Chaptet 69
แค่ก แค่ก แค่ก....
เสียงไอที่พยายามอัดอั้นไว้ไม่ให้คนที่หลับอยู่ข้างๆได้ยินและตื่นขึ้นมาเพราะความรำคาญ
ทำไมต้องมาไม่สบายด้วยนะ ไม่ชอบเลยการเป็นไข้ การป่วยบ้าบออะไรพวกนี้ =_= ผมเข้านอนกับคิมซองกยูตั้งแต่สี่ทุ่มครึ่ง
ตอนนี้ก็ตีสองแล้ว ผมยังไม่หลับเลย บ้าแต่ไออยู่ได้ทั้งคืน
ไอจนผมอยากจะหอบผ้าห่มกับหมอนไปนอนนอกห้องจริงๆ ความร้อนแผ่กระจายไปทั่วใบหน้า
ลมหายใจติดขัดเพราะมีน้ำมูกอัดอยู่ในนั้น ให้ได้อย่างนี้สิสุขภาพร่างกาย
‘’แค่ก แค่กๆๆๆ’’
เพียงแค่อ้าปากสูดลมหายใจลึกๆเข้าปอดเท่านั้นก็คันคอและระดมไอออกมารัวๆ
คิมซองกยูครางในลำคอเหมือนจะตื่น พี่ครับผมขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะรบกวนเวลานอนนะครับ
T_T
‘’เป็นอะไรรึป่าวอูฮยอน’’
‘’คันคอนิดหน่อยน่ะครับ’’
‘’ไม่หน่อยแล้วมั้ง
เห็นไอตั้งนานแล้วนี้’’
‘’พี่หลับได้ยินด้วยหรอ’’
‘’ถ้าหลับจะได้ยินรึไง
โง่อีกและเมียคนนี้’’
เขาด่าผมทีนึงก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟตรงหัวเตียง
แสงสีส้มส่องเข้าตาทำให้เขาหรี่ตาลงเกือบมิด
จากนั้นเขาก็ลงจากเตียงและเดินออกไปนอกห้อง ผมมองดูอีกคนเดินหายออกไปด้วยความมึนงง
เขาจะไปไหน ผมจึงตัดสินใจลุกออกจากเตียงเดินออกไปด้านนอกตามเขา เห็นหลังของสามีเดินหายเข้าไปในครัว
จึงรีบวิ่งตามเข้าไปดู
‘’ยาแก้ไออยู่ไหนนะ’’
เสียงพึมพัมของคนหล่อที่เปิดตู้และขนถุงยาลงมากองบนเค้าท์เตอร์
ตาสวยมองการกระทำของเขาอยู่ตรงข้างๆห้องครัว
เขาถึงขั้นลงมาหายาให้ผมกินเลยหรอเนื้ย น่ารักมากไปแล้วนะคิมซองกยู!! >////<
‘’พี่ครับ’’
‘’อาว ลงมาทำไม’’
‘’ผมเดินตามพี่ลงมาน่ะ’’
แขนเล็กกอดรอบเอวคนรักจากด้านหลังไว้แน่นและซบหน้าลงบนแผ่นหลังกว้าง
รอยยิ้มแผ่กระจายไปทั่วด้วยความสุข
อีกคนเหมือนจะหายาเจอแล้วจึงเก็บซองอื่นๆใส่ตู้กลับไปเหมือนเดิม
จากนั้นเขาก็หันหน้ามาหาผม พร้อมกับยื่นเม็ดยาสีขาวมาให้ผมพร้อมกับแก้วน้ำ
‘’พี่กลัวเราจะพักผ่อนไม่เพียงพอ
ดังนั้นต้องกินยาจะได้นอนหลับเข้าใจไหม’’
‘’ขอบคุณนะครับ’’
จุ้บ!!!!
