วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ตาขีด Chapter 69 *leadnum*

Chaptet 69



แค่ก แค่ก แค่ก....


     เสียงไอที่พยายามอัดอั้นไว้ไม่ให้คนที่หลับอยู่ข้างๆได้ยินและตื่นขึ้นมาเพราะความรำคาญ ทำไมต้องมาไม่สบายด้วยนะ ไม่ชอบเลยการเป็นไข้ การป่วยบ้าบออะไรพวกนี้ =_= ผมเข้านอนกับคิมซองกยูตั้งแต่สี่ทุ่มครึ่ง ตอนนี้ก็ตีสองแล้ว ผมยังไม่หลับเลย บ้าแต่ไออยู่ได้ทั้งคืน ไอจนผมอยากจะหอบผ้าห่มกับหมอนไปนอนนอกห้องจริงๆ ความร้อนแผ่กระจายไปทั่วใบหน้า ลมหายใจติดขัดเพราะมีน้ำมูกอัดอยู่ในนั้น ให้ได้อย่างนี้สิสุขภาพร่างกาย



‘’แค่ก แค่กๆๆๆ’’



    เพียงแค่อ้าปากสูดลมหายใจลึกๆเข้าปอดเท่านั้นก็คันคอและระดมไอออกมารัวๆ คิมซองกยูครางในลำคอเหมือนจะตื่น พี่ครับผมขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะรบกวนเวลานอนนะครับ T_T



‘’เป็นอะไรรึป่าวอูฮยอน’’
‘’คันคอนิดหน่อยน่ะครับ’’
‘’ไม่หน่อยแล้วมั้ง เห็นไอตั้งนานแล้วนี้’’
‘’พี่หลับได้ยินด้วยหรอ’’
‘’ถ้าหลับจะได้ยินรึไง โง่อีกและเมียคนนี้’’



      เขาด่าผมทีนึงก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟตรงหัวเตียง แสงสีส้มส่องเข้าตาทำให้เขาหรี่ตาลงเกือบมิด จากนั้นเขาก็ลงจากเตียงและเดินออกไปนอกห้อง ผมมองดูอีกคนเดินหายออกไปด้วยความมึนงง เขาจะไปไหน ผมจึงตัดสินใจลุกออกจากเตียงเดินออกไปด้านนอกตามเขา เห็นหลังของสามีเดินหายเข้าไปในครัว จึงรีบวิ่งตามเข้าไปดู



‘’ยาแก้ไออยู่ไหนนะ’’
 


    เสียงพึมพัมของคนหล่อที่เปิดตู้และขนถุงยาลงมากองบนเค้าท์เตอร์ ตาสวยมองการกระทำของเขาอยู่ตรงข้างๆห้องครัว เขาถึงขั้นลงมาหายาให้ผมกินเลยหรอเนื้ย น่ารักมากไปแล้วนะคิมซองกยู!! >////<



‘’พี่ครับ’’
‘’อาว ลงมาทำไม’’
‘’ผมเดินตามพี่ลงมาน่ะ’’



       แขนเล็กกอดรอบเอวคนรักจากด้านหลังไว้แน่นและซบหน้าลงบนแผ่นหลังกว้าง รอยยิ้มแผ่กระจายไปทั่วด้วยความสุข อีกคนเหมือนจะหายาเจอแล้วจึงเก็บซองอื่นๆใส่ตู้กลับไปเหมือนเดิม จากนั้นเขาก็หันหน้ามาหาผม  พร้อมกับยื่นเม็ดยาสีขาวมาให้ผมพร้อมกับแก้วน้ำ



‘’พี่กลัวเราจะพักผ่อนไม่เพียงพอ ดังนั้นต้องกินยาจะได้นอนหลับเข้าใจไหม’’
‘’ขอบคุณนะครับ’’



จุ้บ!!!!



