วันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ตาขีด Chapter 76 *leadnum*

Chapter 76


‘’ที่ตานายมัน....’’
‘’มีอะไรหรอครับ ?’’


      ผมเอามือคลำๆตรงตาตัวเองว่ามีอะไรผิดปกติหรือป่าว แต่ก็พบว่ามันปกติดีไม่ได้มีอะไรติดสักหน่อย คิมซองกยูจับมือผมออกจากใบหน้าแล้วเอานิ้วของเขามาเขี่ยใต้ตาผมแทน ใบหน้านิ่งๆของเขาช่างแตกต่างจากการกระทำเหลือเกิน นี้เขากำลังเช็ดน้ำตาให้ผมอยู่นะ



‘’อย่าร้องให้สิ แค่กอดพี่พี่ก็หายแล้ว’’
‘’ฮึก....’’
‘’พี่จะโกรธนายได้นานแค่ไหนกัน วันหลังอย่าร้องให้อีกเข้าใจไหม ไว้พี่ตีนายนายค่อยร้องเข้าใจหรือป่าว’’
‘’พี่กล้าตีผมหรอ ใจร้ายเกินไปแล้วนะ’’



     ผมแบะปากใส่เขาก่อนจะกอดอีกคนแน่น ผมไม่ชอบเลยถ้าจะทะเลาะกับเขาเพราะต้นเหตุมาจากคนอื่น แต่เรื่องนี้ผมผิดเองจริงๆ ผิดที่ละเลยไม่สนใจเขาเอง สัมผัสนุ่มๆทาบทับลงมาบนหน้าผากช่วยปัดทิ้งความเครียดในสมองออกไปจนหมด รัก รักคิมซองกยูคนนี้จริงๆ



‘’นอนได้แล้วนะ’’
‘’ผมยังไม่ง่วงนี่นา หนึ่งเดือนเลยนะที่เราไม่ได้คุยกัน’’
‘’อยากจะคุยชดเชยว่างั้น’’
‘’อื้อ’’



     ผมฉีกยิ้มกว้างก่อนจะเปลื่ยนเป็นนอนคว่ำแล้วเอามือเท้าคางมองหน้าเขาแทน อีกคนไม่ตอบออกไรนอกจากยิ้มกว้างให้ผมและจ้องหน้าอยู่อย่างนั้น  แขนยาวเอื้อมไปปิดโคมไฟตรงหัวเตียงโดยที่ไม่ได้ละสายตาออกไปจากหน้าผมเลย แล้วทำไมใจผมถึงเต้นกระหื่มแบบนี้นะ




‘’เลิกยุ่งกับโดคยองซูซะ พี่จะพูดเป็นครั้งสุดท้าย’’





.
.
.
.
.
.
.
.
.



One week later



    หนึ่งอาทิตย์เต็มๆที่ผมอยู่กับคิมซองกยูโดยไม่ออกไปไหน  โทรศัพท์ก็ไม่ได้รับจากใครเลยสักคน ไม่ใช่ว่าไม่อยากรับแต่มันไม่มีใครโทรมาต่างหาก ผมถามมยองซูว่าไปเอาโทรศัพท์คืนแล้วหรอลูกชายก็บอกว่ายังไม่ไปเอาคืนนั้นทำให้ผมสงสัยว่าทำไมคยองซูถึงไม่ติดต่อหาผม



‘’อูฮยอนไปเอาแฟ้มบนห้องนอนให้พี่หน่อย ตั้งอยู่ตรงชั้นวางหนังสือน่ะ’’
‘’ครับ’’



    ผมพยักหน้าหงึกหงักก่อนคว้าโทรศัพท์แล้วเดินขึ้นห้องไป ผมเห็นแฟ้มงานของคิมซองกยูวางอยู่ใกล้ๆนึกดีใจที่จะได้ไม่เสียเวลาหา ที่ซองกยูสั่งห้ามผมยุ่งกับคยองซูครั้งนั้นผมพยักหน้าตอบตกลงไป ทั้งๆที่ความจริงผมจะไม่ทำแบบนั้นหรอก



‘’แฟ้มของคุณซองกยูครับ’’
‘’ขอบคุณครับคุณนัมอูฮยอน’’



       ผมยิ้มหวานให้กับสามีสุดที่รักก่อนจะหลีกมานั่งตรงมุมเงียบๆ โทรศัพท์เครื่องหรูถูกปลดล็อคหลายรอบในใจคิดลังเลว่าจะส่งข้อความหาอีกคนดีไหมแต่ก็กลัวคิมซองกยูจะจับได้ขึ้นมา ผมหันมาไปดูนาฬิกาก็พบว่าได้เวลาที่จะกินข้าวเที่ยง จึงสั่งให้คิมซองกยูหยุดทำงานและไปกินข้าวด้วยกันก่อน



