วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ตาขีด Chapter 72 *leadnum* 100%

Chapter 72
    

24 : 24 AM



      ภายในห้องมืดสนิทในช่วงเวลาที่ก้าวข้ามสู่วันใหม่ คิมซองกยูและนัมอูฮยอนนอนหลับกันอยู่บนเตียงกว้างที่พวกเขาใช้นอนกันทุกคืน ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเขาสองคนหลับสนิท ดวงตามนสีดำสนิทที่มองร่างขาวที่นอนตะแคงตัวส่งแขนกอดรอบเอวของคนรักของไว้แน่นด้วยความรู้สึกเจ็บใจ  





เจ็บใจที่ทำไมนัมอูฮยอนถึงรักคนนั้น


ทั้งๆที่มันเป็นคนมาทีหลังแท้ๆ....




     ขายาวเย็นเฉียบก้าวเดินตรงไปยังเตียงฝั่งคนรักช้าๆ ดวงตาส่องฉายความเศร้าโศรก ความเสียใจ ความโกรธ ความอิจฉา ออกมาปะปนกันมั่วไปหมด โกรธที่ทำไมตัวเองต้องตายทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้ทำผิด ทำไมต้องตายทั้งๆที่ตัวเองมีสิทธิ์ในตัวนัมอูฮยอนทุกอย่างมาตั้งแต่แรก ทำไมเขาต้องตาย




ทั้งๆที่นัมอูฮยอนต่างหากที่เป็นคนไม่ยอมปล่อยมือผมเองแท้ๆ....





.
.
.
.
.





      ตาเล็กปรือตาขึ้นเมื่อรู้สึกปวดฉี่ มือบางเอื้อมไปเปิดสวิซไฟตรงหัวนอนดวงตาเล็กปรับโฟกัสให้เข้าที่ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องน้ำ ไฟห้องน้ำสว่างจ้าจนต้องเอายกมือขึ้นมาปิดตาตัวเองด้วยความง่วง เวลาผ่านไปไม่ถึงห้านาทีผมก็ทำธุระกลางดึกของตัวเองเสร็จ ไม่ชอบเลยเวลานอนมันส์ๆแล้วปวดฉี่เนื้ย




พรึ่บ!!!



‘’อ้ะ!!’’



     ร่างผมสะดุดกึกเมื่อไฟห้องน้ำดับลง ปกติมันไม่ดับนี่หรือว่าสายไฟจะขาด  ความมืดภายในห้องน้ำทำให้ผมมองอะไรไม่เห็นเลยสักนิดเลยทำได้แค่เดินไปทีละนิดและเอามือคลำตามผนังเอา รู้งี้เปิดประตูทิ้งไว้ดีกว่า




ฟิ้วววว.... ~




      สายลมพัดผ่านแผ่นหลังอย่างจังจนต้องหยุดเดิน ความง่วงปลิวหายไปในพริบตาเมื่อรับสัมผัสลมเย็นจนขนแขนลุกเกรียว ห้องน้ำผมไม่มีช่องหน้าต่างรับลม แล้วลมมันมาจากไหน ดวงตากลมพยายามมองไปรอบๆ คุณรู้ใช่ไหมการที่เรามองอะไรเป็นสีดำมันน่ากลัวขนาดไหน ผมไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลยนอกจากสีดำที่สะท้อนอยู่ในดวงตา



‘’นัมอูฮยอน’’
‘’!!!’’



      สัมผัสตรงข้อเท้าเหมือนเมื่อคืนและเมื่อตอนบ่ายเกิดขึ้นอีกครั้ง ผมรู้แล้วว่ามันคืออะไร จากที่ตอนแรกคิดว่ามันคือฝันตอนนี้มันไม่ใช่อีกแล้ว เสื้อกราวน์ที่ป้าโบมีบอกว่าตากอยู่ข้างบ้านผมเดินไปดูหลังจากที่ป้าโบมีบอกก็ไม่เห็นจะเจอสักตัว คิมซองกยูยังไม่รู้เรื่องนี้ เพราะผมสั่งป้าโบมีว่าห้ามบอกเรื่องเสื้อนั้นเด็ดขาด ผมควรจะกลัวเขาดีไหม ผมควรจะกลัวหมอดีไหม



‘’ทำไม....ทำไม ?’’
‘’……’’
‘’เอาลูกไปจากพี่ยังไม่พอ ถึงขั้นต้องทำให้พี่เป็นแบบนี้เลยหรอ’’
‘’ผม ผมไม่ได้ทำ!!!’’