     ผมยื่นหน้าเข้าไปจุ้บปากอีกคนเบาๆจากนั้นก็หยิบยามากินตามด้วยดื่มน้ำจนหมดแก้ว มือหนาลูบหัวผมเบาๆแล้วก็เอาแก้วน้ำในมือผมวางบนโต๊ะ เมื่อจัดการอะไรด้านล่างเสร็จผมกับเขาก็เดินขึ้นไปนอนบนห้องด้วยกันอีกครั้ง ระหว่างที่เดินผ่านห้องลูกชายกลับได้ยินเสียงแปลกๆดังออกมา ปกติมันก็ได้ยินเป็นเรื่องธรรมดา แต่เสียงที่ได้ยินในห้องนั้นทำให้ผมขมวดคิ้วเข้าหากัน



‘’ฮึก.....พอได้แล้ว ฮือ...อ้ะ อ้ะ’’



   ผมกระตุกแขนซองกยูให้หันไปมองห้องลูกชายด้วยกัน พอผมหันหน้าไปมองเขาก็พบว่าเขามองประตูห้องอยู่นานแล้ว ลูกชายผมทำอะไรอยู่ในนั้น แล้วทำไมมีเสียงร้องให้ดังออกมา เห้ยนี้กระวนกระวายใจนะเว้ย!!



‘’พี่ครับลูกเราทำอะไรแปลกๆรึป่าว เราเคาะกันดีมั้ย’’
‘’เรื่องของลูกน่ะ ไปนอนได้แล้ว’’
‘’แต่....’’
‘’อูฮยอน’’



      นิ้วหนาเคาะหน้าผากผมเบาๆก่อนจะลากแขนผมให้เดินเข้าห้องไป เสียงร้องให้ดังออกมาเป็นระรอกทำเอาผมอยากจะรู้เหลือเกินว่าบุคคลในห้องนั้นเล่นอะไรกัน หรือลูกชายผมเป็นพวกโรคจิต เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของซองจงผมรู้ หรือว่ามยองซูจะแอบมีแฟนใหม่ แต่เรื่องของลูกผมจะไม่ยุ่งดีกว่า -0-



‘’เห็นมั้ยนี้กี่โมงกี่ยามแล้ว ตีสองจะตีสามแล้ว’’
‘’จ้า นอนๆๆๆ’’



       ผมดันอีกคนนอนลงพร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เขาจนถึงคอ ตามด้วยทิ้งตัวลงนอนข้างๆ  คิมซองกยูหันตัวมากอดผมและซุกหน้าเข้ามาในซอกคอเหมือนเด็กๆ แต่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเขาหรอกนะ กลับชอบมากเสียอีกฮึฮึ




.
.
.
.
.



        บรรยากาศโต๊ะทานอาหารเช้าวันนี้อยู่กันพร้อมพ่อแม่ลูก คิมซองกยูยังคงคอนเซปเดิมไม่พูดไม่จาต่อหน้าลูก ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติ ส่วนผมยังสงสัยเรื่องเมื่อคืนไม่จางหาย เอ้าก็คนมันสงสัยนี่ เป็นใครได้ยินเสียงไม่พึงประสงค์ก็อยากจะรู้เป็นธรรมดา แต่ดูจากหน้ามยองซูแล้วจะไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ บางทีเขาอาจจะดูหนัง แล้วผมคิดไปไกลถึงดาวอังคารเอง



‘’ทำไมไม่กินผักอีกแล้วล่ะลูก’’
‘’มันขมกลืนลำบาก’’
‘’แล้วเมื่อไหร่จะโตเหมือนคนอื่น’’



     นั่นไม่ใช่เสียงผมแต่เป็นเสียงของซองกยูที่พูดขึ้นมา มยองซูมองหน้าพ่อเขาก่อนจะตักผักเข้าปากและเคี้ยวตุ้ยๆ เฮอๆ ไม่เข้าใจ.... การทานอาหารผ่านไปโดยไม่มีสงครามใดๆเกิดขึ้น คิมซองกยูเดินเข้าไปทำงานในห้อง ส่วนผมก็มาส่งมยองซูขึ้นรถไปโรงเรียน มันเป็นเรื่องดีที่ได้พูดคุยกันตอนเช้าๆจริงมั้ย



‘’ตั้งใจเรียนนะลูก ไม่ใช่โดดอย่างเดียว’’
‘’ไม่รับปากนะครับแม่’’
‘’โดดไงก็ได้ ที่ไม่ทำให้ครูโทรมาหาพ่อของเราเข้าใจไหม แม่ไม่สามารถช่วยลูกได้ไปตลอดหรอกนะ รู้ใช่ไหมพ่อโมโหแล้วจะเป็นยังไง’’
‘’แม่ไม่ทำให้พ่อโกรธผมหรอก ผมรู้นา’’
‘’รู้ได้ไง’’
‘’ก็แม่รักผมไง ฮ่าๆๆ’’