‘’พี่ครับไปกินข้าวกันเถอะ’’
‘’พี่ทำงานใกล้เสร็จแล้ว นายหิวก็ไปกินก่อนได้เลย’’
‘’ผมไปกินข้าวกับคู่แฝดได้รึป่าว’’
‘’ทำไมต้องไปกินกับสองคนนั้นด้วย ข้าวบ้านทำไมไม่กิน’’



      ใบหน้าหล่อเงยขึ้นมาก่อนจะยู่หน้าเหมือนไม่ชอบให้ผมออกไปอยู่กับคนอื่น แต่กับคู่แฝดซองกยูก็รู้ว่าผมสนิทกับสองคนนั้นมากแค่ไหนทำมาเป็นหวงผมอีก  ผมแบะปากใส่เขาก่อนลุกขึ้นและเดินออกไปนอกห้อง คิมซองกยูนี่ไม่ได้ดั่งใจเลย



‘’ป้าครับ ผมออกไปกินข้าวกับพี่แฝดนะฝากบอกพี่ซองกยูด้วย’’
‘’เดี่ยวคุณซองกยูก็โมโหอีกหรอกค่ะ ป้าว่ากินข้าวที่บ้านเถอะนะ’’
‘’ผมอยากกินอย่างอิ่นบ้างนี่นา ไม่รู้แหล่ะผมไปละนะ’’



      พูดเสร็จผมก็รีบวิ่งแจ้นออกไปนอกบ้านทันที รถยนต์ที่ไม่ได้แตะมาเป็นเดือนก็ถูกกลับนำมาใช้อีกครั้ง ป้าโบมีทำหน้าคิดหนักก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานของคิมซองกยู ถ้าป้าโดนด่าผมต้องขอโทษด้วยจริงๆนะครับ =_=  เมื่อออกมาได้ไกลจากบ้านพอสมควรก็ต่อสายหาแฝดพี่ทันที ผมไม่ได้จะไปหาเขาหรอก แต่จะไปหาเด็กน้อยต่างหาก



[ว่าไงนามู]
‘’ผมหลอกซองกยูว่าไปกินข้าวกับแฝด ถ้าคิมซองกยูโทรไปเช็คช่วยโกหกว่าผมอยู่กับแฝดนะถ้าเขาขอสายผมก็ต่อสายมาเลยเข้าใจไหม ขอบคุณมากไปละแค่นี้บาย’’
[อ้ะ เดี๋ยวดิ...]




ตู๊ด!!



     ทำไมนัมอูฮยอนคนน่ารักถึงฉลาดนักไอเรื่องพวกนี้ผมนั่งหัวเราะอยู่คนเดียวบนรถ วันนี้ไม่ค่อยมีรถเลยทำให้ผมอารมณ์ดีเป็นพิเศษส่วนกลับบ้านค่อยว่ากันอีกที พี่แปะคงไม่นั่งยิ้มให้ผมเหมือนคนบ้าหรอก รถยนต์เลี้ยวเข้ามาในซอยเดิมที่เคยซุกหัวอยู่หลายปีก่อนจะตรงไปจอดรถยังที่ว่างอยู่ คิดถึงที่นี้จังเลย หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านไปคยองซูจะเป็นไงบ้างนะ



ก๊อก ก๊อก



    เมื่อมาถึงหน้าห้องของตัวเองก็เคาะประตูอย่างมีความสุข ผมได้ยินเสียงอะไรกุกกักอยู่ข้างในเหมือนมีคนทำอะไรอยู่สักอย่าง ประตูถูกเปิดออกพร้อมกับตัวผมที่กระเด็นถอยหลังไปสองสามก้าว นี้ยังไม่ทันตั้งตัวเลยนะนี้มันเกิดอะไรขึ้น



‘’อูฮยอน!!!!!!’’
‘’ค คยองซูตกใจหมดเลย ฮ่าๆๆๆ’’



     เด็กน้อยกอดผมไว้แน่นพร้อมกับซบหน้าเข้ากับหน้าอกผม เสียงเล็กดูสั่นๆก่อนที่จะผละตัวออกจากผม ให้ตายสิเมื่อเห็นตาโตๆกับรอยยิ้มรูปหัวใจของเขาใจผมเต้นไม่เป็นสั่มอีกแล้ว T_T



‘’หายไปไหนมา มยองซูแวะเอาขนมมาให้คยองทุกวันเลย’’
‘’มยองซูมาหาหรอ ทำไมมยองซูไม่บอกฉันเลยนะ’’
‘’มยองซูบอกว่าอูฮยอนทำงานหนักเพื่อจะหาเงินมาดูแลคยองซู คยองซูเข้าใจอูฮยอนนะครับ’’