      เสียงทุ่มขรึมดังก้องข้างรูหูอย่างชัดเจน จนผมเผลอตะโกนตอบกลับไปด้วยเสียงสั่น ผมไม่ได้ฆ่าเขา ผมไม่รู้ ผมไม่รู้จริงๆว่าคิมซองกยูจะทำแบบนั้นถ้าหากเขาจับได้ ผมไม่รู้อะไรสักอย่าง มันคือความผิดของผมที่ทำให้เขาต้องตาย แต่ผมไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนั้น ถ้าผมรู้ว่าคิมซองกยูถึงขั้นจะต้องฆ่า ผมจะไม่ให้เขาทำแบบนั้นเด็ดขาดเลยจริงๆ



‘’โกหก....โกหก’’
‘’ฮึก....ผม ผม’’
‘’นายไม่เคยรักกันเลยใช่ไหมนัมอูฮยอน สิ่งที่นายต้องการคือให้พี่ตายใช่ไหม’’
‘’ม ไม่ใช่ ไม่ใช่แบบนั้นนะ’’
‘’นายกลัวฉันจะบอกมันว่าความจริงแล้วมยองซูคือลูกของฉันไม่ใช่ลูกของมันใช่ไหม...’’
‘’ฮือออออ ไม่  ไม่...’’
‘’กลัวว่าพี่จะเอามยองซูไปจากนายและมันใช่ไหม นัมอูฮยอน’’



        สองขาทรุดนั่งลงกับพื้นด้วยความอ่อนแรง น้ำตามากมายไหลอาบแก้มสองข้างเต็มไปหมดด้วยความกลัว ความเย็นประกบอยู่ตรงแผ่นหลังจนไม่กล้าขยับเขยื้อนตัว ลมหายใจเข้าออกเหมือนคนปกติยังไม่ห่างหายไปจากข้างพวงแก้ม มันแตกต่างจากลมหายใจคนปกติ มันคือลมหายใจที่เย็นเยือกชวนขาดใจตาย คำพูดของเขาทำให้ผมไม่สามารถทนฟังได้ เขาโกหก มันบ้า เขาคิดไปเองทั้งนั้น!!!!



‘’พี่จะไม่ไปไหน...พี่จะอยู่กับนาย อยู่กับลูก’’
‘’ลูก ? ลูกที่ไหนเราไม่มีลูกด้วยกันนะ!!’’
‘’มยองซู เด็กชายผมดำที่เหมือนพี่ไง’’



      ไม่จริง มยองซูไม่ใช่ลูกของเขา มยองซูคือลูกของผมกับคิมซองกยู!!!  ถึงความจริงที่ผมกับหมอจะมีความสำพันธ์ลึกซึ้งข้ามคืนกันมาก่อนคิมซองกยู แต่มันก็ไม่มีทางที่จะเป็นอย่างนั้นไปได้แน่ๆ ตอนที่ผมคบกับซองกยู หากวันไหนซองกยูไม่กลับห้องหรือเราทะเลาะกัน ถึงผมจะไปหาหมอก็เถอะ ยังไงก็ไม่มีทางเป็นไปได้แน่ๆ




ไม่มีทางที่มยองซูจะเป็นลูกของเขาเด็ดขาด!!!!




‘’พี่จะตามหลอกหลอนผมทำไม.....ผมขอโทษแทนคิมซองกยูที่เขาทำให้พี่ต้องตาย แต่ผมจะทำบุญไปให้นะพี่หมอ พี่หมออย่าทำแบบนี้กับผมเลย.. ฮึก ฮึก’’



      ผมสะอื้นจนพูดไม่รู้เรื่อง ถึงแม้ไม่เห็นหน้าแต่ก็พอเดาออกว่าสีหน้าของเขาเป็นแบบไหนเพราะคนเคยคุ้นเคย  น้ำเสียงเรียบๆแต่แฝงอะไรไว้มากมายทำให้ผมกลัวเขามากเหลือเกิน 





‘’ไป...’’
‘’…..’’


‘’ไปอยู่ด้วยกัน’’




โครม!!!!




                                                           20 %



โรงพยาบาลอุลลิม



‘’อูฮยอน อูฮยอนตื่นสิ’’
‘’…..’’