ผมยื่นหน้าเข้าไปจุ้บปากอีกคนเบาๆจากนั้นก็หยิบยามากินตามด้วยดื่มน้ำจนหมดแก้ว
มือหนาลูบหัวผมเบาๆแล้วก็เอาแก้วน้ำในมือผมวางบนโต๊ะ
เมื่อจัดการอะไรด้านล่างเสร็จผมกับเขาก็เดินขึ้นไปนอนบนห้องด้วยกันอีกครั้ง
ระหว่างที่เดินผ่านห้องลูกชายกลับได้ยินเสียงแปลกๆดังออกมา
ปกติมันก็ได้ยินเป็นเรื่องธรรมดา แต่เสียงที่ได้ยินในห้องนั้นทำให้ผมขมวดคิ้วเข้าหากัน
‘’ฮึก.....พอได้แล้ว
ฮือ...อ้ะ อ้ะ’’
ผมกระตุกแขนซองกยูให้หันไปมองห้องลูกชายด้วยกัน
พอผมหันหน้าไปมองเขาก็พบว่าเขามองประตูห้องอยู่นานแล้ว ลูกชายผมทำอะไรอยู่ในนั้น
แล้วทำไมมีเสียงร้องให้ดังออกมา เห้ยนี้กระวนกระวายใจนะเว้ย!!
‘’พี่ครับลูกเราทำอะไรแปลกๆรึป่าว
เราเคาะกันดีมั้ย’’
‘’เรื่องของลูกน่ะ
ไปนอนได้แล้ว’’
‘’แต่....’’
‘’อูฮยอน’’
นิ้วหนาเคาะหน้าผากผมเบาๆก่อนจะลากแขนผมให้เดินเข้าห้องไป
เสียงร้องให้ดังออกมาเป็นระรอกทำเอาผมอยากจะรู้เหลือเกินว่าบุคคลในห้องนั้นเล่นอะไรกัน
หรือลูกชายผมเป็นพวกโรคจิต เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของซองจงผมรู้
หรือว่ามยองซูจะแอบมีแฟนใหม่ แต่เรื่องของลูกผมจะไม่ยุ่งดีกว่า -0-
‘’เห็นมั้ยนี้กี่โมงกี่ยามแล้ว
ตีสองจะตีสามแล้ว’’
‘’จ้า นอนๆๆๆ’’
ผมดันอีกคนนอนลงพร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เขาจนถึงคอ
ตามด้วยทิ้งตัวลงนอนข้างๆ คิมซองกยูหันตัวมากอดผมและซุกหน้าเข้ามาในซอกคอเหมือนเด็กๆ
แต่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเขาหรอกนะ กลับชอบมากเสียอีกฮึฮึ
.
.
.
.
.
บรรยากาศโต๊ะทานอาหารเช้าวันนี้อยู่กันพร้อมพ่อแม่ลูก
คิมซองกยูยังคงคอนเซปเดิมไม่พูดไม่จาต่อหน้าลูก ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติ ส่วนผมยังสงสัยเรื่องเมื่อคืนไม่จางหาย
เอ้าก็คนมันสงสัยนี่ เป็นใครได้ยินเสียงไม่พึงประสงค์ก็อยากจะรู้เป็นธรรมดา
แต่ดูจากหน้ามยองซูแล้วจะไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ บางทีเขาอาจจะดูหนัง
แล้วผมคิดไปไกลถึงดาวอังคารเอง
‘’ทำไมไม่กินผักอีกแล้วล่ะลูก’’
‘’มันขมกลืนลำบาก’’
‘’แล้วเมื่อไหร่จะโตเหมือนคนอื่น’’
นั่นไม่ใช่เสียงผมแต่เป็นเสียงของซองกยูที่พูดขึ้นมา
มยองซูมองหน้าพ่อเขาก่อนจะตักผักเข้าปากและเคี้ยวตุ้ยๆ เฮอๆ ไม่เข้าใจ....