     ผมหัวเราะคิกคักกับข้ออ้างที่ลูกชายได้บอกกับคยองซู อย่างน้อยเขาก็ช่วยผมให้อยู่รอดล่ะนะ มือนุ่มกุมมือผมไว้ก่อนจะพาเดินเข้าไปในห้องพร้อมกับปิดประตู ผมมองสภาพห้องอย่างมีความสุขมันยังสะอาดและน่ารักเหมือนเดิม แต่ที่แปลกไปกว่านั้นมันมีกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆเพิ่มมาด้วยเด็กคนนี้ไปเอาน้ำหอมมาจากไหน



‘’คยองกำลังดูหนังค้างอยู่เลย อูฮยอนมาดูด้วยกันนะ’’
‘’ไปเอาหนังมาจากไหน’’
‘’แฟนของมยองซูให้ยืมมา เมื่อสองวันก่อนพวกเขามาอยู่ที่นี่กับคยอง’’



      ผมพยักหน้าหงึกหงักเชิงเข้าใจก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงข้างๆอีกคน คยองซูเปิดหนังให้เล่นต่อ ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังหน้าจอแอลซีดีอย่างใจจดใจจ่อและไม่ได้สนใจอะไรผมอีก มือนุ่มเลื่อนไปขยี้ผมของอีกคนจนฟูก่อนจะหันไปสนใจหนังที่เขาเปิดอยู่ ตรงไหล่มีสัมผัสไม่หนักมากทับลงมา คยองซูกำลังพิงไหล่ผม



‘’วันนี้เราจะอยู่ด้วยกันนานไหม หรือว่าอูฮยอนจะมาหาคยองแปปเดียวแล้วกลับไปทำงานต่อ’’
‘’วันนี้จะอยู่กล่อมคยองซูจนหลับเลยล่ะ พอคยองซูหลับฉันค่อยกลับบ้าน’’
‘’งั้นคยองซูจะไม่หลับเพราะคยองอยากอยู่กับอูฮยอน’’
‘’.........’’
‘’คยองคิดถึงอูฮยอนทุกคืนเลย’’



       มือเล็บบีบมือผมไว้แน่นก่อนจะกระเถิบตัวเข้ามาใกล้ๆ ผมหันหน้าไปสูดกลิ่นหอมบนศรีษะของอีกคนก่อนจะกำชับมือให้แน่นขึ้นกว่าเดิม ดีใจที่อีกคนยังคิดถึง เราสองคนดูหนังมาเรื่อยๆจนใกล้จบ มือเล็กที่บีบมือผมอยู่ค่อยๆคลายออก ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่องหน้าอีกคนก็พบว่าคยองซูหลับไปแล้ว



‘’ไหนว่าจะไม่หลับเพราะอยากอยู่กับฉันไง โกหกนี่นา’’



      ผมจัดการอุ้มคนตัวเล็กในท่าเจ้าสาวก่อนจะพาเดินเข้าไปในห้อง ริมฝีปากอิ่มเผยขึ้นมานิดนึงเล่นทำเอาผมตาลายคล้ายจะเป็นลม ไม่ได้!!! ผมมีสามีมีลูกแล้วนะห้ามๆๆ  ห้องนอนถูกจัดไว้เป็นระเบียบทำให้รู้ว่าคยองซูเป็นคนเรียบร้อยมาก ตอนผมอยู่คนเดียวนะยิ่งกว่ารังหนูเฮอๆอายตัวเอง  ผมวางตัวเล็กบนเตียงเบาๆ มือบางกำลังจะเลื่อนผ้าห่มขึ้นมาห่มให้แต่อีกคนกลับลืมตาขึ้นมาซะก่อน


‘’อูฮยอน’’
‘’หืม ? ‘’
‘’นอนกับคยองได้มั้ย’’
‘’ได้สิ’’



       พูดจบก็กระเถิบตัวเข้าไปในซุกในใต้ผ้าห่มกับอีกคน คยองซูยิ้มกว้างก่อนจะหันตัวเข้ามากอดผมไว้ การกอดแบบนี้มันคุ้นๆนะ เหมือนกับที่ผมกอดพี่ซองกยูไม่มีผิด บอกตรงๆตอนนี้ผมกำลังสับสนเพศตัวเอง -0-



‘’คยองอยากไปอยู่บ้านกับอูฮยอน คยองไปอยู่ด้วยได้มั้ย’’
‘’เอ่อ ทำไมล่ะ’’
‘’ไม่ได้หรอ หรือว่าอูฮยอนอยู่กับคนอื่นด้วย’’
‘’อื้อก็ใช่นะ บ้านฉันอยู่กันหลายคนถ้านายไปอยู่ด้วยคงจะหาที่นอนลำบาก’’
‘’คยองก็นอนกับอูฮยอนไง ไม่ได้หรอ ?’’



