Chapter 72
24 : 24 AM
ภายในห้องมืดสนิทในช่วงเวลาที่ก้าวข้ามสู่วันใหม่ คิมซองกยูและนัมอูฮยอนนอนหลับกันอยู่บนเตียงกว้างที่พวกเขาใช้นอนกันทุกคืน
ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเขาสองคนหลับสนิท
ดวงตามนสีดำสนิทที่มองร่างขาวที่นอนตะแคงตัวส่งแขนกอดรอบเอวของคนรักของไว้แน่นด้วยความรู้สึกเจ็บใจ
เจ็บใจที่ทำไมนัมอูฮยอนถึงรักคนนั้น
ทั้งๆที่มันเป็นคนมาทีหลังแท้ๆ....
ขายาวเย็นเฉียบก้าวเดินตรงไปยังเตียงฝั่งคนรักช้าๆ ดวงตาส่องฉายความเศร้าโศรก
ความเสียใจ ความโกรธ ความอิจฉา ออกมาปะปนกันมั่วไปหมด
โกรธที่ทำไมตัวเองต้องตายทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้ทำผิด ทำไมต้องตายทั้งๆที่ตัวเองมีสิทธิ์ในตัวนัมอูฮยอนทุกอย่างมาตั้งแต่แรก
ทำไมเขาต้องตาย
ทั้งๆที่นัมอูฮยอนต่างหากที่เป็นคนไม่ยอมปล่อยมือผมเองแท้ๆ....
.
.
.
.
.
ตาเล็กปรือตาขึ้นเมื่อรู้สึกปวดฉี่ มือบางเอื้อมไปเปิดสวิซไฟตรงหัวนอนดวงตาเล็กปรับโฟกัสให้เข้าที่ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องน้ำ
ไฟห้องน้ำสว่างจ้าจนต้องเอายกมือขึ้นมาปิดตาตัวเองด้วยความง่วง
เวลาผ่านไปไม่ถึงห้านาทีผมก็ทำธุระกลางดึกของตัวเองเสร็จ
ไม่ชอบเลยเวลานอนมันส์ๆแล้วปวดฉี่เนื้ย
พรึ่บ!!!
‘’อ้ะ!!’’
ร่างผมสะดุดกึกเมื่อไฟห้องน้ำดับลง ปกติมันไม่ดับนี่หรือว่าสายไฟจะขาด ความมืดภายในห้องน้ำทำให้ผมมองอะไรไม่เห็นเลยสักนิดเลยทำได้แค่เดินไปทีละนิดและเอามือคลำตามผนังเอา
รู้งี้เปิดประตูทิ้งไว้ดีกว่า
ฟิ้วววว.... ~
สายลมพัดผ่านแผ่นหลังอย่างจังจนต้องหยุดเดิน
ความง่วงปลิวหายไปในพริบตาเมื่อรับสัมผัสลมเย็นจนขนแขนลุกเกรียว
ห้องน้ำผมไม่มีช่องหน้าต่างรับลม แล้วลมมันมาจากไหน ดวงตากลมพยายามมองไปรอบๆ
คุณรู้ใช่ไหมการที่เรามองอะไรเป็นสีดำมันน่ากลัวขนาดไหน
ผมไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลยนอกจากสีดำที่สะท้อนอยู่ในดวงตา
‘’นัมอูฮยอน’’
‘’!!!’’
สัมผัสตรงข้อเท้าเหมือนเมื่อคืนและเมื่อตอนบ่ายเกิดขึ้นอีกครั้ง
ผมรู้แล้วว่ามันคืออะไร จากที่ตอนแรกคิดว่ามันคือฝันตอนนี้มันไม่ใช่อีกแล้ว เสื้อกราวน์ที่ป้าโบมีบอกว่าตากอยู่ข้างบ้านผมเดินไปดูหลังจากที่ป้าโบมีบอกก็ไม่เห็นจะเจอสักตัว
คิมซองกยูยังไม่รู้เรื่องนี้ เพราะผมสั่งป้าโบมีว่าห้ามบอกเรื่องเสื้อนั้นเด็ดขาด
ผมควรจะกลัวเขาดีไหม ผมควรจะกลัวหมอดีไหม
‘’ทำไม....ทำไม ?’’
‘’……’’
‘’เอาลูกไปจากพี่ยังไม่พอ
ถึงขั้นต้องทำให้พี่เป็นแบบนี้เลยหรอ’’
‘’ผม ผมไม่ได้ทำ!!!’’