     เบื่อเด็กรู้ทัน -0- มยองซูเข้ามาสวมกอดผมก่อนจะเปิดประตูรถเข้าไป ผมยิ้มหวานให้ลูกชายก่อนจะโบกมือบ้ายบายเขาแบบที่ทำทุกวัน ความรู้สึกเหมือนไปส่งเขาเรียนโรงเรียนอนุบาลเสมอ ลูกชายของผมเป็นเด็กที่น่ารักจริงๆ  ขาเรียวกำลังจะก้าวหันหลังเดินเข้าบ้านแต่อีกคนเดินสวนมาก่อน ในมือมีกุญแจรถพร้อมกับเสื้อโค้ดด้วย



‘’จะไปไหนแต่เช้าครับ’’
‘’อ๋อ แดรยงเรียกไปดูหุ้นที่บริษัทน่ะ’’
‘’อ๋อ ครับ’’



       ผมยิ้มให้ซองกยูก่อนจะหลีกทางให้เขาเดินไปข้างนอก ใบหน้าหล่อยิ้มกริ่มก่อนจะเดินไปอย่างสบายใจ ผมมองรถคันใหญ่เคลื่อนตัวออกไปจนสุดสายตา นี้ผมต้องอยู่บ้านคนเดียวหรอ T_T




.
.
.
.
.
.
.




SUNGGYU  PART



     รถใหญ่มาจอดเทียบท่าหน้าบ้านหลังสีน้ำคุ้นตาก่อนจะปลดล็อคเดินลงไป ประตูบ้านปิดสนิทเหมือนไม่มีคนอยู่ทำให้ผมขมวดคิ้วสงสัยว่าเจ้าของบ้านไปไหน มือหนาล้วงโทรศัพท์เพื่อจะกดเบอร์โทรหาลูกอีกคน แต่ไม่ทันจะกดโทรประตูบ้านก็เปิดออกมาซะก่อน



‘’คุณอา’’
‘’อานึกว่าไม่อยู่บ้าน กำลังจะโทรหาพอดีว่าไปไหน’’
‘’ผมจะไปไหนได้ล่ะครับ....เข้ามาก่อนครับเดี๋ยวผมเอาน้ำเย็นๆมาให้’’



    รอยยิ้มดูแปลกๆไปของซองยอลทำให้ผมแอบสงสัยว่าเจ้าตัวเป็นอะไร แล้วการเดินแปลกๆนั่นด้วย ไปตกบันไดหกล้มที่ไหนมารึป่าว ก้นนุ่มทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาก่อนจะหยิบหนังสือพิมพ์บนโต๊ะมาอ่านระหว่างรอ ไม่นานนักซองยอลก็เดินกลับมาด้วยอาหารว่าง นิสัยเหมือนแม่ไม่มีผิด ท่าทีนอบน้อม อ่อนหวาน น่ารักษา น่าดูแล....



‘’เรื่องเรียนเป็นไงบ้าง’’
‘’ผมว่าผมจะไม่เรียนก่อนครับ รอซองจงเรียนจบก่อนค่อยเรียน’’
‘’ทำไมล่ะ’’
‘’ผมอยากให้น้องดูแลตัวเองได้ก่อนน่ะครับ’’



      ผมพยักหน้าเข้าใจตามที่เขาบอก เด็กคนนี้รักน้องชายเขามากแค่ไหนผมรู้ดี ผมก็อยากเจอน้องชายของเขาบ้างแต่มาทีไรไม่เคยจะได้เจอเลยสักครั้ง ถึงจะชื่อเหมือนเมียลูกชายตัวแสบของผมก็เถอะ หวังว่าเด็กคนนั้นจะไม่ทำตัวเหมือนแฟนเจ้าแอลมัน ผมไม่ได้ว่าแฟนของลูกชายไม่ดี แต่มันยังไงล่ะผมก็พูดไม่ถูกแฮะ -0-



