Chapter 32
‘’นัมอูฮยอนอ่า
เดินรอด้วยสิ’’
‘’.......’’
‘’เห้
ขาก็สั้นยังจะเดินเร็วอีก’’
ขาก้าวฉับๆอยู่กลางทุ่งหญ้าที่ไม่มีแดด
ผมกำลังเบื่อ เบื่อผู้ชายที่ชื่อคิมซองกยู เบื่อที่เขาสนใจคนอื่นมากกว่าผม ทำไมอ่านัมอูฮยอนคนนี้ดีไม่พอเท่ากับอีซานดึลเป็ดแม่ลูกอ่อนคนนั้นหรอ
=3=
ตอนนี้เรามากันที่สวนสาธารณะที่ผมกับเขาทะเลาะกันครั้งแรก
ที่เขาตวาดผมแล้วจากนั้นผมก็วิ่งหนีหายไปครึ่งคืน
ผมปล่อยให้อีกคนที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งอยู่ข้างหลังหอบข้าวหอบขนมเต็มไปหมด
ส่วนผมน่ะหรอ ผ้าปูสีฟ้าผืนเดียวจบ -_-
‘’นายงอนพี่เรื่องอะไรน่ะ’’
‘’.......’’
‘’อูฮยอนอา
ไม่บอกแล้วจะรู้ไหมเล่า’’
พอผมปูผ้าลงบนพื้นหญ้าข้างต้นไม้ใหญ่เสร็จก็นอนตะแคงหันข้างหนีอีกคนทันที
บริเวณที่เรานั่งกันอยู่มันลึกห่างใกลผู้คนอยู่เหมือนกัน
ด้านล่างมองลงไปก็จะเป็นเมือง เห็นบ้านเห็นตึกเต็มไปหมดถ้ามาตอนกลางคืนคงจะสวยน่าดู
เสียดายผมไม่เคยมาที่นี่ตอนกลางคืนเลยสักครั้งนึง
‘’ที่นี่ไม่มีคนสักคนเลยแฮะ’’
‘’.......’’
‘’หรือพี่จะปล้ำเราตรงนี้ดี
ในเมื่อไม่ยอมพูดก็ครางกันเลยดีมั้ย’’
‘’บ้า!! หยุดพูดเรื่องทะลึ่งเดี๋ยวนี้เลยนะ’’
ผมรีบลุกขึ้นนั่งแล้วแว้ดใส่อีกคนทันที
คิมซองกยูหัวเราะชอบใจที่ผมยอมปริปากพูดสักที มองเผยๆไม่รู้เลยนะเนื้ยว่าหื่นขนาดไหน
=.= คนข้างๆนั่งมองหน้าผมแล้วก็พยายามยื่นมือมาจับหัวผม
แต่ผมก็เบนหนีตลอด ผมกำลังเป็นอะไรเนื้ย
‘’มานั่งตรงนี้มา’’
‘’......’’
‘’ไหนมาบอกพี่สิว่าเป็นอะไร’’
ผมคิดว่าเขากำลังผิดปกติ
มันแปลกๆไม่เหมือนที่ผ่านมายังไงชอบกล เขาแทนตัวเองแปลกไปไม่เหมือนเก่า พี่งั้นหรอ
อืมฟังดูสนิทสนมกว่าเดิม
ผมได้ยินเสียงเขาตบพื้นข้างๆนิดนึงเชิงบอกว่าให้ผมไปนั่งตรงนั้น
ผมก็ต้องย้ายก้นตัวเองไปสินะ -0- จากนั้นร่างกายผมก็ไปนั่งทำหน้างออยู่ข้างๆเขาแล้ว
เบื่อตัวเองจริงๆ ทำไมใจอ่อนใจแบบนี้!!!!
‘’ไหนบอกมาสิน้องนัมของพี่เป็นอะไรน้า’’
‘’เอาตรงๆหรืออ้อมค้อมดีอ่ะ’’
‘’ตรงๆเลย’’
‘’ไม่ต้องสนิทสนมกับอีซานดึลขนาดนั้นได้มั้ย
ผมไม่ชอบ’’
‘’.........’’