เสียงทุ่มขรึมดังก้องข้างรูหูอย่างชัดเจน
จนผมเผลอตะโกนตอบกลับไปด้วยเสียงสั่น ผมไม่ได้ฆ่าเขา ผมไม่รู้ ผมไม่รู้จริงๆว่าคิมซองกยูจะทำแบบนั้นถ้าหากเขาจับได้
ผมไม่รู้อะไรสักอย่าง มันคือความผิดของผมที่ทำให้เขาต้องตาย
แต่ผมไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนั้น ถ้าผมรู้ว่าคิมซองกยูถึงขั้นจะต้องฆ่า
ผมจะไม่ให้เขาทำแบบนั้นเด็ดขาดเลยจริงๆ
‘’โกหก....โกหก’’
‘’ฮึก....ผม ผม’’
‘’นายไม่เคยรักกันเลยใช่ไหมนัมอูฮยอน
สิ่งที่นายต้องการคือให้พี่ตายใช่ไหม’’
‘’ม ไม่ใช่
ไม่ใช่แบบนั้นนะ’’
‘’นายกลัวฉันจะบอกมันว่าความจริงแล้วมยองซูคือลูกของฉันไม่ใช่ลูกของมันใช่ไหม...’’
‘’ฮือออออ ไม่ ไม่...’’
‘’กลัวว่าพี่จะเอามยองซูไปจากนายและมันใช่ไหม นัมอูฮยอน’’
สองขาทรุดนั่งลงกับพื้นด้วยความอ่อนแรง
น้ำตามากมายไหลอาบแก้มสองข้างเต็มไปหมดด้วยความกลัว ความเย็นประกบอยู่ตรงแผ่นหลังจนไม่กล้าขยับเขยื้อนตัว
ลมหายใจเข้าออกเหมือนคนปกติยังไม่ห่างหายไปจากข้างพวงแก้ม มันแตกต่างจากลมหายใจคนปกติ
มันคือลมหายใจที่เย็นเยือกชวนขาดใจตาย คำพูดของเขาทำให้ผมไม่สามารถทนฟังได้
เขาโกหก มันบ้า เขาคิดไปเองทั้งนั้น!!!!
‘’พี่จะไม่ไปไหน...พี่จะอยู่กับนาย
อยู่กับลูก’’
‘’ลูก ?
ลูกที่ไหนเราไม่มีลูกด้วยกันนะ!!’’
‘’มยองซู เด็กชายผมดำที่เหมือนพี่ไง’’
ไม่จริง มยองซูไม่ใช่ลูกของเขา มยองซูคือลูกของผมกับคิมซองกยู!!! ถึงความจริงที่ผมกับหมอจะมีความสำพันธ์ลึกซึ้งข้ามคืนกันมาก่อนคิมซองกยู
แต่มันก็ไม่มีทางที่จะเป็นอย่างนั้นไปได้แน่ๆ ตอนที่ผมคบกับซองกยู
หากวันไหนซองกยูไม่กลับห้องหรือเราทะเลาะกัน ถึงผมจะไปหาหมอก็เถอะ
ยังไงก็ไม่มีทางเป็นไปได้แน่ๆ
ไม่มีทางที่มยองซูจะเป็นลูกของเขาเด็ดขาด!!!!
‘’พี่จะตามหลอกหลอนผมทำไม.....ผมขอโทษแทนคิมซองกยูที่เขาทำให้พี่ต้องตาย
แต่ผมจะทำบุญไปให้นะพี่หมอ พี่หมออย่าทำแบบนี้กับผมเลย.. ฮึก ฮึก’’
ผมสะอื้นจนพูดไม่รู้เรื่อง
ถึงแม้ไม่เห็นหน้าแต่ก็พอเดาออกว่าสีหน้าของเขาเป็นแบบไหนเพราะคนเคยคุ้นเคย น้ำเสียงเรียบๆแต่แฝงอะไรไว้มากมายทำให้ผมกลัวเขามากเหลือเกิน
‘’ไป...’’
‘’…..’’
‘’ไปอยู่ด้วยกัน’’
โครม!!!!
20 %
‘โรงพยาบาลอุลลิม’
‘’อูฮยอน อูฮยอนตื่นสิ’’
‘’…..’’
