต้องเจอกับอะไรทุกวันนี้ ผมก็โทษตัวผมเองนั่นแหล่ะ
‘’จริงหรอ
ไม่ได้อำเล่นใช่ป่ะเนื้ย’’
ผมหันไปมองต้นตอของเสียงที่นอนเปลือยท่อนบนอยู่บนเตียงที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับใครไม่รู้
ผมถอนหายใจเฮือกใจก่อนจะหันมาสนใจหมู่ดาวบนท้องฟ้าต่อ คิมซองกยูยังไม่ไปไหน
และเมื่อกี้ผมเพิ่งจะเสียตัวให้เขาหมาดๆ น่าสมเพชตัวเองซะจริงๆ
‘’นัมอูฮยอนไปข้างนอกกันเถอะ’’
‘’ไปไหน....’’
‘’ไปดูเด็กกัน’’
ผมถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะเอี้ยวตัวเดินไปหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ออกมาจากตู้
ผมขี้เกียจต่อเถียงต่อความกับเขาอีกแล้ว ร่างกายเขียวช้ำไปหมด
เขาทำให้ผมรู้ว่าเขาสามารถฆ่าผมตายได้จริงๆ
ผมใช้เวลาไม่นานนักในการเปลื่ยนเสื้อผ้า คนตรงหน้าดูตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด
ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงถามว่าเป็นอะไร แต่ตอนนี้พูดสักคำผมยังไม่อยากจะพูดเลย
‘’ใส่เสื้อกันหนาวหนาๆล่ะ
ตอนนี้ข้างนอกมันหนาวมากรู้ไหม’’
‘’อือ รู้แล้ว....’’
---------------------------------------------------------- ---------------------------------------------------
ผมตอบอีกคนแค่นั้นแล้วก็กำชับเสื้อกันหนาวตัวหนาตัวเองแน่นขึ้นไปอีก
คิมซองกยูจะพาผมไปไหนไม่รู้ เราสองคนเดินกันลงมาเรื่อยๆจนถึงรถ เขายังแสดงอาการตื่นเต้นไม่เลิก
จนผมเริ่มหงุดหงิด เขายิ้มตลอดทาง ดูอารมณ์ดีสุดๆ
แตกต่างจากผมที่นั่งนิ่งเหมือนโดนสะกดจิต ถนนยามดึกโล่งทำให้เขาสามารถทำรถเร็วได้โดยไม่กลัวอันตราย
ซองกยูเลี้ยวรถเข้ามาในโรงพยาบาลใจกลางเมือง เขามาโรงพยาบาลทำไม ใครเป็นอะไร
ใครตายหรือว่าอะไรหรอ แต่อูฮยอนก็ทำได้อย่างเดิมคือ
กลืนคำถามลงคอและเดินตามเขาไปเรื่อยๆ
‘’เงียบตลอดทางเลยนะน่ารำคาญชะมัด’’
‘’.......’’