    แขนเล็กถูกเขย่าไปมาเบาๆ ผมค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ แสงสว่างจากไฟเพดานห้องทำให้ผมต้องรีบหลับลงอย่างเดิมทันที เมื่อนอนนิ่งปรับสภาพร่างกายตัวเองจนเข้าที่เรียบร้อยแล้วอาการเจ็บก็เข้ามารุมเร้าตรงหัวอย่างจัง เจ็บ ทำไมมันเจ็บอย่างนี้



‘’อูฮยอนตื่นแล้วใช่ไหม’’
‘’ค ใคร ?’’
‘’นายอย่าบอกว่าจำเสียงพี่ไม่ได้นะอูฮยอน นี้พี่เครียดนะ!!’’



       ผมนอนกระพริบตาปริบๆก่อนจะหันหน้าไปมองคนข้างๆที่กุมมือผมอยู่ ใบหน้าวิตกกังวลของคิมซองกยูทำให้ผมอยากจะร้องให้ออกมาหนักๆ ถ้าจะถามว่าจะร้องให้เพราะอะไรผมก็ตอบไม่ถูก มันหลายเรื่อง หลายเรื่องจนผมนับไม่หมด



‘’พี่ครับ พี่ซองกยู’’
‘’พี่เป็นห่วงเราแทบแย่รู้ไหม เจ็บหรือปวดตรงไหนบ้างรึป่าว’’
‘’ไม่ครับ ผมไม่เป็นอะไร’’



      คนตัวสูงจับตัวผมพลิกไปมาอย่างพิถีพิถัน ผมดีใจที่เขาเป็นห่วงผมขนาดนี้ แขนเล็กอีกข้างที่ว่างอยู่พยายามยกขึ้นไปแตะอีกคนบอกให้หยุดทำเหมือนผมเป็นหนักสักที แต่เมื่อคืนผมเป็นอะไร



‘’พี่ครับ พอได้แล้ว’’
‘’ก็พี่เป็นห่วงนี่นา’’
‘’เมื่อคืนเกิดอะไรหรอครับ ? ’’



      ผมถามออกไปด้วยสีหน้าสงสัย คิมซองกยูย่นคิ้วก่อนจะมองผมด้วยสีหน้าแปลกๆ ก็ผมไม่รู้นี่นาว่าตัวเองโดนอะไร ระหว่างรออีกคนตอบใบหน้าหล่อคุ้นตาก็โผล่ขึ้นมาในความคิด เล็บเล็กจิกลงกับผ้าปูที่นอนอย่างแรงด้วยความตกใจ




ซองจุงกิ ผมเจอซองจุงกิ!!




‘’นายตกบันไดลงไปชั้นล่าง ตอนแรกพี่นึกว่านายตายแน่ๆเพราะบันไดมันสูงและชันขนาดนั้น’’
‘’........’’
‘’ช่วงนี้เป็นอะไรหืม ทำไมชอบเป็นอะไรแปลกๆ’’
‘’พี่ครับ หมอจุงกิ หมอจุงกิมาหลอกผม’’



     คิมซองกยูถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่นแต่มือเขาก็ยังกุมมือผมไว้ เขาจะหาว่าผมโกหกหรอ ผมไม่ได้โกหกผมพูดเรื่องจริง เมื่อคืนเขาบอกจะเอาผมไปอยู่ด้วย ผมจะทำยังไงให้เขาเชื่อผมดี ผมไม่อยากโดนหลอกแบบนี้อีกแล้วมีหวังผมต้องเป็นบ้าแน่ๆ



‘’พี่ครับพี่ต้องเชื่อผมนะ ผมไม่ได้โกหกหมอมาหาผมจริงๆ!!’’
‘’นายจะบ้ารึไง หมอมัน....’’




ก๊อก ก๊อก ก๊อก.....




‘’ขออนุญาติค่ะ’’



       เสียงพยาบาลดังเข้ามาพร้อมกับหมอเจ้าของไข้ คิมซองกยูเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแล้วเขาก็เงียบไป คนหล่อส่ายหน้าไปมาเหมือนเอือมระอาก่อนจะเดินออกไปนอกห้องเพื่อจะให้หมอตรวจ นี้เขาคงไม่เชื่อผมจริงๆสินะ



‘’หมอขอตรวจสักครู่นะครับคุณนัมอูฮยอน...’’






.
.
.
.
.
.