แขนเล็กถูกเขย่าไปมาเบาๆ ผมค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ
แสงสว่างจากไฟเพดานห้องทำให้ผมต้องรีบหลับลงอย่างเดิมทันที เมื่อนอนนิ่งปรับสภาพร่างกายตัวเองจนเข้าที่เรียบร้อยแล้วอาการเจ็บก็เข้ามารุมเร้าตรงหัวอย่างจัง
เจ็บ ทำไมมันเจ็บอย่างนี้
‘’อูฮยอนตื่นแล้วใช่ไหม’’
‘’ค ใคร ?’’
‘’นายอย่าบอกว่าจำเสียงพี่ไม่ได้นะอูฮยอน
นี้พี่เครียดนะ!!’’
ผมนอนกระพริบตาปริบๆก่อนจะหันหน้าไปมองคนข้างๆที่กุมมือผมอยู่
ใบหน้าวิตกกังวลของคิมซองกยูทำให้ผมอยากจะร้องให้ออกมาหนักๆ ถ้าจะถามว่าจะร้องให้เพราะอะไรผมก็ตอบไม่ถูก
มันหลายเรื่อง หลายเรื่องจนผมนับไม่หมด
‘’พี่ครับ พี่ซองกยู’’
‘’พี่เป็นห่วงเราแทบแย่รู้ไหม
เจ็บหรือปวดตรงไหนบ้างรึป่าว’’
‘’ไม่ครับ
ผมไม่เป็นอะไร’’
คนตัวสูงจับตัวผมพลิกไปมาอย่างพิถีพิถัน
ผมดีใจที่เขาเป็นห่วงผมขนาดนี้ แขนเล็กอีกข้างที่ว่างอยู่พยายามยกขึ้นไปแตะอีกคนบอกให้หยุดทำเหมือนผมเป็นหนักสักที
แต่เมื่อคืนผมเป็นอะไร
‘’พี่ครับ พอได้แล้ว’’
‘’ก็พี่เป็นห่วงนี่นา’’
‘’เมื่อคืนเกิดอะไรหรอครับ
? ’’
ผมถามออกไปด้วยสีหน้าสงสัย
คิมซองกยูย่นคิ้วก่อนจะมองผมด้วยสีหน้าแปลกๆ ก็ผมไม่รู้นี่นาว่าตัวเองโดนอะไร
ระหว่างรออีกคนตอบใบหน้าหล่อคุ้นตาก็โผล่ขึ้นมาในความคิด
เล็บเล็กจิกลงกับผ้าปูที่นอนอย่างแรงด้วยความตกใจ
ซองจุงกิ ผมเจอซองจุงกิ!!
‘’นายตกบันไดลงไปชั้นล่าง
ตอนแรกพี่นึกว่านายตายแน่ๆเพราะบันไดมันสูงและชันขนาดนั้น’’
‘’........’’
‘’ช่วงนี้เป็นอะไรหืม
ทำไมชอบเป็นอะไรแปลกๆ’’
‘’พี่ครับ หมอจุงกิ
หมอจุงกิมาหลอกผม’’
คิมซองกยูถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่นแต่มือเขาก็ยังกุมมือผมไว้
เขาจะหาว่าผมโกหกหรอ ผมไม่ได้โกหกผมพูดเรื่องจริง เมื่อคืนเขาบอกจะเอาผมไปอยู่ด้วย
ผมจะทำยังไงให้เขาเชื่อผมดี ผมไม่อยากโดนหลอกแบบนี้อีกแล้วมีหวังผมต้องเป็นบ้าแน่ๆ
‘’พี่ครับพี่ต้องเชื่อผมนะ
ผมไม่ได้โกหกหมอมาหาผมจริงๆ!!’’
‘’นายจะบ้ารึไง หมอมัน....’’
ก๊อก ก๊อก ก๊อก.....
‘’ขออนุญาติค่ะ’’
เสียงพยาบาลดังเข้ามาพร้อมกับหมอเจ้าของไข้
คิมซองกยูเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแล้วเขาก็เงียบไป
คนหล่อส่ายหน้าไปมาเหมือนเอือมระอาก่อนจะเดินออกไปนอกห้องเพื่อจะให้หมอตรวจ
นี้เขาคงไม่เชื่อผมจริงๆสินะ
‘’หมอขอตรวจสักครู่นะครับคุณนัมอูฮยอน...’’
.
.
.
.
.
.