การทานอาหารผ่านไปโดยไม่มีสงครามใดๆเกิดขึ้น คิมซองกยูเดินเข้าไปทำงานในห้อง
ส่วนผมก็มาส่งมยองซูขึ้นรถไปโรงเรียน
มันเป็นเรื่องดีที่ได้พูดคุยกันตอนเช้าๆจริงมั้ย
‘’ตั้งใจเรียนนะลูก
ไม่ใช่โดดอย่างเดียว’’
‘’ไม่รับปากนะครับแม่’’
‘’โดดไงก็ได้
ที่ไม่ทำให้ครูโทรมาหาพ่อของเราเข้าใจไหม แม่ไม่สามารถช่วยลูกได้ไปตลอดหรอกนะ
รู้ใช่ไหมพ่อโมโหแล้วจะเป็นยังไง’’
‘’แม่ไม่ทำให้พ่อโกรธผมหรอก
ผมรู้นา’’
‘’รู้ได้ไง’’
‘’ก็แม่รักผมไง ฮ่าๆๆ’’
เบื่อเด็กรู้ทัน -0- มยองซูเข้ามาสวมกอดผมก่อนจะเปิดประตูรถเข้าไป
ผมยิ้มหวานให้ลูกชายก่อนจะโบกมือบ้ายบายเขาแบบที่ทำทุกวัน
ความรู้สึกเหมือนไปส่งเขาเรียนโรงเรียนอนุบาลเสมอ ลูกชายของผมเป็นเด็กที่น่ารักจริงๆ
ขาเรียวกำลังจะก้าวหันหลังเดินเข้าบ้านแต่อีกคนเดินสวนมาก่อน
ในมือมีกุญแจรถพร้อมกับเสื้อโค้ดด้วย
‘’จะไปไหนแต่เช้าครับ’’
‘’อ๋อ
แดรยงเรียกไปดูหุ้นที่บริษัทน่ะ’’
‘’อ๋อ ครับ’’
ผมยิ้มให้ซองกยูก่อนจะหลีกทางให้เขาเดินไปข้างนอก
ใบหน้าหล่อยิ้มกริ่มก่อนจะเดินไปอย่างสบายใจ
ผมมองรถคันใหญ่เคลื่อนตัวออกไปจนสุดสายตา นี้ผมต้องอยู่บ้านคนเดียวหรอ T_T
.
.
.
.
.
.
.
SUNGGYU PART
รถใหญ่มาจอดเทียบท่าหน้าบ้านหลังสีน้ำคุ้นตาก่อนจะปลดล็อคเดินลงไป
ประตูบ้านปิดสนิทเหมือนไม่มีคนอยู่ทำให้ผมขมวดคิ้วสงสัยว่าเจ้าของบ้านไปไหน
มือหนาล้วงโทรศัพท์เพื่อจะกดเบอร์โทรหาลูกอีกคน
แต่ไม่ทันจะกดโทรประตูบ้านก็เปิดออกมาซะก่อน
‘’คุณอา’’
‘’อานึกว่าไม่อยู่บ้าน
กำลังจะโทรหาพอดีว่าไปไหน’’
‘’ผมจะไปไหนได้ล่ะครับ....เข้ามาก่อนครับเดี๋ยวผมเอาน้ำเย็นๆมาให้’’
รอยยิ้มดูแปลกๆไปของซองยอลทำให้ผมแอบสงสัยว่าเจ้าตัวเป็นอะไร
แล้วการเดินแปลกๆนั่นด้วย ไปตกบันไดหกล้มที่ไหนมารึป่าว
ก้นนุ่มทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาก่อนจะหยิบหนังสือพิมพ์บนโต๊ะมาอ่านระหว่างรอ
ไม่นานนักซองยอลก็เดินกลับมาด้วยอาหารว่าง นิสัยเหมือนแม่ไม่มีผิด ท่าทีนอบน้อม
อ่อนหวาน น่ารักษา น่าดูแล....
‘’เรื่องเรียนเป็นไงบ้าง’’
‘’ผมว่าผมจะไม่เรียนก่อนครับ
รอซองจงเรียนจบก่อนค่อยเรียน’’
‘’ทำไมล่ะ’’
‘’ผมอยากให้น้องดูแลตัวเองได้ก่อนน่ะครับ’’
ผมพยักหน้าเข้าใจตามที่เขาบอก
เด็กคนนี้รักน้องชายเขามากแค่ไหนผมรู้ดี ผมก็อยากเจอน้องชายของเขาบ้างแต่มาทีไรไม่เคยจะได้เจอเลยสักครั้ง
ถึงจะชื่อเหมือนเมียลูกชายตัวแสบของผมก็เถอะ
หวังว่าเด็กคนนั้นจะไม่ทำตัวเหมือนแฟนเจ้าแอลมัน ผมไม่ได้ว่าแฟนของลูกชายไม่ดี
แต่มันยังไงล่ะผมก็พูดไม่ถูกแฮะ -0-
‘’แล้วอยู่แบบนี้เฉยๆไม่เบื่อหรอ’’
‘’ไม่นี่ครับ
ผมมีอะไรให้ทำทั้งวันแหล่ะ’’
‘’อาอยากให้หนูไปอยู่บ้านอา’’
‘’ผมอยากอยู่ที่นี่ครับ’’
ซองยอลมองหน้าผมด้วยแววตาเอาจริง
ไม่ว่าจะชวนกี่ครั้งเขาก็ไม่ไปสักทีนึง เขาไม่เข้าใจคำว่าเป็นห่วงของผมสินะ
มือบางเอื้อมมาแตะหลังมือผมเบาๆก่อนจะเอ่ยคำพูดเดิมๆออกมา
และผมก็ไม่สามารถบังคับอะไรเขาได้เหมือนเดิม
‘’ตอนนี้เรากับน้องชายก็เหมือนลูกชายของอานะ’’
‘’ครับ’’
‘’เรียกอาว่าพ่อ
ได้มั้ย’’
‘’.......’’
