Chapter 65
SUNGGYU PART
‘’ฮึก.....แม่ครับ
ฮึก......แม่’’
เสียงสะอื้นของเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างๆผมกำลังร้องให้อยู่ต่อหน้าสุสานของมารดาตัวเอง
ใบหน้าหวานก้มหน้าปล่อยความรู้สึกเสียใจลงอุ้งมือตัวเองอย่างน่าสงสารจับใจ
สายตาคมมองไปยังป้ายชื่อที่สลักลงแผ่นหินอย่างรู้สึกปวดร้าว
มันเร็วไปไหมกับจากจากลา
‘’อีซองยอล’’
‘’คุณอาครับ
ผมจะทำยังไงดี’’
มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มของเด็กชายคนนี้อย่างเอ็นดูและดึงเข้ามากอด
เขาเปรียบเสมือนลูกชายของผมคนนึง แม่ของเขาดีกับผมมาก
ดีจนไม่สามารถหาเพื่อนแบบเขาได้ดี
ก่อนที่ซานดึลจะเสียชีวิตเขาได้ฝากซองยอลและลูกชายคนเล็กไว้กับผม ซึ่งผมก็เต็มใจที่จะรับเลี้ยงเขาเข้ามาในครอบครัวเช่นเดียวกัน
‘’ไปอยู่กับอานะ
แม่ของหนูฝากหนูและน้องชายไว้กับอาแล้ว’’
‘’ไม่เอา
ผมจะอยู่ที่บ้านกับแม่ ผมไม่ไปอยู่ที่อื่น’’
‘’แล้วเราจะอยู่ยังไงกับน้องสองคนหรอ’’
‘’ครับ’’
ระหว่างเดินกลับมาขึ้นรถผมก็คุยกับซองยอลเรื่องย้ายบ้านมาอยู่ที่บ้านผม
แต่ดูว่าอีกคนจะไม่อยากจะย้ายไปอยู่ที่อื่นนอกจากบ้านตัวเอง
แต่เขาจะดูแลตัวเองกับน้องเขาได้ยังไง ยังอยู่แค่มัธยมกันอยู่เลย มันจะปลอดภัยหรอ
‘’ถ้าเกิดเราเป็นอะไรขึ้นมาใครจะรู้ล่ะ
อาเป็นห่วงนะ’’
‘’ภรรยาของคุณอาจะไม่ว่าอะไรหรอครับ
เห็นแม่บอกว่า.....’’
‘’เดี๋ยวอาคุยให้
อย่าคิดมากเลย’’
‘’แต่ผมไม่อยากย้าย
ผมอยากอยู่บ้านหลังเดิมของผม’’
จริงอยู่ที่ว่าอูฮยอนไม่ชอบอีซานดึล
ซึ่งเขาไม่ชอบผมก็ไม่คิดจะพูดเรื่องของครอบครัวนี้ให้ฟัง
เมื่อปีที่แล้วที่ซานดึลเป็นโรคมะเร็งผมยังแอบมาหาคนเดียวเลย ถ้าอูฮยอนรู้เขาคงจะไม่ไว้วางใจอยู่ดี
เดี๋ยวก็จะเกิดปัญหาขึ้นมาอีก
ซองยอลหันหน้าไปทางอื่นเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
ถ้าเขาไม่อยากย้ายผมก็จะไม่บังคับเขา
‘’ก็ได้ แต่มีข้อแม้’’
‘’ข้อแม้ ?’’
‘’ถ้าหนูไม่ยอมย้าย
เงินทุกบาททุกสตางค์อาก็จะส่งให้ใช้ทุกเดือนกับน้องโอเคมั้ย’’
‘’ไม่เป็นไรครับ
แค่คุณอาเป็นห่วงผมกับน้องก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องถึงขนาดนี้หรอกครับ’’
‘’งั้นก็ย้ายบ้าน’’
‘’........’’
ยื่นคำเด็ดขาดกับเด็กน้อยขี้เกรงใจ
ซองยอลเม้มปากแน่น ผมรู้ว่าเขาคงไม่อยากให้ผมลำบากและดูแลส่งเสียเขา
ปีหน้าซองยอลก็จะขึ้นมหาลัย น้องชายของเขายังเรียนอยู่ ม.3 อยู่เลย
ค่าใช้จ่ายมันจะเยอะแค่ไหน เขาจะไปเอามาจากไหน
ลีจุนทิ้งไปก็ไม่คิดจะกลับมาดูแลเมียและลูกเลย
‘’ให้อาได้ทำอะไรสักอย่างเถอะนะซองยอล’’
‘’.........’’