ข้าวต้มกลิ่นหอมตั้งอยู่หน้าผม กลิ่นมันหอมแต่ผมไม่อยากกินเลยจริงๆ
ตอนนี้ใกล้กลางคืนแล้ว ผมไม่อยากให้พระอาทิตย์หายไปเลยจริงๆ กลัวว่าหมอจะมาหาอีก
คิมซองกยูที่นั่งรอผมกินข้าวพร้อมกันมองหน้าผมก่อนจะกระตุกแขนเล็กเบาๆเชิงเรียกสติ
ผมไม่ได้เหม่อสักหน่อย
‘’อย่าทำแบบนี้ ไม่ชอบ’’
‘’ผมทำอะไร’’
‘’พูดถึงไอหมอแล้วยังมาเหม่ออีก
เหม่อถึงมันสินะ’’
‘’บ้า
เลิกคิดแบบนั้นสักที’’
‘’คนมันเคยๆกัน
ไม่ให้คิดแบบนี้ก็คงไม่ได้’’
เคร้ง!!!
ช้อนกระเบื้องถูกปาลงพื้นอย่างจังจนข้าวที่อยู่ในช้อนกระจุยกระจายเต็มไปหมด
หยาดน้ำตาเอ่อคลอดวงตาทั้งสองข้างด้วยความรู้สึกเสียใจ เรารักกันมาแทบจะครึ่งชีวิตอยู่แล้ว
เขายังไม่ไว้ใจผมอีกหรอ ทำไมเขาเป็นแบบนี้นะ
‘’ถ้าไม่กินก็บอกดีๆสิ’’
‘’พี่ไม่เคยไว้ใจผมเลยสินะ
ไม่งั้นพี่คงไม่มาพูดแบบนี้กับผม’’
‘’……’’
ร่างเล็กร่นตัวลงนอนก่อนจะเอาผ้าห่มคลุมหัว
เสียงฝีเท้าของคิมซองกยูเดินไปมาอยู่ใกล้ๆพร้อมกับเสียงเก็บเศษอาหารที่ผมทำเลอะพื้น
ผมคิดถึงหมอก็จริงแต่ไม่ใช่ในทางนั้น มันทางอื่นต่างหาก
เวลาผ่านไปสักพักผมก็ยังไม่หลับ
ภาพจากนอกหน้าต่างบ่งบอกว่านี้เข้าสู่เวลากลางคืนแล้ว
‘ไปอยู่ด้วยกัน...’
เสียงทุ่มถูกกลอเข้ามาในสมองเป็นระยะๆ
ซึ่งผมก็พยายามสะบัดความคิดพวกนั้นออกทุกครั้ง อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมนี้นานเกินไปจนคิดอะไรไม่ออก
แขนเล็กยันตัวเองนั่งขึ้น ก่อนจะค่อยๆเลื่อนตัวออกจากเตียงเดินตรงไปยังระเบียงโดยไม่มองบุคคลที่นั่งอยู่ดูทีวีอยู่ข้างๆอีกฝั่งเลยสักนิด
‘’จะไปไหน
’’
‘’.......’’
‘’อูฮยอนหูแตกหรือไง’’
ผมไม่ตอบแล้วก็ไม่หันไปมอง มือบางกำเสาน้ำเกลือและไม้เท้าแน่น
มันปวดสะโพกแปร๊บๆทุกครั้งที่เหยียบลงพื้นแทบจะล้มลง แต่ก็พยายามเดินต่อไปเรื่อยๆ
เสียงรีโมตกระแทกลงโต๊ะทำให้ผมรู้ว่าอีกคนเริ่มหงุดหงิดแล้วแน่ๆ จากนั้นไม่นานเสียงฝีเท้าก็เข้ามาใกล้จนประชิดหลังผมเนื้ยแหล่ะ
พรึบ!
‘’โอ้ยพี่ครับผมเจ็บนะ’’
‘’รู้ว่าพี่โมโหจะเป็นยังไง
แล้วก็ยังกวนประสาท’’
‘’......’’