‘’ตอนนี้อาคือคนที่ดูแลหนูแทนแม่นะ
เรียกว่าพ่อสิ’’
เด็กตรงหน้าเงียบไปสักพักนึง
ก่อนจะยิ้มบางๆมาให้ ผมคือผู้ปกครองของเขา
ดังนั้นผมก็มีสิทธิ์จะให้เขาเรียกแบบนั้นได้ใช่ไหม ในเมื่อผมก็เห็นเขามาตั้งแต่เด็กๆ
และเขาก็เป็นลูกชายของเพื่อนรักของผมไม่แปลกหรอกที่ผมจะรักเขาเหมือนคนในครอบครัวคนนึง
‘’ก็ได้ครับ...พ่อ’’
.
.
.
.
.
.
.
.
MYUNGSOO PART
กริ๊งงงงง ~
‘’กูไปแล้วนะ
เรียนเผื่อด้วย’’
‘’อะ อาวไปไหนวะ’’
เมื่อออดพักเที่ยงดังขึ้นก็รีบย้ายสังขารตัวเองออกมานอกห้องเรียนทันที
โฮย่ากลอกตาไปมาเหมือนเอือมระอาผมเหลือเกินที่ไม่ยอมเรียนหนังสืออย่างตั้งใจตั้งแต่เปิดเทอมยันปัจจุบัน
ซองจงเดินมาหยุดหน้าผมก่อนจะดึงแขนผมไว้ นั้นทำให้ผมต้องหยุดเดินและหันหน้าไปคุยกับเด็กคนนี้
‘’พี่แอลจะไปไหน
ไปกินข้าวเที่ยงกับผม’’
‘’กงชานฝากซองจงด้วยนะ’’
ผมไม่ตอบแฟนรุ่นน้องของตัวเองแต่กลับฝากฝังเพื่อนสนิทของเขาไว้แทน
ซองจงเรียกชื่อผมโวยวายไปมาเหมือนโกรธดึงดูดผู้คนรอบ
แต่ผมก็ไม่สนใจหรอกของเล่นชิ้นใหม่สนุกกว่าของเล่นชิ้นเก่าเยอะ ทั้งแข็งแรง
ทั้งว่านอนสอนง่าย
‘’พี่ทำแบบนี้หมายถึงพี่เบื่อผมแล้วใช่ไหม!!!!’’
ใครกันแน่ที่เบื่อกันก่อน
เธอไม่ใช่หรอซองจงที่นอกใจพี่ไปหาคนอื่น.....
ผมไม่ตอบแต่กลับมองหน้าอีกคนแทน
ซองจงเม้มปากแน่นเหมือนกำลังจะร้องให้นั่นมันเป็นภาพที่ผมเห็นแล้วรู้สึกไม่ดี
มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนคนผิดทั้งๆที่ไม่ผิด!!