‘’แล้วอยู่แบบนี้เฉยๆไม่เบื่อหรอ’’
‘’ไม่นี่ครับ ผมมีอะไรให้ทำทั้งวันแหล่ะ’’
‘’อาอยากให้หนูไปอยู่บ้านอา’’
‘’ผมอยากอยู่ที่นี่ครับ’’



        ซองยอลมองหน้าผมด้วยแววตาเอาจริง ไม่ว่าจะชวนกี่ครั้งเขาก็ไม่ไปสักทีนึง เขาไม่เข้าใจคำว่าเป็นห่วงของผมสินะ มือบางเอื้อมมาแตะหลังมือผมเบาๆก่อนจะเอ่ยคำพูดเดิมๆออกมา และผมก็ไม่สามารถบังคับอะไรเขาได้เหมือนเดิม



‘’ตอนนี้เรากับน้องชายก็เหมือนลูกชายของอานะ’’
‘’ครับ’’
‘’เรียกอาว่าพ่อ ได้มั้ย’’
‘’.......’’
‘’ตอนนี้อาคือคนที่ดูแลหนูแทนแม่นะ เรียกว่าพ่อสิ’’



       เด็กตรงหน้าเงียบไปสักพักนึง ก่อนจะยิ้มบางๆมาให้ ผมคือผู้ปกครองของเขา ดังนั้นผมก็มีสิทธิ์จะให้เขาเรียกแบบนั้นได้ใช่ไหม ในเมื่อผมก็เห็นเขามาตั้งแต่เด็กๆ และเขาก็เป็นลูกชายของเพื่อนรักของผมไม่แปลกหรอกที่ผมจะรักเขาเหมือนคนในครอบครัวคนนึง


‘’ก็ได้ครับ...พ่อ’’



.
.
.
.
.
.
.
.



MYUNGSOO PART



กริ๊งงงงง  ~



‘’กูไปแล้วนะ เรียนเผื่อด้วย’’
‘’อะ อาวไปไหนวะ’’



    เมื่อออดพักเที่ยงดังขึ้นก็รีบย้ายสังขารตัวเองออกมานอกห้องเรียนทันที โฮย่ากลอกตาไปมาเหมือนเอือมระอาผมเหลือเกินที่ไม่ยอมเรียนหนังสืออย่างตั้งใจตั้งแต่เปิดเทอมยันปัจจุบัน ซองจงเดินมาหยุดหน้าผมก่อนจะดึงแขนผมไว้ นั้นทำให้ผมต้องหยุดเดินและหันหน้าไปคุยกับเด็กคนนี้



‘’พี่แอลจะไปไหน ไปกินข้าวเที่ยงกับผม’’
‘’กงชานฝากซองจงด้วยนะ’’



    ผมไม่ตอบแฟนรุ่นน้องของตัวเองแต่กลับฝากฝังเพื่อนสนิทของเขาไว้แทน ซองจงเรียกชื่อผมโวยวายไปมาเหมือนโกรธดึงดูดผู้คนรอบ แต่ผมก็ไม่สนใจหรอกของเล่นชิ้นใหม่สนุกกว่าของเล่นชิ้นเก่าเยอะ ทั้งแข็งแรง ทั้งว่านอนสอนง่าย


‘’พี่ทำแบบนี้หมายถึงพี่เบื่อผมแล้วใช่ไหม!!!!’’


ใครกันแน่ที่เบื่อกันก่อน เธอไม่ใช่หรอซองจงที่นอกใจพี่ไปหาคนอื่น.....


        ผมไม่ตอบแต่กลับมองหน้าอีกคนแทน ซองจงเม้มปากแน่นเหมือนกำลังจะร้องให้นั่นมันเป็นภาพที่ผมเห็นแล้วรู้สึกไม่ดี มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนคนผิดทั้งๆที่ไม่ผิด!! ขายาวเดินเลี่ยงอีกคนออกมาและเดินไปยังลานจอดรถ กดปลดล็อคและขับออกไปนอกโรงเรียน ภาพซองยอลของเล่นชิ้นใหม่ของผมที่ร้องให้ทุรนทุรายอยู่ใต้ตัวผมเมื่อคืนทำให้รอยยิ้มผุดขึ้นมาอย่างมีความสุข ทั้งน้ำตาและเสียงครางสุดแสนทรมานนั้นทำให้ผมชอบใจกับการกระทำของตัวเอง ถนนยามเที่ยงเต็มไปด้วยรถราหลากหลาย ผู้คนคงจะออกมาทานอาหารนอกบ้านหรือนอกบริษัท