‘’จะไปไหนเดี๋ยวพาไป’’
ผมชี้มือออกไปยังหน้าระเบียงโดยไม่พูดอะไร
คิมซองกยูโอบไหล่ผมไว้และค่อยๆพาเดินไปทีละนิดเพราะกลัวผมจะเจ็บขา อีกคนพูดกับผมว่า
ค่อยๆเดินนะ ระวังตรงนี้นะ ด้วยน้ำเสียงคล้ายฮึมฮัม
เขาหงุดหงิดผมได้แปปเดียวจริงๆแหล่ะ
‘’หนาวไหม’’
‘’ไม่ครับ’’
เขาถามขึ้นทันทีที่เราสองคนทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้
ดวงตากลมมองไปยังวิวเมืองกรุงโซลในยามค่ำคืนอย่างเงียบๆ ปกติผมไม่ค่อยมีเวลามานั่งดูอะไรพวกนี้นักหรอกเพราะไม่ได้อยู่คอนโดเหมือนเมื่อก่อน
ภาพเบื้องหน้าช่างสวยงามจริงๆ
แต่ถ้ามันจะสวยงามกว่านี้ถ้าผมเอาความกังวลทั้งหมดออกไปจากสมอง
ถ้ามันทำง่ายอย่างที่พูดก็คงจะดี
‘’นายเหมือนคนวิตกจริตขึ้นไปทุกวัน’’
‘’ผมบอกพี่ไปแล้วนี่ว่าผมเจออะไร’’
‘’ผีไอหมอนั่นอ่ะนะ’’
คิมซองกยูหัวเราะกลั้วเสียงจนผมต้องหันหน้าไปค้อนใส่
เขาเห็นเรื่องที่ผมโดนชู้เก่าหลอกหลอนนี้มันเป็นเรื่องน่าขันหรอ
สมมติผมไปฆ่าคนสนิทของเขาสักคนตาย
แล้วคนนั้นมาตามหลอกเขาไม่เลิกแบบนี้เขาจะทำยังไง ก็มานั่งบ้าเหมือนผมแหล่ะ
อีกคนหัวเราะไม่เลิกจนผมจ้องหน้าเขาเขม็ง
คิมซองกยูยื่นมือมาจับหัวผมโยกไปมาสองสามครั้งก่อนจะหยุด
‘’ไม่ใช่ผีไอหมอหรอก
นายน่ะบ้า’’
‘’พี่อยากมีเมียเป็นคนบ้าไหมล่ะ
ใช่ผมมันกำลังจะกลายเป็นบ้า!!!’’
‘’บ้าจริงอูฮยอน
นายควรจะนอนเยอะๆและเลิกดูละครหลังข่าวซะที’’
‘’.......’’
‘’วันหลังห้ามดูแล้วนะ
เข้าใจไหม’’
ผมล่ะเหลือเชื่อกับคนรักเลยจริงๆ มือหนายื่นมาจับมือผมแล้วลูบไปมาเหมือนไม่ได้คิดอะไรกับคำพูดของตัวเองเลย
ผมเม้มปากแน่นก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดมิด คืนนี้เขาจะมาอีกไหม
เขาจะตามมาหลอกผมอีกรึป่าว
‘’หมอบอกว่านายไม่เป็นไรมาก
กระดูกหรือส่วนอื่นไม่ได้กระทบอะไรรุนแรงยกเว้นขาของนาย แต่นายไม่ได้ขาหักหรอกนะ’’
‘’อืม..’’
‘’พี่คงต้องหยุดงานแล้วมาดูแลนายแล้วแหล่ะ’’
‘’ผมไม่ได้เป็นง่อย
ไม้เท้ามีไว้ทำไมล่ะ’’
ผมตอบอีกคนเสียงห้วนๆไป คิมซองกยูผลักหัวผมแล้วผลักอีกจนมันกลายเป็นเรื่องปกติ
เราสองคนนั้นอยู่หน้าระเบียงกันเป็นเวลานานพอสมควร
อีกคนพูดนั่นนี้ไปเรื่อยๆส่วนผมฟังบ้างไม่ฟังบ้างเพราะกำลังสงสัยเรื่องอื่น
สายลมเย็นพัดผ่านลำตัวจนเผลอยกแขนสองข้างขึ้นมาโอบกอดตัวเองเพื่อบรรเทาความหนาว
‘’เข้าห้องกันเถอะ
เดี๋ยวไม่สบายนะ’’
‘’ครับ’’
เมื่อผมพยักหน้ารับอีกคนก็ลุกขึ้นมาช่วยพยุงแขนผมให้ยืนขึ้น
มือหนาโอบเอวผมให้เข้าหาลำตัวก่อนจะกดจูบบนหัวผมด้วยความรวดเร็ว
อ่าเขาเป็นแบบนี้ตลอดเลยให้ตายสิ -///- คิมซองกยูพาผมมานอนบนเตียงพร้อมกับห่มผ้าให้เรียบร้อย
ริมฝีปากหยักนุ่มประทับลงบนหน้าผากมนเชิงบอกว่าฝันดี ผมจึงยิ้มบางๆตอบแทนเขาไป
‘’ต้องการอะไรเรียกพี่ได้ทั้งคืนเลยนะ
อย่าลุกมาเอาอะไรคนเดียวล่ะ’’
‘’พี่มานอนด้วยกันไหม’’
‘’แคบ....