ขายาวเดินเลี่ยงอีกคนออกมาและเดินไปยังลานจอดรถ กดปลดล็อคและขับออกไปนอกโรงเรียน
ภาพซองยอลของเล่นชิ้นใหม่ของผมที่ร้องให้ทุรนทุรายอยู่ใต้ตัวผมเมื่อคืนทำให้รอยยิ้มผุดขึ้นมาอย่างมีความสุข
ทั้งน้ำตาและเสียงครางสุดแสนทรมานนั้นทำให้ผมชอบใจกับการกระทำของตัวเอง
ถนนยามเที่ยงเต็มไปด้วยรถราหลากหลาย ผู้คนคงจะออกมาทานอาหารนอกบ้านหรือนอกบริษัท
‘ฮึก...เจ็บพอได้แล้ว
ฮืออออ’
เหมือนวีดีโอถูกเปิดในหัว
ทั้งเสียงร้องให้และคำสั่งมากมายที่บอกให้หยุดและบ่งบอกถึงความเจ็บปวดดังก้องในรูหู
แต่ซองยอลไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรกับซองจงเลย
ทำไมผมต้องทำร้ายเขาทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ในเมื่อผมเล็งเขาแล้ว
ผมก็ต้องทำให้ถึงที่สุด สิ่งที่ผมต้องการคือพี่น้องแตกคอกัน และซองจงไม่เหลือใคร
ใช่นั้นคือสิ่งที่ผมหวังให้มันจะเกิดขึ้น
ปึง!!!
เสียงปิดประตูรถเสียงดังพร้อมกับขาที่เดินก้าวเข้าไปทุบประตูบ้านไม้หลังที่ผมตั้งใจจะมา
ผมขอเน้นคำว่าทุบประตู เพราะผมไม่ได้เคาะจริงๆ
เมื่อทุบแล้วไม่มีคนมาเปิดผมจึงตัดสินใจเดินไปตรงหน้าต่างพร้อมกับส่องหน้าเข้าไปเพื่อจะดูว่ามีคนอยู่รึป่าว
แต่ผ้าม่านไม่ปิดแบบนี้ ไม่มีคนอยู่คงไม่ใช่แล้วมั้ง
‘’ซองยอลเปิดประตูเดี๋ยวนี้
ถ้าไม่เปิดได้หาเงินมาซ้อมประตูใหม่แน่ๆ’’
น้ำเสียงเหี้ยมๆที่ตั้งใจพูดกับเจ้าตัวดังขึ้น
จนคนที่ผมเห็นผ่านกระจกสะดุ้ง ใบหน้าหวานหันมาเจอผมที่ยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าต่างก่อนจะมีท่าทีกระวนกระวาย
ชอบจริงๆเลยเวลามีคนเห็นผมและกลัวขนาดนี้
‘’เปิดเดี๋ยวนี้ หนึ่ง!!!
‘’สอง’’
‘’สาม….’’
‘’มีอะไร!!!’’
ประตูไม้ถูกเปิดออกอย่างจังเมื่อผมนับถึงสาม
ซองยอลคนน่ารักกำประตูแน่นเมื่อผมตั้งท่าจะก้าวเข้าไป ลองเอาประตูหนีบขาผมดูสิ
จะเล่นงานเอาให้เดินไม่ได้เลย
‘’ได้ไปแล้วไม่ใช่หรอ
แล้วจะกลับมาทำไมอีก’’
‘’ทำไมอยากมานี่
บ้านเขียนไว้รึไงว่าห้ามเข้า’’
‘’ถ้าซองจงมาเห็นนายจะทำยังไง
ไม่คิดถึงตัวเองก็คิดถึงคนที่จะต้องมารับกรรมด้วยสิ!!’’
‘’เรื่องของเธอ’’
ว่าพลางไม่สนใจก่อนจะดึงแขนอีกคนให้เข้ามาให้ลำตัว ดวงตาใสมีน้ำตาคลอเอ่อไว้ถ้าหากเขากระพริบตามันต้องหยดลงมาแน่ๆ
ผมไม่ให้ซองจงรู้หรอกมันไวเกินไป
เด็กคนนั้นจะรู้ก็ต่อเมื่อความสัมพันธ์ของซองยอลกับผมไม่มีอะไรจะเสียแล้วต่างหาก
แขนเล็กพยายามแกะมือผมออกจากเอว ผมจึงจิกเล็บลงไปบนเอวบางนั้นจนอีกคนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
‘’เจ็บนะ...เลิกรังแกฉันสักที’’
‘’ก็น่ารักขนาดนี้จะเลิกรังแกได้ยังไงล่ะครับ’’
ริมฝีปากหนากดจูบเข้ากับปากนุ่มอีกคนอย่างจัง
ขาก้าวเดินฉับๆจนไปถึงโซฟาก่อนจะดันตัวคนด้านล่างลงทั้งๆที่ยังเกาะกันอยู่
คนตัวสูงดิ้นไปมาพยายามหลบหลีกการกระทำแบบนิ้อย่างทุรนทุราย
ฟันคมกัดเปลือกปากล่างของอีกคนให้เปิดออกเพื่อจะลุกล้ำ
‘’อ้ะ!!’’