‘’แม่จะไปสบายได้ยังไง
ถ้ายังรู้ว่าลูกตัวเองยังลำบากอยู่’’
‘’ก็ได้ครับ’’
ผมยิ้มพอใจกับคำตอบของเขา
มือหนาตบไหล่อีกคนเบาๆเชิงให้เลิกคิดมาก ถึงมันจะทำลำบากก็เถอะ
ช่วงนี้เป็นช่วงที่จิตใจของเขาต้องอ่อนแอแน่ๆจะอยู่คนเดียวได้ไหมนะ
‘’ต้องดูแลน้องให้ดีๆนะซองยอล
เราเปรียบเสมือนเสาหลักของครอบครัวแล้วนะ’’
‘’ครับคุณอา’’
‘’ถ้ามีปัญหาอะไรบอกอาได้
อาพร้อมที่จะช่วยเหลือทุกอย่างไม่ต้องเกรงใจ’’
‘’ถ้าภรรยาของคุณอารู้เขาจะไม่ว่าอะไรหรอครับ’’
ผมส่ายหน้าแทนคำตอบและจอดรถเทียบฟุตบาทเมื่อถึงหน้าบ้านของซองยอล
ผมไม่เคยเห็นหน้าน้องชายของเขาเลยสักครั้งเดียว ตอนนี้สงสัยคงเรียนหนังสืออยู่แน่ๆ
คำสุดท้ายก่อนที่ซานดึลจะสิ้นลมไปเขาพูดกับผมว่า เขารักผม
มันค่อนข้างลำบากใจที่จะต้องฟังคำนั้น เพราะเขาพูดอีกว่าไม่ใช่แบบเพื่อน ถ้าเป็นเมื่อยี่สิบปีก่อนผมคงจะดีใจมาก
แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ในเมื่อผมมีคนที่ผมรักอยู่แล้ว
‘’เงินเดี๋ยวอาจะส่งเข้าบัญชีให้นะ
อยู่บ้านคนเดียวได้ใช่ไหม’’
‘’ผมอยู่ได้อยู่แล้วครับคุณอา
ไม่ต้องเป็นห่วงผม’’
‘’ไว้อาจะมาหานะ’’
‘’ครับ’’
อีซองยอลก้มหัวให้ผมและยกยิ้มกว้างเหมือนตัวเองไม่ได้มีอะไร
ผมยิ้มตอบก่อนจะเคลื่อนรถตัวเองออกห่างจากบ้านหลังนั้น
กระจกหลังสะท้อนใบหน้าหวานที่ยุบยิ้มลงอย่างน่าสงสาร
แล้วแบบนี้ผมจะปล่อยให้เขาอยู่บ้านคนเดียวได้ยังไง คงต้องโกหกอูฮยอนแล้วมั้ง
ผมเป็นห่วง เป็นห่วงเด็กสองคนนั้น ระหว่างทางผมคิดเรื่องที่จะอ้างอูฮยอนที่จะมาอยู่เป็นเพื่อนซองยอลรถก็มาถึงหน้าบ้านเมื่อไหร่ไม่รู้
สายตาไปสะดุดลูกชายที่เดินอยู่กับเด็กตัวเล็กผิวขาวหน้าบ้านสองคน แฟนมันหรอ
มีไวไปไหม
‘’พ่อกลับมาแล้วหรอ
ไปไหนมา’’
‘’สวัสดีครับ ผมอีซองจงรุ่นน้องที่โรงเรียนพี่แอล’’
‘’.........’’
ผมมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าเฉยๆและเดินเข้าไปในบ้าน
เด็กผู้ชายที่ชื่อซองจงดูจะหน้าเสียๆที่เห็นผมไม่มีท่าทีตอบโต้
นี่ก็คงจะเป็นคู่นอนใหม่ของมยองซูมันอีกสินะ
เด็กสมัยนี้ไม่คิดจะรักนวลสงวนตัวกันเลยรึไง เมื่อเดินมาถึงในตัวบ้านก็เห็นเมียสุดที่รักนั่งเอาหัวพิงหมอนพลางหลับตาพริ้ม
ห้องนอนนี้จะสร้างไว้ทำไมถ้าคนง่วงไม่ใช้นอน
‘’ที่รักครับทำไมมานอนตรงนี้ล่ะ’’
‘’อืม...’’