นายนอนคนเดียวเถอะจะได้ไม่อึดอัด’’
อีกคนบอกแบบนั้นก่อนจะเดินไปปิดไฟ
ภายในห้องมืดสนิทมีเพียงความสว่างที่มาจากโคมไฟตรงหัวเตียงของผม
ดวงตาคู่สวยมองสามีนอนหลับตาอยู่บนโซฟาด้วยท่าทีอิดโรย เขาคงเหนื่อยมากเลยสินะ ร่างเล็กเปลื่ยนเป็นนอนตะแคงนอนดูเขาหลับ
มันเป็นภาพที่เพลินตาดีจริงๆ ถ้าข้างๆเขามีผมไปนอนด้วยมันคงจะดูดีมากกว่านี้
‘’พี่ซองกยู’’
‘’…..’’
‘’ไหนบอกเรียกได้ตลอดทั้งคืนไงเล่า’’
ผมแบะปากก่อนจะค่อยๆลงจากเตียงและคว้าไม้เท้าพยุงตัวเดินไปหา
ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของอีกคนทำให้มั่นใจว่าสุดหล่อหลับแล้ว
ผมวางไม้เท้าพิงผนังห้องไว้ก่อนจะค่อยๆทิ้งตัวลงนอนข้างๆ คิมซองกยูกระเถิบตัวแบบไม่รู้เรื่องทั้งๆที่ตาของเขายังหลับอยู่
จะหลับไวเกินไปแล้วนะผู้ชายคนนี้
โซฟาห้องพิเศษใหญ่เกินไปหรือผมกับคิมซองกยูตัวเล็กไม่รู้ ทำให้เราสองคนนอนด้วยกันบนนี้ได้สบายๆ
‘’ที่พี่หลับทุกคืน
ในฝันพี่มีผมอยู่ในนั้นใช่ไหม’’
‘’.......’’
‘’ผมขอโทษ....ที่ผมไม่ได้ฝันถึงพี่เลย’’
หยาดน้ำใสไหลลงมาจากหางตาด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก เขาคือคนที่ผมรักมากที่สุด
แต่ความผิดที่ผมก่อแต่เขาทำ มันทำให้ผมวอกแวกอยู่ตลอดเวลา แขนเล็กเกี่ยวกอดเอวหนาไว้แน่นพร้อมกับซุกหน้าเข้าในอกอุ่น
จะทำยังไงดีเพื่อไม่ให้พี่มีบาปติดตัว ผมต้องยอมไปอยู่กับอีกคนตามที่เขาต้องการรึป่าว
ถ้าผมทำแบบนั้นพี่ก็จะไม่มีความผิดใช่ไหม
‘’ฮืมมม ....อูฮยอนนายหนีมานอนตรงนี้ได้ยังไงน่ะ’’
‘’ผมอยากนอนกับพี่
ขอนอนด้วยได้ไหมครับ’’
‘’อืม ได้สิ’’
คนตัวใหญ่หันตัวมาหาและสอดแขนมารองคอผมไว้
อ้อมแขนกำยำกำชับโอบร่างเล็กไว้ในอ้อมกอดเหมือนกลัวคนตัวเล็กจะหายไป
ผมรีบเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าเพราะกลัวเสื้ออีกคนจะเปียกและสงสัย
ถ้าเขาสงสัยคำถามล้านแปดคงจะมีออกมาไม่เลิกแน่ๆ
‘’นัมอูฮยอน’’
‘’หืม ?’’
‘’พี่รักนายนะ’’
.
.
.
.
.
.
.