เสียงดังกึกพร้อมกับปากบางที่เผยออก
ลิ้นชื้นสอดเข้าไปม้วนพันกับลิ้นของอีกคน ซองยอลสะดุ้งเฮือกและเอามือตีหลังผมไปทั่วจนเจ็บไปหมด
โง่จริงๆยิ่งทำร้ายมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะโดนเอาคืนหนักกว่านั้น
แรงกดที่ไหล่บางดันเข้าไปจนจะโซฟายุบ ใบหน้าหล่อกดทาบใบหน้านุ่มแน่นจนปิดช่องทางการหายใจจนหมด
เสียงดูดดุนลิ้นหวานดังออกมาเป็นระรอก คนใต้ร่างดิ้นพราดเหมือนว่าตัวเองกำลังจะขาดอากาศหายใจในไม่ช้า
‘’แฮ่ก....แฮ่ก
ใครก็ได้ช่วยผมที...ฮืออออ’’
‘’ยังอร่อยเหมือนเดิม
แต่ฉันไม่ทำอะไรนายวันนี้หรอกนะ รอให้ตรงนั้นมันคืนสภาพก่อนแล้วค่อยมาจัดการใหม่
ฉันชอบเวลาเธอเจ็บนะมันสะใจดี’’
‘’โรคจิต!!! น้องฉันไปคบกับนายได้ไงโรคจิตที่สุด!!!’’
ผลัก!!!
‘’โรคจิตแบบนี้ชอบไหมล่ะ’’
‘’ฮึก.....ออกไป
ออกไปเดี๋ยวนี้เลย ฮือออ โอ้ย!!’’
‘’กล้าไล่ฉันออกไปหรอ
กล้าดีนักนะ’’
ผมผลักอีกคนตกลงมาจากโซฟา มือหนาบีบสันกรามอีกคนแน่นหวังจะทำโทษ
ซองยอลจับข้อมือผมแน่นพร้อมกับปล่อยน้ำตามากมายหลั่งไหลออกมา เพราะน้องของเธอ
น้องของเธอที่ทำให้เธอต้องมาชดใช้เวรใช้กรรมกับฉัน เพราะน้องชายของเธอคนเดียวเลยจริงๆ
‘’เป็นเมียฉันแล้ว
อย่าริอาจจะไล่ผัวกลับบ้าน’’
‘’ฮืออออออ จ เจ็บ’’
‘’เธอนอนอ้าขาให้ฉันแล้วยังจะกล้าไล่ผัวคนแรกอีกหรอ
?’’
ใบหน้าสวยหันไปตามแรงสะบัด ซองยอลฟุบหน้าลงกับเบาะโซฟาและปล่อยโฮเสียงดัง เจ็บกายและเจ็บใจมากเลยสินะ รอยยิ้มร้ายแสยะออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะผ่านลำคอ
น่าสงสารจริงๆ
อีซองยอลช่างน่าสงสารเสียจริง....
.
.
.
.
.
.
.
.
ติดตามตอนต่อไป
ฮืออออออออ แอลอ่าาา ช่วยอ่อนโยนกะยอลหน่อยได้ไหมมมมมมมมม ><
ตอบลบโอ๊ยยยย คือแบบทำไมมยองเป็นคนแบบนี้
ตอบลบพ่อแม่มัวทำอัลไลไม่สั่งสอนลูก #ลีดนัมจาม
คือแบบเสียงมันคงจะดังมากสินะทำให้สองสามีภรรยาได้ยิน555555
เมื่อไหร่แปะจะบอกความจริงกับน้องนัมไปอ่ะ
นี่มีแต่โกหกแล้วถ้าน้องนัมมันจับได้คือหนาวนะ
มยองแม่งนิสัยไม่ดี เดี๋ยวจับตีตูดเลย
รังแกยอลอยู่ได้ เดี๋ยวปั๊ดดดด
สงสารยอลลี่ มยองแกใจร้ายเกินไปแล้วววนะ
ตอบลบ