ผมจับแขนนัมอูฮยอนเขย่านิดหน่อย
แต่เขาเพียงแค่ส่งเสียงงึมงัมผ่านลำคอมาเท่านั้น ผมหัวเราะเบาๆก่อนจะค่อยๆช้อนตัวอีกคนขึ้นพาดบ่าและพาขึ้นไปบนห้อง
นอนแบบนี้ถ้าไม่มีคนอยู่บ้านผู้ชายคงเข้ามางาบไปแน่ๆ = =
‘’ใครน่ะ พี่ซองกยูหรอ’’
‘’ใครจะมาอุ้มเธอเล่าถามแปลกๆ’’
‘’พี่ครับ หายไปไหนมา’’
แขนเล็กโอบรอบคอผมแน่นพลางถามด้วยเสียงเศร้า เมื่อวานผมไม่ได้นอนที่บ้าน
และหายไปโดยไม่บอกอีกคนด้วย แต่ก็ไม่ได้หนีไปมีชู้หรือหาเศษหาเลยหรอกนะ
จะให้บอกว่ายังไงดีล่ะ
‘’ไปบริษัทมา งานเยอะน่ะขอโทษนะที่ไม่ได้โทรบอก
เคลียร์งานยุ่งไม่ได้แตะโทรศัพท์เลย’’
‘’ผมไม่ได้นอนทั้งคืนเลยรู้ไหม
วันหลังต้องโทรมาบอกนะ’’
‘’อืม วันหลังจะโทรบอก’’
หันไปหอมแก้มอีกคนให้ชื่นใจก่อนจะเปิดประตูห้อง ร่างเล็กตรงหน้าถูกวางบนเตียงอย่างเบาเหมือนว่าถ้าวางแรงๆเขาจะต้องแหลกสลายไปต่อหน้าต่อตา
นัมอูฮยอนหลับตาสนิทเมื่อหัวถึงหมอน ผมกำชับผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เขาจนถึงคอและเปิดแอร์เย็นๆให้
ไม่อยากให้ใบหน้าหวานน่ารักจะต้องโกรธหรือไม่ชอบใจอะไร
การปิดบังคือเรื่องที่ดีที่สุดใช่ไหม นานๆไปเดี๋ยวทุกอย่างก็จะถูกลืมไปเอง
ผมไม่ได้รับผิดชอบครอบครัวตัวเองอย่างเดียวแล้ว ต่อไปนี้ผมต้องดูแลชีวิตเด็กอีกสองคนด้วย
แกร๊ก ~
ผมปิดประตูเสียงเบาและเดินออกมานอกห้อง
มยองซูยืนยิ้มกว้างกับเด็กนั่นอยู่หน้าห้องใกล้ถึงเวลาเคลมกันแล้วงั้นสิ ห้ามไม่รู้จักฟัง ชั่งหัวมันแล้วกันเบื่อ มีลูกลูกก็ไม่สนใจ
‘’พ่อเมื่อกี้ผมถามทำไมไม่ตอบ’’
‘’ใช่เรื่องของเด็กที่ใช้ชีวิตไปวันๆแบบแกหรอมยองซู’’
‘’......’’
‘’สนุกไปเถอะแก
ก่อนที่จะไม่ได้สนุก’’
ผมตอบเสียงขุ่นๆใส่ลูกไปก่อนจะเดินเลี่ยงลงมาด้านล่าง
เสียงถอนหายใจแบบเสียอารมณ์ดังเข้ามาในหูผมก่อนจะตามด้วยเสียงปิดประตูห้อง
ร่างหนาทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ก่อนจะครุ่นคิดเรื่องหลายเรื่อง
ทำแบบนี้ไม่แตกต่างอะไรจากมีครอบครัวอีกครอบครัวนึงเลยนะ แต่ผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย
ทำไมผมต้องเครียด มือหนาจัดการเปิดแมคบุ๊คเครื่องโปรดของตัวเองก่อนจะเริ่มทำงานที่ตัวเองค้างอยู่
ตัวเลขนับร้อยที่ผงาดอยู่เต็มจอไม่ได้เข้าหัวผมเลยสักนิด ให้มันได้อย่างนี้สิ =_=
-------------------------------------
--------------------------------- -------------------------
‘’ฮัลโหลคุณแดรยงครับ
วันนี้มาทานข้าวด้วยกันที่บ้านไหม’’
[คุณนัมอูฮยอนคิดอะไรครับเนื้ย]
‘’เมื่อคืนทำงานข้ามคืนเลยไม่ใช่หรอครับ
วันนี้ผมว่าจะทำอาหารให้ทานสักหน่อย’’
[หือ
เมื่อคืนไม่มีงานหนิครับ บริษัทส่งหุ้นรอบสุดท้ายออกไปแล้ว ทำงานข้ามคืนอะไรกัน]
ร่างบางสะดุ้งนั่งทันทีเมื่อปลายสายตอบออกมาแบบนั้น แล้วที่ซองกยูพูดล่ะ ?