‘’ผมไม่ชอบจริงๆนะ
เข้าใจไหมผมหวงพี่’’
ผมพูดไปหมดเม็กซองกยูกระพริบตาปริบๆเหมือนเด็กเล็ก
หน้าหวานหันหนีไปทางอื่นเพราะอายที่พูดอะไรแบบนั้นออกไป ก็ผมหวงของผมนี่ไม่ไว้ใจใครสักคนนึง
ถึงผมจะคุยกับซานดึลแบบเป็นกันเองแล้วผมก็ไม่ไว้ใจกับความสัมพันธ์ที่แสนยาวนานของพวกเขา
ในขณะในที่ผมกำลังสนใจสิ่งอื่นอยู่ก็รู้สึกอุ่นตรงหัวไหล่ จึงทำให้ต้องหันหน้าไปมองเขา
คนข้างๆยิ้มตาปิดไม่เห็นแม้กระทั่งตาดำ
‘’ยิ้มอะไรไม่สมควรยิ้มนะ’’
‘’ดีใจที่เมียหึงเมียหวงไง’’
‘’.......’’
‘’จูบหน่อยสิ’’
ตุบ!!!!
เสียงหัวใจผมหล่นฮวบไปอยู่ในลำใส้ใหญ่
เรื่องแบบนี้เขาขอกันซึ่งๆหน้าเลยหรอ -/////-
หน้าตาผมเลิกลักไปมาไปไม่ถูกพูดไม่ออก อีกคนก็ยิ้มเป็นคนบ้าอยู่ได้
เขินน่ะมีมั้ยไอคิมซองกยูบ้า
‘’ไม่จูบ ._____.’’
‘’ไม่จูบก็ไม่จูบ….เรามากินขนมกันเถอะ’’
อีกคนเปลื่ยนเรื่องอย่างว่าง่าย
ไม่มีขัดขืนหรือไม่ยอมอะไรแบบนี้บ้างหรอ เขาปล่อยจากโอบไหล่ผมและหันไปแกะขนมปังแทน
ทิ้งให้ผมทำหน้าเหวออยู่คนเดียว = = ซองกยูนะซองกยูฮื่ม!!!
‘’พี่ไม่คิดจะต่อเถียงกับผมหน่อยหรอ’’
‘’หืม
เถียงกับเราเรื่องอะไรล่ะ’’
‘’จูบไง ไม่มีคำพูดแบบ
ไม่เอาจะจูบ ไรงี้หน่อยหรอ =[]=’’
อีกคนพอได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะเหมือนคนบ้า
เขาขำจนผมต้องเอามือไปตีหลังเขาดังปึกๆหลายรอบ มันฮาตรงไหนวะไอตาขีดปัญญาอ่อน
โรแมนติกน่ะไม่มีเลยสินะ T_T
‘’ทำไมต้องตีด้วย
มือไม่ใช่เบาๆนะเราอ่ะ’’
‘’แล้วหัวเราะอะไรเยอะแยะเล่า
=3=’’
‘’ก็ตลกนี่ แล้วใครใช้ให้บอกปฎิเสธแต่แรกล่ะ’’
‘’พี่จะให้ผมบอกว่า
โอเคมาจูบกันเถอะ อะไรแบบนี้หรอผมอายเป็นนะ!’’
แขนเล็กยกขึ้นมากอดอกแล้วแบะปากงอนๆ
อีกคนก็นั่งหันตัวมาหาผมและมองหน้า ผมเผลอมองตาเขากลับไป
ไม่อยากจะบอกเลยว่าการที่จะหลบนั้นยากมาก จ้องแล้วเหมือนกำลังดิ่งเข้าไปในหลุมดำ
ถึงตาเขาจะเล็กนั้นไม่ใช่ปัญหาเลย เราจ้องกันอยู่แบบนั้นโดยที่ไม่รู้ตัวว่าใบหน้าเรากำลังเข้าใกล้กันเรื่อยๆ
ริมฝีปากอุ่นแตะกันเบาๆ ผมหลับตาพริ้มอย่างลืมตัว
มือบางเปลื่ยนจากเกาะอกเป็นจับไหล่อีกคนแทน ริมฝีปากหนาเม้มคลึงริมฝีปากบางไปมา
ผมเผยปากออกทำให้ลิ้นอีกคนเริ่มลุกล้ำเข้ามาทีละนิด
ลิ้นหวานของเราสองคนแตะกันเบาๆจนผมเผลอสะดุ้ง และกำเสื้ออีกคนแน่น
‘’อื้อ....’’