      ข้าวต้มกลิ่นหอมตั้งอยู่หน้าผม กลิ่นมันหอมแต่ผมไม่อยากกินเลยจริงๆ ตอนนี้ใกล้กลางคืนแล้ว ผมไม่อยากให้พระอาทิตย์หายไปเลยจริงๆ กลัวว่าหมอจะมาหาอีก คิมซองกยูที่นั่งรอผมกินข้าวพร้อมกันมองหน้าผมก่อนจะกระตุกแขนเล็กเบาๆเชิงเรียกสติ ผมไม่ได้เหม่อสักหน่อย



‘’อย่าทำแบบนี้ ไม่ชอบ’’
‘’ผมทำอะไร’’
‘’พูดถึงไอหมอแล้วยังมาเหม่ออีก เหม่อถึงมันสินะ
‘’บ้า เลิกคิดแบบนั้นสักที’’
‘’คนมันเคยๆกัน ไม่ให้คิดแบบนี้ก็คงไม่ได้’’




เคร้ง!!!




      ช้อนกระเบื้องถูกปาลงพื้นอย่างจังจนข้าวที่อยู่ในช้อนกระจุยกระจายเต็มไปหมด หยาดน้ำตาเอ่อคลอดวงตาทั้งสองข้างด้วยความรู้สึกเสียใจ เรารักกันมาแทบจะครึ่งชีวิตอยู่แล้ว เขายังไม่ไว้ใจผมอีกหรอ ทำไมเขาเป็นแบบนี้นะ



‘’ถ้าไม่กินก็บอกดีๆสิ’’
‘’พี่ไม่เคยไว้ใจผมเลยสินะ ไม่งั้นพี่คงไม่มาพูดแบบนี้กับผม’’
‘’……’’



       ร่างเล็กร่นตัวลงนอนก่อนจะเอาผ้าห่มคลุมหัว เสียงฝีเท้าของคิมซองกยูเดินไปมาอยู่ใกล้ๆพร้อมกับเสียงเก็บเศษอาหารที่ผมทำเลอะพื้น ผมคิดถึงหมอก็จริงแต่ไม่ใช่ในทางนั้น มันทางอื่นต่างหาก เวลาผ่านไปสักพักผมก็ยังไม่หลับ ภาพจากนอกหน้าต่างบ่งบอกว่านี้เข้าสู่เวลากลางคืนแล้ว



ไปอยู่ด้วยกัน...



       เสียงทุ่มถูกกลอเข้ามาในสมองเป็นระยะๆ ซึ่งผมก็พยายามสะบัดความคิดพวกนั้นออกทุกครั้ง อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมนี้นานเกินไปจนคิดอะไรไม่ออก แขนเล็กยันตัวเองนั่งขึ้น ก่อนจะค่อยๆเลื่อนตัวออกจากเตียงเดินตรงไปยังระเบียงโดยไม่มองบุคคลที่นั่งอยู่ดูทีวีอยู่ข้างๆอีกฝั่งเลยสักนิด



‘’จะไปไหน ’’
‘’.......’’
‘’อูฮยอนหูแตกหรือไง’’



      ผมไม่ตอบแล้วก็ไม่หันไปมอง มือบางกำเสาน้ำเกลือและไม้เท้าแน่น มันปวดสะโพกแปร๊บๆทุกครั้งที่เหยียบลงพื้นแทบจะล้มลง แต่ก็พยายามเดินต่อไปเรื่อยๆ เสียงรีโมตกระแทกลงโต๊ะทำให้ผมรู้ว่าอีกคนเริ่มหงุดหงิดแล้วแน่ๆ  จากนั้นไม่นานเสียงฝีเท้าก็เข้ามาใกล้จนประชิดหลังผมเนื้ยแหล่ะ



พรึบ!



‘’โอ้ยพี่ครับผมเจ็บนะ’’
‘’รู้ว่าพี่โมโหจะเป็นยังไง แล้วก็ยังกวนประสาท’’
‘’......’’
‘’จะไปไหนเดี๋ยวพาไป’’



      ผมชี้มือออกไปยังหน้าระเบียงโดยไม่พูดอะไร คิมซองกยูโอบไหล่ผมไว้และค่อยๆพาเดินไปทีละนิดเพราะกลัวผมจะเจ็บขา อีกคนพูดกับผมว่า ค่อยๆเดินนะ ระวังตรงนี้นะ ด้วยน้ำเสียงคล้ายฮึมฮัม เขาหงุดหงิดผมได้แปปเดียวจริงๆแหล่ะ



‘’หนาวไหม’’
‘’ไม่ครับ’’