ตาสวยนั่งมองคนรักจัดการเก็บกระเป๋าให้ผมอย่างอารมณ์ดีอยู่ตรงปลายเตียง
วันนี้ผมได้กลับบ้านแล้วซึ่งมันก็เป็นเรื่องดีที่จะได้ไม่ต้องอยู่โรงพยาบาลนานๆ
เมื่อคืนซองจุงกิไม่ได้มาหาผมอย่างที่กลัวไว้
แต่การที่เขาไม่มาเมื่อคืนใช่จะแปลว่าเขาจะไม่มาอีกหลังจากนี้นี่นา
‘’ป้าโบมีบอกว่ามยองซูกลับบ้านแล้ว’’
‘’จริงหรอครับ
งั้นเรารีบกลับบ้านกันเถอะ’’
ผมกับคิมซองกยูยกยิ้มกว้างให้กันก่อนจะเดินออกไป
ระหว่างทางเขาคอยประเคนผมอย่างดีจนมาถึงรถ มีตอนนึงที่เชือกรองเท้าผมหลุด
คิมซองกยูพาผมไปนั่งตรงเก้าอี้ริมทางเดินก่อนที่เขาจะก้มผูกเชือกรองเท้าให้
สามีคนนี้พระเอกสุดๆไปเลยยยยยยย > <
เวลาผ่านไปไม่นานนักที่เดินทางกลับบ้าน รถใหญ่เคลื่อนตัวเข้ามาจอดในที่ประจำก่อนจะจะมีแม่บ้านคนเดิมเดินมาต้อนรับ
เมื่อผมเปิดประตูรถป้าโบที่กำลังจะเอื้อมมือมาช่วยพยุงผม แต่คิมซองกยูกลับสั่งให้ป้าโบมีไปเอากระเป๋า
ส่วนเขาจะจัดการพาผมเดินเอง
‘’หนูมยองซูนั่งดูทีวีอยู่ตรงห้องรับแขกนะคะ’’
‘’ขอบคุณครับ’’
‘’แต่ป้าเห็นหนูมยองซูมีท่าทีแปลกไปค่ะ
ดูซึมๆยังไงชอบกล’’
รอยยิ้มกว้างของผมหุบลงทันทีที่รู้ว่าลูกชายมีท่าทีเปลื่ยนไป
ปกติเขาเงียบก็เป็นเรื่องที่ชวนเครียด แต่นี้เล่นซึมเลยเรอะ
มือบางตีหลังมือของคนที่จับตัวผมอยู่เบาๆเชิงบอกให้เดินได้แล้ว
ขายาวก้าวเข้ามาในบ้านช้าๆ มยองซูนั่งหันหลังดูทีวีอยู่ตรงห้องรับแขกจริงๆด้วย
‘’เดี๋ยวพี่เอาของไปเก็บให้นะ’’
‘’อื้อ’’
ผมตอบสั้นๆก่อนจะยื่นปากไปจุ้บแก้มเขา
คิมซองกยูยิ้มกว้างและเลี่ยงไปอีกทางนึง ผมเดินด้วยไม้เท้ามาด้วยท่าทีไม่ถนัด
อยากจะเอาเขวี้ยงไปใส่หัวหมาซะจริงๆ
‘’มยองซู’’
‘’อาว แม่หายไปไหนมา’’
‘’ไปนี้มา’’
ผมยิ้มกว้างก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาข้างๆลูกชายพร้อมกับยกไม้เท้าให้เขาดูด้วย
ลูกชายพยักหน้าเบาๆก่อนจะหันไปสนใจทีวีต่อ หน้าเขามองทีวีก็จริง
แต่สายตานี้โล่งเชียว ผมไม่สบายใจเลย T^T โดนหักอกมารึป่าว ไม่มีทางเป็นไปได้
‘’หายไปไหนมา
ไม่โทรหาแม่เลยนะ’’
‘’อยู่บ้านเพื่อนมา’’
‘’โฮย่าหรอ ?
หรือว่าไม่ใช่’’
‘’ไม่ใช่ครับ
เพื่อนคนอื่น’’
ผมขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย มยองซูมีเพื่อนคนอื่นนอกจากโฮย่าด้วย
แปลว่าเด็กคนนั้นต้องมีท่าทีแปลกๆเข้ากับลูกชายผมได้แน่เลย หนึ่งในล้านชัดๆ เด็กชายข้างๆเหมือนจะไม่อยากคุยกับผมเท่าไหร่
ผมจึงเลือกที่จะไม่ถามอะไรเขา นั่งนิ่งๆแทนดีกว่า
‘’แม่ครับ
สมมติถ้าพ่อหายไปโดยไม่บอกแม่ แม่จะทำยังไง’’
‘’อย่าถามอะไรแบบนี้สิ
แม่กลัวนะ =_=’’
‘’ผมถามก็ตอบสิ’’
‘’เอ่อ ก็คงร้องให้จนขาดใจตายและตามหาจนกว่าจะเจอ’’
‘’........’’