เสียงครางเบาๆผ่านลำคอผมออกมา
จากสัมผัสเนิบนาบกลายเป็นลึกซึ้ง ลิ้นหนากวาดไปทั่วทั้งโพรงปาก
อีกคนทั้งดูดเม้มลิ้นเล็กเหมือนว่ามันคือมาชเมลโล่รสโปรด
ทั้งดูดคลึงจนผมรู้สึกหายใจไม่ออกแต่มันไม่ใช่อุปสรรค์ในการทำให้ผมอยากเลิกจูบเขาเลยสักนิด
แต่อยู่ดีๆเขาก็ผละริมฝีปากออกไปซะงั้น กำลังเคลิ้มนะเว้ย!!
‘’นัมอูฮยอน!!!’’
‘’หะ หา?’’
‘’กลับห้องกัน!!’’
--------------------------
------------------------------ ----------------------
‘’อื้อ....อื้อ ~’’
มือบางจิกเล็กลงบนโซฟาหนังสีดำแน่นไปหมดเพราะระบายความเสียวซ่านที่อีกคนมอบมาให้
สองร่างถาโถมหากันทันทีที่กลับมาถึงห้อง
ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคิมซองกยูถึงรีบร้อนอะไรขนาดนี้
ริมฝีปากร้อนจูบซับไปทั่วทั้งใบหน้าของผมที่มีแต่เหงื่อชุ่ม
ท่อนล่างก็ทำหน้าที่เคลื่อนไหวของมันไปอย่างรู้งาน ร่างเล็กแอ่นสะโพกรับสัมผัสทุกครั้งที่ได้รับความเสียวจากการกระแทกเข้าออกแทบจะทุกครั้ง
ผมกำลังจะตายแล้ว.....
‘’อูฮยอนอา....’’
‘’อ๊ะ พะ
พี่เบาๆหน่อย...ฮื่อ’’
อีกคนจับตัวผมให้พลิกคว่ำลงกับโซฟาในขณะที่ตรงนั้นยังค้างอยู่
ผมรู้สึกตาลายไปหมดการมีเซกส์ครั้งนี้มันไม่เหมือนครั้งก่อน ไม่เหมือนเลยจริงๆ.....
ร่างใหญ่ดึงตัวผมให้ขึ้นไปแนบกับหน้าอกของเขา
จนแทบไม่มีที่ว่างหลงเหลือให้สายลมผ่าน
สะโพกแกร่งขยับเข้าออกอย่างแรงจนรู้สึกว่าผมไม่สามารถพยุงตัวเองได้อีกต่อไป
มือหนาจับสะโพกผมไว้แน่น ความเสียวซ่านทำให้ผมต้องแอ่นสะโพกกลับไปและเงยหน้าร้องครางออกมาอย่างห้ามไม่ได้
‘’อ๊ะ...อื้อ’’
‘’อื้มมมม.....อูฮยอนอาพี่มีความสุขจัง’’
‘’อะ...อ้า พะ พี่..’’
‘’มีความสุขไหมอูฮยอนอา’’
‘’มะ มี มีครับ’’
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น
ในเมื่ออีกคนถามคำถามออกมาผมจึงต้องฝืนตอบอีกคนกลับไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เสียงหอบพร้อมกับเสียงครางสุขสมของผมและเขาดังระงมไปทั่วห้องรับแขก
มือหนาเลื่อนขึ้นมาบดขยี้เม็ดบัวสีสวยของผมอย่างแรงจนสะท้านไปทั่วทั้งร่างกาย
เสียงเนื้อกระทบกันดังพั่บๆดังอย่างไม่ขาดสาย ตัวผมแทบปลิวไปตามแรงสอดใส่ของอีกฝ่าย
จึงทำให้เขาละมือจากยอดอกผมมายึดสะโพกผมไม่ให้ไปปลิวแทน
‘’อูฮยอนอา...ใกล้แล้วๆ’’
มือไม้ผมตวัดมั่วไปทุกทิศเพื่อหวังจะยึดเกาะอะไรไว้ก็ได้
รู้สึกหมดแรงอย่างบอกไม่ถูก
เมื่ออีกคนบอกแบบนั้นว่าตัวเองใกล้ถึงฝั่งฝันแล้วเขาจึงใช้มือมากอบกุมส่วนอ่อนไหวของผมและรูดรั้งหวังจะให้เสร็จพร้อมกัน
นั้นทำให้ผมแทบจะบ้ามากขึ้นไปอีก เสียวจากด้านหลังไม่พอ
นี้ต้องมาเสียวจากด้านหน้าอีกหรอ....