      เขาถามขึ้นทันทีที่เราสองคนทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ ดวงตากลมมองไปยังวิวเมืองกรุงโซลในยามค่ำคืนอย่างเงียบๆ ปกติผมไม่ค่อยมีเวลามานั่งดูอะไรพวกนี้นักหรอกเพราะไม่ได้อยู่คอนโดเหมือนเมื่อก่อน ภาพเบื้องหน้าช่างสวยงามจริงๆ แต่ถ้ามันจะสวยงามกว่านี้ถ้าผมเอาความกังวลทั้งหมดออกไปจากสมอง ถ้ามันทำง่ายอย่างที่พูดก็คงจะดี



‘’นายเหมือนคนวิตกจริตขึ้นไปทุกวัน’’
‘’ผมบอกพี่ไปแล้วนี่ว่าผมเจออะไร’’
‘’ผีไอหมอนั่นอ่ะนะ’’



     คิมซองกยูหัวเราะกลั้วเสียงจนผมต้องหันหน้าไปค้อนใส่ เขาเห็นเรื่องที่ผมโดนชู้เก่าหลอกหลอนนี้มันเป็นเรื่องน่าขันหรอ สมมติผมไปฆ่าคนสนิทของเขาสักคนตาย แล้วคนนั้นมาตามหลอกเขาไม่เลิกแบบนี้เขาจะทำยังไง ก็มานั่งบ้าเหมือนผมแหล่ะ อีกคนหัวเราะไม่เลิกจนผมจ้องหน้าเขาเขม็ง คิมซองกยูยื่นมือมาจับหัวผมโยกไปมาสองสามครั้งก่อนจะหยุด



‘’ไม่ใช่ผีไอหมอหรอก นายน่ะบ้า’’
‘’พี่อยากมีเมียเป็นคนบ้าไหมล่ะ ใช่ผมมันกำลังจะกลายเป็นบ้า!!!’’
‘’บ้าจริงอูฮยอน นายควรจะนอนเยอะๆและเลิกดูละครหลังข่าวซะที’’
‘’.......’’
‘’วันหลังห้ามดูแล้วนะ เข้าใจไหม’’



      ผมล่ะเหลือเชื่อกับคนรักเลยจริงๆ มือหนายื่นมาจับมือผมแล้วลูบไปมาเหมือนไม่ได้คิดอะไรกับคำพูดของตัวเองเลย ผมเม้มปากแน่นก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดมิด คืนนี้เขาจะมาอีกไหม เขาจะตามมาหลอกผมอีกรึป่าว



‘’หมอบอกว่านายไม่เป็นไรมาก กระดูกหรือส่วนอื่นไม่ได้กระทบอะไรรุนแรงยกเว้นขาของนาย แต่นายไม่ได้ขาหักหรอกนะ’’
‘’อืม..’’
‘’พี่คงต้องหยุดงานแล้วมาดูแลนายแล้วแหล่ะ’’
‘’ผมไม่ได้เป็นง่อย ไม้เท้ามีไว้ทำไมล่ะ’’



     ผมตอบอีกคนเสียงห้วนๆไป คิมซองกยูผลักหัวผมแล้วผลักอีกจนมันกลายเป็นเรื่องปกติ เราสองคนนั้นอยู่หน้าระเบียงกันเป็นเวลานานพอสมควร อีกคนพูดนั่นนี้ไปเรื่อยๆส่วนผมฟังบ้างไม่ฟังบ้างเพราะกำลังสงสัยเรื่องอื่น สายลมเย็นพัดผ่านลำตัวจนเผลอยกแขนสองข้างขึ้นมาโอบกอดตัวเองเพื่อบรรเทาความหนาว



‘’เข้าห้องกันเถอะ เดี๋ยวไม่สบายนะ’’
‘’ครับ’’



    เมื่อผมพยักหน้ารับอีกคนก็ลุกขึ้นมาช่วยพยุงแขนผมให้ยืนขึ้น มือหนาโอบเอวผมให้เข้าหาลำตัวก่อนจะกดจูบบนหัวผมด้วยความรวดเร็ว อ่าเขาเป็นแบบนี้ตลอดเลยให้ตายสิ -///- คิมซองกยูพาผมมานอนบนเตียงพร้อมกับห่มผ้าให้เรียบร้อย ริมฝีปากหยักนุ่มประทับลงบนหน้าผากมนเชิงบอกว่าฝันดี ผมจึงยิ้มบางๆตอบแทนเขาไป