ฮึก...เจ็บพอได้แล้ว ฮืออออ



     เหมือนวีดีโอถูกเปิดในหัว ทั้งเสียงร้องให้และคำสั่งมากมายที่บอกให้หยุดและบ่งบอกถึงความเจ็บปวดดังก้องในรูหู แต่ซองยอลไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรกับซองจงเลย ทำไมผมต้องทำร้ายเขาทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ในเมื่อผมเล็งเขาแล้ว ผมก็ต้องทำให้ถึงที่สุด สิ่งที่ผมต้องการคือพี่น้องแตกคอกัน และซองจงไม่เหลือใคร ใช่นั้นคือสิ่งที่ผมหวังให้มันจะเกิดขึ้น



ปึง!!!



      เสียงปิดประตูรถเสียงดังพร้อมกับขาที่เดินก้าวเข้าไปทุบประตูบ้านไม้หลังที่ผมตั้งใจจะมา ผมขอเน้นคำว่าทุบประตู เพราะผมไม่ได้เคาะจริงๆ เมื่อทุบแล้วไม่มีคนมาเปิดผมจึงตัดสินใจเดินไปตรงหน้าต่างพร้อมกับส่องหน้าเข้าไปเพื่อจะดูว่ามีคนอยู่รึป่าว แต่ผ้าม่านไม่ปิดแบบนี้ ไม่มีคนอยู่คงไม่ใช่แล้วมั้ง



‘’ซองยอลเปิดประตูเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่เปิดได้หาเงินมาซ้อมประตูใหม่แน่ๆ’’



      น้ำเสียงเหี้ยมๆที่ตั้งใจพูดกับเจ้าตัวดังขึ้น จนคนที่ผมเห็นผ่านกระจกสะดุ้ง ใบหน้าหวานหันมาเจอผมที่ยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าต่างก่อนจะมีท่าทีกระวนกระวาย ชอบจริงๆเลยเวลามีคนเห็นผมและกลัวขนาดนี้


‘’เปิดเดี๋ยวนี้ หนึ่ง!!!


‘’สอง’’


‘’สาม….’’
‘’มีอะไร!!!’’


      ประตูไม้ถูกเปิดออกอย่างจังเมื่อผมนับถึงสาม ซองยอลคนน่ารักกำประตูแน่นเมื่อผมตั้งท่าจะก้าวเข้าไป ลองเอาประตูหนีบขาผมดูสิ จะเล่นงานเอาให้เดินไม่ได้เลย


‘’ได้ไปแล้วไม่ใช่หรอ แล้วจะกลับมาทำไมอีก’’
‘’ทำไมอยากมานี่ บ้านเขียนไว้รึไงว่าห้ามเข้า’’
‘’ถ้าซองจงมาเห็นนายจะทำยังไง ไม่คิดถึงตัวเองก็คิดถึงคนที่จะต้องมารับกรรมด้วยสิ!!’’
‘’เรื่องของเธอ’’


    ว่าพลางไม่สนใจก่อนจะดึงแขนอีกคนให้เข้ามาให้ลำตัว ดวงตาใสมีน้ำตาคลอเอ่อไว้ถ้าหากเขากระพริบตามันต้องหยดลงมาแน่ๆ ผมไม่ให้ซองจงรู้หรอกมันไวเกินไป เด็กคนนั้นจะรู้ก็ต่อเมื่อความสัมพันธ์ของซองยอลกับผมไม่มีอะไรจะเสียแล้วต่างหาก แขนเล็กพยายามแกะมือผมออกจากเอว ผมจึงจิกเล็บลงไปบนเอวบางนั้นจนอีกคนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ



‘’เจ็บนะ...เลิกรังแกฉันสักที’’
‘’ก็น่ารักขนาดนี้จะเลิกรังแกได้ยังไงล่ะครับ’’



     ริมฝีปากหนากดจูบเข้ากับปากนุ่มอีกคนอย่างจัง ขาก้าวเดินฉับๆจนไปถึงโซฟาก่อนจะดันตัวคนด้านล่างลงทั้งๆที่ยังเกาะกันอยู่ คนตัวสูงดิ้นไปมาพยายามหลบหลีกการกระทำแบบนิ้อย่างทุรนทุราย ฟันคมกัดเปลือกปากล่างของอีกคนให้เปิดออกเพื่อจะลุกล้ำ



‘’อ้ะ!!’’