แล้วที่เขาหายไปทั้งคืนแล้วเขาไปทำอะไร ?
ปลายสายเรียกชื่อผมซ้ำไปมาสองสามครั้งเมื่อเห็นผมเงียบไป เดี๋ยวๆในสมองตอนนี้มีแต่คำว่าไอแปะมันหายหัวไปไหนวะ
‘’งั้นวันนี้มาทานข้าวเย็นด้วยกันนะครับ’’
[ได้ครับ
เดี๋ยวผมบอกโชรยงก่อน]
ปลายสายตัดสายไปแล้ว คิ้วบางขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด
รูปอาเสี่ยซองกยูนั่งจิบเหล้ากับสาวกับหนุ่มในบาร์ลอยเข้ามาลิ่วๆ ไม่จริงใช่ไหม
สามีที่เถิดทูนผมยิ่งชีวิตไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาด!!!! ขาเล็กก้าวลงจากเตียงและเดินดุ่มๆออกไปนอกห้อง
หูบางสะดุดกึกกับเสียงอะไรสักอย่างที่ลอดออกมาจากห้องของลูกชาย เขาต้องการให้ผมช่วยอะไรหรือป่าว
?
‘’พี่ฮะ ผมกลัว’’
ผมแทบกรี๊ดแตกเมื่อได้ยินเสียงอู้ดังอยู่ในนั้น
ลูกชายผมเจ๋งสุดๆ!!!
ว้ากกกกกกกกกกกเรื่องแบบนี้ขอไม่ฟัง > < ผมเดินลั้นลาลงมาด้านล่างและพุ่งไปยังห้องทำงานของตาแปะทันที
จะบิดหูถามเลยวุ้ยว่าหายไปไหนมา!!!
‘’พี่ครับ!!!’’
‘’ตื่นไวนะ’’
‘’อื้ม’’
ผมเรียกเขาซะเสียงดังแต่เขาไม่มีแววว่าจะตกใจอะไรเลยสักนิด -0- ผมเดินเข้าไปใกล้ๆเขาแล้วก็ดูว่าเขากำลังทำอะไรอยู่
นิ้วเรียวจิ้มๆอะไรบนแฟ้นพิมพ์เยอะแยะซึ่งผมไม่เข้าใจ
เขาเรียนเก่งมากเลยถึงสามารถทำงานที่มีแต่ตัวเลขอะไรพวกนี้ได้โดยที่ไม่มึนหัวเลยสักนิด
‘’ตกลงเมื่อคืนไปไหนมาหรอ’’
‘’ก็ทำงานไง
บอกไปลืมแล้วหรอ’’
เพี๊ยะ!!!!
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ติดตามตอนต่อไป....
ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ตอบลบน้องยอลเสียแม่ไปแล้วT^T
แปะน่าจะบอกความจริงน้องนัมนะ ว่าไปไหนมา ทำไมต้องโกหก
เรื่องโกหกนี่เรื่องใหญ่ระดับชาติของครอบครัวนี้เลย;___;
ถึงว่า ทำไมตอนอ่าน สบว.แปะถึงบอกว่าหน้ายอลคุ้นๆ
โฮรรรรรรรรร น้องนัมตบแปะใช่มั้ย อย่ามีปากเสียงกันเล่อะ เหนื่อยจะแย่กว่าจะคืนดีกันได้แต่ละรอบ
นัมตบแปะหรอ จะดราม่าอีกแล้วชิมิ
ตอบลบพ่อกับแม่กำลังจะทะเลาะกัน มยองจะพาเน่ขึ้นสวรรค์ อ๊ากกก ><
ฮือออออ เพ่ยอลลลลล ชานดึลตาย โฮฮฮToT
ตอบลบอันแหน่ะเน่กับแอล-0-
เดี๋ยวๆแปะนัมๆ ไหงโดนตบงี้อ่ะ555555555555 แปะแกโกหกเมียทำไมมม