‘’ต้องการอะไรเรียกพี่ได้ทั้งคืนเลยนะ อย่าลุกมาเอาอะไรคนเดียวล่ะ’’
‘’พี่มานอนด้วยกันไหม’’
‘’แคบ.... นายนอนคนเดียวเถอะจะได้ไม่อึดอัด’’



      อีกคนบอกแบบนั้นก่อนจะเดินไปปิดไฟ ภายในห้องมืดสนิทมีเพียงความสว่างที่มาจากโคมไฟตรงหัวเตียงของผม ดวงตาคู่สวยมองสามีนอนหลับตาอยู่บนโซฟาด้วยท่าทีอิดโรย เขาคงเหนื่อยมากเลยสินะ  ร่างเล็กเปลื่ยนเป็นนอนตะแคงนอนดูเขาหลับ มันเป็นภาพที่เพลินตาดีจริงๆ ถ้าข้างๆเขามีผมไปนอนด้วยมันคงจะดูดีมากกว่านี้



‘’พี่ซองกยู’’
‘’…..’’
‘’ไหนบอกเรียกได้ตลอดทั้งคืนไงเล่า’’



       ผมแบะปากก่อนจะค่อยๆลงจากเตียงและคว้าไม้เท้าพยุงตัวเดินไปหา ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของอีกคนทำให้มั่นใจว่าสุดหล่อหลับแล้ว ผมวางไม้เท้าพิงผนังห้องไว้ก่อนจะค่อยๆทิ้งตัวลงนอนข้างๆ คิมซองกยูกระเถิบตัวแบบไม่รู้เรื่องทั้งๆที่ตาของเขายังหลับอยู่ จะหลับไวเกินไปแล้วนะผู้ชายคนนี้ โซฟาห้องพิเศษใหญ่เกินไปหรือผมกับคิมซองกยูตัวเล็กไม่รู้ ทำให้เราสองคนนอนด้วยกันบนนี้ได้สบายๆ



‘’ที่พี่หลับทุกคืน ในฝันพี่มีผมอยู่ในนั้นใช่ไหม’’
‘’.......’’
‘’ผมขอโทษ....ที่ผมไม่ได้ฝันถึงพี่เลย’’



      หยาดน้ำใสไหลลงมาจากหางตาด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก เขาคือคนที่ผมรักมากที่สุด แต่ความผิดที่ผมก่อแต่เขาทำ มันทำให้ผมวอกแวกอยู่ตลอดเวลา แขนเล็กเกี่ยวกอดเอวหนาไว้แน่นพร้อมกับซุกหน้าเข้าในอกอุ่น จะทำยังไงดีเพื่อไม่ให้พี่มีบาปติดตัว ผมต้องยอมไปอยู่กับอีกคนตามที่เขาต้องการรึป่าว ถ้าผมทำแบบนั้นพี่ก็จะไม่มีความผิดใช่ไหม



‘’ฮืมมม ....อูฮยอนนายหนีมานอนตรงนี้ได้ยังไงน่ะ’’
‘’ผมอยากนอนกับพี่ ขอนอนด้วยได้ไหมครับ’’
‘’อืม ได้สิ’’



     คนตัวใหญ่หันตัวมาหาและสอดแขนมารองคอผมไว้ อ้อมแขนกำยำกำชับโอบร่างเล็กไว้ในอ้อมกอดเหมือนกลัวคนตัวเล็กจะหายไป ผมรีบเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าเพราะกลัวเสื้ออีกคนจะเปียกและสงสัย ถ้าเขาสงสัยคำถามล้านแปดคงจะมีออกมาไม่เลิกแน่ๆ  



‘’นัมอูฮยอน’’
‘’หืม ?’’
‘’พี่รักนายนะ’’







.
.
.
.
.
.
.