‘’อ้ะ....ฮื่ออ’’
ผมหลับตาแน่นเมื่อรู้สึกว่าตัวเองใกล้จะถึงแล้วเหมือนกัน
คนด้านหลังซอยสะโพกถี่จากเสียงเนื้อที่ดังอยู่แล้วก็ดังขึ้นไปอีก เสียงครางของทั้งสองคนร้องออกมาไม่เป็นภาษา
และหลังจากนั้นผมรู้สึกมีอะไรอุ่นๆไหลเข้ามาในลำตัว
นั้นทำให้ผมรู้ว่าเขาเสร็จแล้วนั่นเอง
‘’อ้ะ!! พี่เสร็จก่อนผมได้ยังไงน่ะ’’
ผมเอ่ยออกไปแบบนั้นอีกคนจึงจับผมหันไปนอนหงายราบลงกับโซฟาอีกครั้ง
มือหนารูดรั้งอย่างเร็วจนผมเกร็งไปหมด นิ้วเรียวจิกลงบนโซฟาจนปวดไปหมด จากนั้นทำรักของผมก็พุ่งเลอะหน้าท้องและฝ่ามือสวยอีกคนเต็มไปหมด
เมื่อเสร็จกิจกรรมรักเรียบร้อยแล้วผมจึงหลับตาสนิท
คิมซองกยูหยิบทิชชู่ขึ้นมาเช็ดมือตัวเองจนเรียบร้อยจากนั้นเขาก็ดึงตัวผมขึ้นมานั่ง
‘’ผมขอนอนเลยได้ไหม
เหนื่อยไม่ไหวแล้ว’’
‘’นายก็เห็นว่าโซฟามันมีแค่นี้
ให้พี่นอนก่อนสิแล้วเราค่อยนอนในอ้อมกอดพี่’’
ผมสะบัดหัวไปมาพลางมองอีกคนจัดที่จัดทางการนอนตัวเอง
จากนั้นแขนใหญ่ก็ดึงผมให้ลงไปนอนในอ้อมกอดเขาอย่างว่าง่ายทั้งๆที่สภาพเปลือยเปล่าทั้งสองคน
ล่อแหลมสุดๆ
‘’ผมรู้แล้วว่าทำไมผมเหนื่อยขนาดนี้’’
‘’พี่จัดหนักไง’’
‘’ผิด....ผมยังไม่ได้กินข้าวต่างหาก!’’
อีกคนหัวเราะนิดหน่อยแล้วกดหัวผมให้ซบกับอกแกร่ง
ริมฝีปากบางเผยยิ้มอย่างเขินอายแล้วก็หลับตาพริ้ม
มือซองกยูลูบหัวผมไปมาพร้อมกับลมหายใจที่สม่ำเสมอ เขาก็กำลังจะเข้าสู่นิทราเหมือนกันใช่ไหม
‘’ไว้เราตื่นมาพี่จะพาไปกินข้าวนะ’’
‘’อื้อ....’’
อีกคนกระชับกอดให้แน่นขึ้นไปอีกเหมือนว่าถ้าเขาหลับแล้วผมจะหนีไป
แขนเล็กโอบกอดรอบเอวอีกคนแน่นเช่นกัน หลายคนบอกว่าความสุขมันจะอยู่กับเราแปปเดียว
แต่สำหรับผมคิมซองกยูคือความสุขที่อยู่กับผมนานที่สุด ผมอยากให้เขาอยู่กับผมตลอดไป
ตลอดไปเลย....
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ติดตามตอนต่อไป....
ฮอลลลลล น้องนัมน่ารัก เสร็จแล้วยังมีบ่นว่ายังไม่ได้กินข้าวอีก
ตอบลบ