‘’พูดอะไรหน่อยสิ
จะเดินตามฉันแบบนี้ไปเรื่อยๆหรอ’’
‘’ผมไม่อยากพูด’’
เสียงตอบแบบเนือยๆถูกส่งกลับไป
คิมซองกยูถอนหายใจเฮือกใหญ่และเคาะประตูห้องคนไข้ที่เขายืนหยุดอยู่
ผมอ่านป้ายชื่อห้องก็ต้องอ๋อและอยากจะกลับบ้านขึ้นมาทันที
อีซานดึลมันตายหรอไงถึงได้หอบสังขารมาหาถึงตีสองขนาดนี้
อีกคนข้างๆยิ้มกว้างและกระตุกมือผมให้เดินเข้าไปในห้อง
ผมเห็นชางซอนที่นั่งอยู่ข้างๆเตียงพร้อมกับอีซานดึลที่นอนอยู่บนเตียงและยิ้มอย่างมีความสุข
พอเขาเห็นพวกเราทั้งสองคนก็ยิ่งยิ้มกว้างเข้าไปใหญ่
‘’ซองกยู!!! นายมาแล้ว’’
‘’ไหน
เด็กน้อยอยู่ไหนกัน’’
‘’นี้ไง
ลูกของผมน่ารักไหม’’
ผมตาเบิกกว้างอย่างตกใจเมื่อซองกยูพูดถึงเด็ก
ซองกยูกึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงเข้าไปยังเตียงคนป่วย ชางซอนได้หลีกทางให้กับเขาจึงทำให้เห็นเด็กน้อยวัยเพิ่งเกิดกำลังหลับพริ้มอยู่ในอ้อมอกของผู้เป็นแม่ได้ชัดๆ
เดี๋ยว ซานดึลมีลูกหรอ ผมก้าวขาไปยืนข้างๆของชางซอนที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ปลายเตียง
พอเขาเห็นผมมายืนข้างเขาเขาก็ทักผมขึ้นมาอย่างสุภาพ
‘’ไงอูฮยอน’’
‘’รู้จักชื่อผมด้วยหรอ’’
‘’รู้สิ
นายเป็นภรรยาของซองกยูนี่’’
‘’อ๋อ
นายชื่อชางซอนใช่ไหมล่ะ’’
‘’เรียกลีจุนเถอะ
ชื่อโบราณแบบนี้ให้ซานดึลเขาเรียกคนเดียวก็เครียดแล้ว ฮ่าๆๆ’’
ผมยกยิ้มและหัวเราะออกมาเบาๆ
สายตามองเด็กน้อยที่ซองกยูใช้มือลูบแก้มไปมาอย่างเอ็นดู
ถ้าเกิดผมท้องขึ้นมาจะเป็นยังไงวะเนื้ย
‘’ไปคุยกันหน่อยดีไหม’’
‘’ก็ได้’’
‘’ซองกยูกับซานดึลคุยกันไปก่อนนะ
เดี๋ยวผมมา’’
‘’ครับ อย่าไปไกลล่ะ’’
ลีจุนเอ่ยกับสองคนนั้น ผมได้ยินเสียงซานดึลตอบกลับมาและเขาก็เดินนำผมออกไปนอกระเบียง
ลมยามค่ำคืนช่างเย็นชวนนอนหลับที่สุด ทุกคนมีความสุข แต่ผมไม่มีความสุขเลยสักนิด
จิตใจมีแต่อะไรชวนหดหู่ทั้งนั้น รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะร้องให้
แต่ก็ต้องหยุดเพราะอีกคนกลับเอ่ยชวนคุยขึ้นมาก่อน
‘’คบกับนายนั่นมานานแล้วหรอ’’
‘’ไม่หรอก
เราไม่ได้คบกัน’’
‘’อาว เอ้ะ แล้ว
โอ้ยผมมึนจัง = =’’
‘’เรื่องมันยาวน่ะ
ผมเล่าให้นายฟังคืนนี้ก็ไม่จบหรอก’’
ผมเอ่ยยิ้มๆก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น
คนข้างๆคงจะรู้แหล่ะว่าผมคงไม่อยากพูดถึงมันสักเท่าไหร่เขาก็ยอมยุติเรื่องนี้โดยดี
‘’คิมซองกยูดูจะชอบซานดึลจริงๆนะว่าไหม’’
‘’หือ
รู้ได้ไงว่าเขาชอบกัน’’
‘’ดูก็รู้
รู้มานานแล้วด้วย แค่ผมไม่พูดเพราะกลัวซานดึลจะลำบากใจ’’
‘’........’’
‘’ซานดึลอ่อนต่อโลกเกินไป
บางทีเขาก็มองโลกในแง่ดีเกินผมจะรับไหว ฮ่าๆๆ’’
‘’นั่นสิเนอะ
ขนาดผมพูดแรงๆเขายังยิ้มให้ผมเลย’’
ผมหัวเราะเบาๆแล้วก็สนใจบรรยากาศตรงหน้าต่อ
ผมอยากจะถามเขาสองคนจังว่ามารักกันได้ยังไง ผ่านอะไรมาบ้าง การรู้เรื่องคนอื่นก็ดีนะเพื่อเราจะได้เจอกับตัวเองบ้าง
คนข้างๆล้วงบุหรี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงท่าทางเขาดูแปลกๆเหมือนกลัวใครสักคนเห็นนั่นแหล่ะว่าเขาสูบ
‘’สูบบุหรี่ด้วยหรอ’’
‘’อือ
ก็จัดมันสักมวนสองมวนตอนเครียดๆล่ะนะ’’
‘’นายเครียด ?’’