      ตาสวยนั่งมองคนรักจัดการเก็บกระเป๋าให้ผมอย่างอารมณ์ดีอยู่ตรงปลายเตียง วันนี้ผมได้กลับบ้านแล้วซึ่งมันก็เป็นเรื่องดีที่จะได้ไม่ต้องอยู่โรงพยาบาลนานๆ เมื่อคืนซองจุงกิไม่ได้มาหาผมอย่างที่กลัวไว้  แต่การที่เขาไม่มาเมื่อคืนใช่จะแปลว่าเขาจะไม่มาอีกหลังจากนี้นี่นา



‘’ป้าโบมีบอกว่ามยองซูกลับบ้านแล้ว’’
‘’จริงหรอครับ งั้นเรารีบกลับบ้านกันเถอะ’’



        ผมกับคิมซองกยูยกยิ้มกว้างให้กันก่อนจะเดินออกไป ระหว่างทางเขาคอยประเคนผมอย่างดีจนมาถึงรถ มีตอนนึงที่เชือกรองเท้าผมหลุด คิมซองกยูพาผมไปนั่งตรงเก้าอี้ริมทางเดินก่อนที่เขาจะก้มผูกเชือกรองเท้าให้ สามีคนนี้พระเอกสุดๆไปเลยยยยยยย > <  



      เวลาผ่านไปไม่นานนักที่เดินทางกลับบ้าน รถใหญ่เคลื่อนตัวเข้ามาจอดในที่ประจำก่อนจะจะมีแม่บ้านคนเดิมเดินมาต้อนรับ เมื่อผมเปิดประตูรถป้าโบที่กำลังจะเอื้อมมือมาช่วยพยุงผม แต่คิมซองกยูกลับสั่งให้ป้าโบมีไปเอากระเป๋า ส่วนเขาจะจัดการพาผมเดินเอง



‘’หนูมยองซูนั่งดูทีวีอยู่ตรงห้องรับแขกนะคะ’’
‘’ขอบคุณครับ’’
‘’แต่ป้าเห็นหนูมยองซูมีท่าทีแปลกไปค่ะ ดูซึมๆยังไงชอบกล’’



      รอยยิ้มกว้างของผมหุบลงทันทีที่รู้ว่าลูกชายมีท่าทีเปลื่ยนไป ปกติเขาเงียบก็เป็นเรื่องที่ชวนเครียด แต่นี้เล่นซึมเลยเรอะ มือบางตีหลังมือของคนที่จับตัวผมอยู่เบาๆเชิงบอกให้เดินได้แล้ว ขายาวก้าวเข้ามาในบ้านช้าๆ มยองซูนั่งหันหลังดูทีวีอยู่ตรงห้องรับแขกจริงๆด้วย



‘’เดี๋ยวพี่เอาของไปเก็บให้นะ’’
‘’อื้อ’’



        ผมตอบสั้นๆก่อนจะยื่นปากไปจุ้บแก้มเขา คิมซองกยูยิ้มกว้างและเลี่ยงไปอีกทางนึง ผมเดินด้วยไม้เท้ามาด้วยท่าทีไม่ถนัด อยากจะเอาเขวี้ยงไปใส่หัวหมาซะจริงๆ 



‘’มยองซู’’
‘’อาว แม่หายไปไหนมา’’
‘’ไปนี้มา’’



       ผมยิ้มกว้างก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาข้างๆลูกชายพร้อมกับยกไม้เท้าให้เขาดูด้วย ลูกชายพยักหน้าเบาๆก่อนจะหันไปสนใจทีวีต่อ หน้าเขามองทีวีก็จริง แต่สายตานี้โล่งเชียว ผมไม่สบายใจเลย T^T โดนหักอกมารึป่าว ไม่มีทางเป็นไปได้



‘’หายไปไหนมา ไม่โทรหาแม่เลยนะ’’
‘’อยู่บ้านเพื่อนมา’’
‘’โฮย่าหรอ ? หรือว่าไม่ใช่’’
‘’ไม่ใช่ครับ เพื่อนคนอื่น’’



      ผมขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย มยองซูมีเพื่อนคนอื่นนอกจากโฮย่าด้วย แปลว่าเด็กคนนั้นต้องมีท่าทีแปลกๆเข้ากับลูกชายผมได้แน่เลย หนึ่งในล้านชัดๆ เด็กชายข้างๆเหมือนจะไม่อยากคุยกับผมเท่าไหร่ ผมจึงเลือกที่จะไม่ถามอะไรเขา นั่งนิ่งๆแทนดีกว่า  


‘’แม่ครับ สมมติถ้าพ่อหายไปโดยไม่บอกแม่ แม่จะทำยังไง’’
‘’อย่าถามอะไรแบบนี้สิ แม่กลัวนะ =_=’’
‘’ผมถามก็ตอบสิ’’
‘’เอ่อ ก็คงร้องให้จนขาดใจตายและตามหาจนกว่าจะเจอ’’
‘’........’’
‘’ลูกถามแบบนี้ ซองจงหายไปหรอ’’