   เสียงดังกึกพร้อมกับปากบางที่เผยออก ลิ้นชื้นสอดเข้าไปม้วนพันกับลิ้นของอีกคน ซองยอลสะดุ้งเฮือกและเอามือตีหลังผมไปทั่วจนเจ็บไปหมด โง่จริงๆยิ่งทำร้ายมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะโดนเอาคืนหนักกว่านั้น แรงกดที่ไหล่บางดันเข้าไปจนจะโซฟายุบ ใบหน้าหล่อกดทาบใบหน้านุ่มแน่นจนปิดช่องทางการหายใจจนหมด เสียงดูดดุนลิ้นหวานดังออกมาเป็นระรอก คนใต้ร่างดิ้นพราดเหมือนว่าตัวเองกำลังจะขาดอากาศหายใจในไม่ช้า



‘’แฮ่ก....แฮ่ก ใครก็ได้ช่วยผมที...ฮืออออ’’
‘’ยังอร่อยเหมือนเดิม แต่ฉันไม่ทำอะไรนายวันนี้หรอกนะ รอให้ตรงนั้นมันคืนสภาพก่อนแล้วค่อยมาจัดการใหม่ ฉันชอบเวลาเธอเจ็บนะมันสะใจดี’’
‘’โรคจิต!!! น้องฉันไปคบกับนายได้ไงโรคจิตที่สุด!!!’’



ผลัก!!!



‘’โรคจิตแบบนี้ชอบไหมล่ะ’’
‘’ฮึก.....ออกไป ออกไปเดี๋ยวนี้เลย ฮือออ โอ้ย!!’’
‘’กล้าไล่ฉันออกไปหรอ กล้าดีนักนะ’’


      ผมผลักอีกคนตกลงมาจากโซฟา มือหนาบีบสันกรามอีกคนแน่นหวังจะทำโทษ ซองยอลจับข้อมือผมแน่นพร้อมกับปล่อยน้ำตามากมายหลั่งไหลออกมา เพราะน้องของเธอ น้องของเธอที่ทำให้เธอต้องมาชดใช้เวรใช้กรรมกับฉัน เพราะน้องชายของเธอคนเดียวเลยจริงๆ



‘’เป็นเมียฉันแล้ว อย่าริอาจจะไล่ผัวกลับบ้าน’’
‘’ฮืออออออ จ เจ็บ’’
‘’เธอนอนอ้าขาให้ฉันแล้วยังจะกล้าไล่ผัวคนแรกอีกหรอ ?’’



    ใบหน้าสวยหันไปตามแรงสะบัด ซองยอลฟุบหน้าลงกับเบาะโซฟาและปล่อยโฮเสียงดัง  เจ็บกายและเจ็บใจมากเลยสินะ รอยยิ้มร้ายแสยะออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะผ่านลำคอ น่าสงสารจริงๆ





อีซองยอลช่างน่าสงสารเสียจริง....

.
.
.
.
.
.
.
.
ติดตามตอนต่อไป

3 ความคิดเห็น:

  1. ฮืออออออออ แอลอ่าาา ช่วยอ่อนโยนกะยอลหน่อยได้ไหมมมมมมมมม ><

    ตอบลบ
  2. โอ๊ยยยย คือแบบทำไมมยองเป็นคนแบบนี้
    พ่อแม่มัวทำอัลไลไม่สั่งสอนลูก #ลีดนัมจาม
    คือแบบเสียงมันคงจะดังมากสินะทำให้สองสามีภรรยาได้ยิน555555
    เมื่อไหร่แปะจะบอกความจริงกับน้องนัมไปอ่ะ
    นี่มีแต่โกหกแล้วถ้าน้องนัมมันจับได้คือหนาวนะ
    มยองแม่งนิสัยไม่ดี เดี๋ยวจับตีตูดเลย
    รังแกยอลอยู่ได้ เดี๋ยวปั๊ดดดด

    ตอบลบ
  3. สงสารยอลลี่ มยองแกใจร้ายเกินไปแล้วววนะ

    ตอบลบ