‘’อือ เครียด’’
‘’บอกได้มั้ย’’
ควันบุหรี่ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณที่พวกเรายืนอยู่
ผมหันไปมองภายในห้องสองคนนั้นดูมีความสุขกันสุดๆ ซานดึลเป็นแม่เด็ก คนนั้นเป็นลูก ส่วนอิแก่เป็นพ่อ!! ผมกลับมามองลีจุนอีกครั้ง ใบหน้าเขาดูเครียดๆ
เครียดจนผมอยากรู้เรื่องของเขามากขึ้นไปอีก
‘’ไม่เล่าจริงหรอ’’
‘’เซ้าซี้จริงนา ฮ่าๆๆ’’
‘’เอ้า
จะว่าแบบนั้นก็ได้’’
‘’ผมกลัว
กลัวว่าซานดึลจะ เห้อ...’’
คนข้างๆทิ้งบุหรี่ลงบนพื้นและบี้มันไปมาจนแหลก
เขาหันหน้าเข้าไปมองในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย ท่าผมเดาไม่ผิด
เขาคงจะกลัวซานดึลกับซองกยูหรือป่าว
‘’คนที่ซานดึลคิดถึงคนแรกคือคนนั้น
ไม่ว่าจะไปไหน ทำอะไรคนแรกที่ซานดึลจะเอ่ยคือซองกยู มันน่ากลัวไหมล่ะ
ก็ซองกยูชอบซานดึลอยู่พอดี อูฮยอนคิดว่าไงล่ะ ?’’
‘’ถ้าเขาชอบซองกยู
เขาจะคบกับนายทำไมล่ะ’’
‘’ไม่รู้สิ
ไม่อยากรู้ด้วย’’
‘’ไงต่อล่ะ’’
‘’ซานดึลบอกว่าหมอนั่นเป็นเพื่อนมาตั้งแต่เด็ก
ซองกยูคอยอยู่กับเขามาเสมอ ไม่ว่าจะทำอะไรเขาก็คอยอยู่ข้างซานดึลทุกครั้ง สนับสนุน
สั่งสอน แม้กระทั่งตอนลำบาก’’
‘’.........’’
‘’ฉันอยู่กับเขาแท้ๆ
ยังมีความรู้สึกว่าคนข้างๆไม่ให้ความสำคัญเลย’’
‘’........’’
‘’ตอนแรกก็ไม่คิดอะไร
แต่ตอนหลังๆมันชักไม่แน่ใจ’’
ผมมองอีกคนเล่าไปด้วยความตั้งใจ
ในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากพูดต่อ คนในห้องก็กวักมือเรียกพวกเราสองคนเข้าไปซะก่อน
ลีจุนหันมายิ้มให้ผมก่อนจะเดินนำหน้าผมเข้าไปในห้อง
ผมเอาเรื่องที่ลีจุนเล่ามาคิดๆดู
ซานดึลดูมีความสุขที่ได้อยู่กับผู้ชายสองคนนี้พร้อมกัน เหอะตลกเกินไปละ
อย่าบอกนะว่าเธอจะรักผู้ชายทั้งสองคนพร้อมกัน
‘’ชางซอน
ชื่อลูกของเรานายตั้งได้หรือยัง’’
‘’อืมมม
อีชางซอนกับอีซานดึล.....’’
‘’……’’
‘’อีซองยอลดีไหม’’
อีซองยอล.....
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ติดตามตอนต่อไป.....
ว๊ากกกกกกกกกก จะมีภาคลูกใช่ป่ะ อีซองยอล กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด
ตอบลบมันแฟนทาสติกมากชานดึลท้องได้ด้วย
ตอบลบ