     ผมถามออกไปด้วยความเป็นห่วง มยองซูเลิกสนใจรายการโทรทัศน์ตรงหน้าและหันมามองหน้าผมแทน ดวงตามืดสนิทนั้นจากที่สนิทอยู่แล้วกลับสนิทลงไปอีกจนน่ากลัว ผมไม่สามารถเดาความคิดของลูกชายได้เลย เดาไม่ออกเลยจริงๆ



‘’ไม่ใช่ซองจงหรอกครับ เราเลิกกันแล้ว’’
‘’อ อาวแฟนใหม่ลูกหรอ’’
‘’แม่ครับ แม่ว่าผมนิสัยไม่ดีไหม’’



    อยู่ดีๆเขาก็เปลื่ยนเรื่องไปเสียดื้อๆ มยองซูเป็นเด็กดีเสมอไม่ใช่เด็กนิสัยไม่ดี มีใครไปพูดอะไรกระแทกกระทั้นเขารึป่าวถึงทำให้เขาหงอยลงไปถนัดตาได้ขนาดนี้ ผมดึงมือลูกชายมาจับไว้หลวมๆก่อนจะส่ายหน้าแทนคำตอบ ไม่จริงสักนิด ลูกชายของผมน่ารักที่สุด



‘’ไม่เลย ลูกชายของแม่นิสัยดีมากๆ’’
‘’แล้วทำไมเขาถึงหนีผมไปครับ’’
‘’.......’’

‘’แล้วทำไมเขาถึงหนีผมไป’’

                                            
                                                             100%

.
.
.
.
.
.
.
.
ติดตามตอนต่อไป...

4 ความคิดเห็น:

  1. โอ้ยวุ่นวายแท้ ~~ แปะจับนัมปล้ำทำลูกใหม่เลยหมดเรื่อง แบบครั้งนี้เอาให้ติดลูกอ่ะไม่ได้เอามันส์ 55555555555 แต่แกก็สูงวัยแล้วคงไม่ไหว เออเลี้ยงไปเหอะมยองมันหล่อ แล้วอะไรคือนัมปวดฉี่แต่หงุดหงิดเพราะกำลังนอนมันส์ๆ 5555555555 นอนมันส์ๆเป็นไงเดี๋ยวคืนนี้ลองบ้าง แอบตกใจฉากโครมนะ ไอโครมมนี่ไม่ใช่นัมถูกหมอผลักแล้วหัวฝาดพื้นตายใช่มั้ย แต่เป็นเสียงอิแปะนอนตกเตียงเพราะตัวใหญ่แต่เจือกนอนดิ้น 555555555 โคตรคิดไปเอง มั่วสุดๆ เอาเป็นว่าลุ้น 20% ที่เหลือที่ทำเอาหัวใจแทบวาย >_<

    ตอบลบ
  2. กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    ชั้นนึกถึงเพลงพาราไดซ์เลย ฮรืออออออ
    สงสารน้องนัมที่ต้องมาเจออีผีไร้สังกัด ผีไม่มีจรรยาบรรณชอบแอบย่องเข้าบ้านคนอื่น
    แปะควรรีบมาหาน้องนัมมม ไปทำอัลไลอยู่ TT
    นี่ฉันกำลังอ่านฟิคสยองขวัญหรือยังไงกัน

    ตอบลบ
  3. อีผีไร้สังกัด ผีไม่มีจรรยาบรรณชอบแอบย่องเข้าบ้านคนอื่น
    .
    .
    .
    อัลไลลลลลลลฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    ตอบลบ
  4. เห้ยยยยยยยย!!!กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!!!
    ไม่เอาาาาาา จะเอานัมไปไหนนนน ;^;
    ไม่เอาาา คนที่ตายไปแล้วจะมายุ่งกับคนที่ยังมีชีวิตทำไมมม ไม่ให้ไปโว้ยย!!! แปะตื่นมาดูแม่ของลูกเดี๋ยวนี้นะโว้ยยยยยย อย่าให้หมอมาเอานัมไปปปปป มยองไม่ใช่ลูกหมอออ เป็นลูกแปะ!!!!! ว้ากกกกกก รู้สึกเหมือนตัวเองอ่านฟิคสยองขสัญอยู่เลยย;^; ไม่เอาาาา เค้าจะเอาหวารๆทุ้งทิ้งๆๆอ่ะ55555 ไปผุดไปเกิดไปไอ้ผีบ้าาาาา

    ตอบลบ