‘’ลูกถามแบบนี้
ซองจงหายไปหรอ’’
ผมถามออกไปด้วยความเป็นห่วง
มยองซูเลิกสนใจรายการโทรทัศน์ตรงหน้าและหันมามองหน้าผมแทน
ดวงตามืดสนิทนั้นจากที่สนิทอยู่แล้วกลับสนิทลงไปอีกจนน่ากลัว
ผมไม่สามารถเดาความคิดของลูกชายได้เลย เดาไม่ออกเลยจริงๆ
‘’ไม่ใช่ซองจงหรอกครับ
เราเลิกกันแล้ว’’
‘’อ อาวแฟนใหม่ลูกหรอ’’
‘’แม่ครับ
แม่ว่าผมนิสัยไม่ดีไหม’’
อยู่ดีๆเขาก็เปลื่ยนเรื่องไปเสียดื้อๆ
มยองซูเป็นเด็กดีเสมอไม่ใช่เด็กนิสัยไม่ดี
มีใครไปพูดอะไรกระแทกกระทั้นเขารึป่าวถึงทำให้เขาหงอยลงไปถนัดตาได้ขนาดนี้
ผมดึงมือลูกชายมาจับไว้หลวมๆก่อนจะส่ายหน้าแทนคำตอบ ไม่จริงสักนิด
ลูกชายของผมน่ารักที่สุด
‘’ไม่เลย
ลูกชายของแม่นิสัยดีมากๆ’’
‘’แล้วทำไมเขาถึงหนีผมไปครับ’’
‘’.......’’
‘’แล้วทำไมเขาถึงหนีผมไป’’
100%
.
.
.
.
.
.
.
.
ติดตามตอนต่อไป...
โอ้ยวุ่นวายแท้ ~~ แปะจับนัมปล้ำทำลูกใหม่เลยหมดเรื่อง แบบครั้งนี้เอาให้ติดลูกอ่ะไม่ได้เอามันส์ 55555555555 แต่แกก็สูงวัยแล้วคงไม่ไหว เออเลี้ยงไปเหอะมยองมันหล่อ แล้วอะไรคือนัมปวดฉี่แต่หงุดหงิดเพราะกำลังนอนมันส์ๆ 5555555555 นอนมันส์ๆเป็นไงเดี๋ยวคืนนี้ลองบ้าง แอบตกใจฉากโครมนะ ไอโครมมนี่ไม่ใช่นัมถูกหมอผลักแล้วหัวฝาดพื้นตายใช่มั้ย แต่เป็นเสียงอิแปะนอนตกเตียงเพราะตัวใหญ่แต่เจือกนอนดิ้น 555555555 โคตรคิดไปเอง มั่วสุดๆ เอาเป็นว่าลุ้น 20% ที่เหลือที่ทำเอาหัวใจแทบวาย >_<
ตอบลบกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ตอบลบชั้นนึกถึงเพลงพาราไดซ์เลย ฮรืออออออ
สงสารน้องนัมที่ต้องมาเจออีผีไร้สังกัด ผีไม่มีจรรยาบรรณชอบแอบย่องเข้าบ้านคนอื่น
แปะควรรีบมาหาน้องนัมมม ไปทำอัลไลอยู่ TT
นี่ฉันกำลังอ่านฟิคสยองขวัญหรือยังไงกัน
อีผีไร้สังกัด ผีไม่มีจรรยาบรรณชอบแอบย่องเข้าบ้านคนอื่น
ตอบลบ.
.
.
อัลไลลลลลลลฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เห้ยยยยยยยย!!!กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!!!
ตอบลบไม่เอาาาาาา จะเอานัมไปไหนนนน ;^;
ไม่เอาาา คนที่ตายไปแล้วจะมายุ่งกับคนที่ยังมีชีวิตทำไมมม ไม่ให้ไปโว้ยย!!! แปะตื่นมาดูแม่ของลูกเดี๋ยวนี้นะโว้ยยยยยย อย่าให้หมอมาเอานัมไปปปปป มยองไม่ใช่ลูกหมอออ เป็นลูกแปะ!!!!! ว้ากกกกกก รู้สึกเหมือนตัวเองอ่านฟิคสยองขสัญอยู่เลยย;^; ไม่เอาาาา เค้าจะเอาหวารๆทุ้งทิ้งๆๆอ่ะ55555 ไปผุดไปเกิดไปไอ้ผีบ้าาาาา