     มันไม่ได้หาที่นอนลำบากหรอกแต่คยองกับผมจะโดนเชือดและเชดหัวออกจากบ้านกันไม่ทันอ่ะสิ ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้คยองซูไปอยู่ด้วยนะ แต่ซองกยู ทุกอย่างขึ้นอยู่กับซองกยูผมไม่สามารถจัดการอะไรเองได้หรอก คนตัวเล็กจ้องหน้าผมรอคำตอบ ผมจะทำยังไงดี



‘’ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร อูฮยอนอย่าทำหน้าคิดหนักสิ’’
‘’เข้าใจฉันใช่ไหม’’
‘’อื้อ คยองเข้าใจ’’







.
.
.
.
.
.
.






KIM SUNGGYU PART



      ผมนั่งมองจอสี่เหลี่ยมที่ติดกล้องวงจรปิดอยู่ติดอยู่ในห้องของอูฮยอนที่ตอนนี้กลายเป็นของไอเด็กสวะด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ถึงจะไม่รู้ว่าสองคนนั้นคุยอะไรกันแต่ก็พอที่จะทำให้ผมหงุดหงิด ทำไมอูฮยอนต้องไปนอนให้มันกอดอยู่บนเตียง ทำไมอูฮยอนถึงดูแลมันดีเหลือเกิน ทำไมอูฮยอนถึงทิ้งมันออกไปจากชีวิตไม่ได้



‘’เด็กคนนั้นดูน่าสงสารนะ ผมว่าคุณซองกยูอย่าเอาอะไรกับเขาเลยครับ’’
‘’แกไม่เห็นหรอไงโชรยงว่าเมียฉันกำลังจะเป็นผัวมันอยู่แล้วน่ะ’’
‘’แต่นามูดูไม่ได้คิดอะไรกับคยองซูนั่นนี่นา ผมมองก็รู้ว่าแค่เอ็นดูเฉยๆ’’
‘’ไม่ เอ็นดูก็ไม่ได้’’



      ตาเล็กจ้องไปยังภาพเคลื่อนไหวนั่นไม่วางตา สงสัยใช่ไหมว่าผมแอบเอากล้องไปติดตอนไหน ผมสั่งให้เจ้าของคอนโดชวนคยองซูมาคุยธุระเกี่ยวกับห้องข้างล่างระหว่างที่เด็กนั่นไม่อยู่ในห้องผมก็จัดการส่งคนไปติดตั้งเรียบร้อย อูฮยอนประเมินผมผิดไปแล้ว ขอโทษนะเมียรักพี่ฉลาดกว่านายเยอะ



‘’ค คุณซองกยู’’



        เสียงแฝดผู้น้องดังขึ้นเมื่อเห็นสิ่งแปลกไปในหน้าจอ ใบหน้าเด็กตัวเล็กกำลังเคลื่อนขึ้นมาด้านบนช้าๆ นัมอูฮยอนมองหน้าเด็กคนนั้นนิ่งโดยไม่มีท่าทีตอบโต้อะไรกลับไป อูฮยอนมันกำลังจะจูบนายเห็นมั้ย ห้ามมันสิ ห้ามมัน!!!! ริมฝีปากคนตัวเล็กขมุบขมิบอะไรสักอย่างไม่รู้ ผมไม่อยากสนใจ ผมสนใจแค่ไอคนที่นอนกลายเป็นหินไปแล้วต่างหาก



‘’คุณซองกยูครับอย่าทำอะไรนามูเลยนะครับพี่แดรยงช่วยหน่อยสิ!!’’
‘’เรื่องของครอบครัวเขา เราจะไปทำอะไรได้’’



      แฝดสองคนคุยกันขมุบขมิบอยู่ข้างๆ  ใบหน้าหวานอยู่ใกล้ใบหน้าอูฮยอนแค่เสี้ยว ใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ มันเต้นแรงจนปวดไปหมดถ้านายจูบกับมัน พี่จะฆ่ามันให้ตายตามพ่อมันไปเลย!!!



‘’............’’



      บรรยากาศภายในห้องเงียบสนิทเหมือนหยุดเวลาไว้  คนสองคนแนบริมฝีปากเข้าหากันเรียบร้อยแล้ว ดวงตากลมของไอเด็กนรกหลับพริ้มเหมือนมีความสุขมากมายเหลือเกินที่ได้จูบกับคนที่ตัวเองชอบ พ่อมึงก็รักเมียกูไปแล้วนี่มึงจะมารักเมียกูอีกหรอ!!!  ไหล่หนาโดนมือของใครสักคนตบเบาๆเชิงให้ใจเย็นๆ ผมไม่ได้โมโหหรืออะไร ผมโมโหไปก็เท่านั้น โมโหไปกี่ล้านรอบอูฮยอนก็ไม่เคยที่จะปรับตัวหรือทำตามที่ผมขอเลยสักครั้ง



‘’นัมอูฮยอนก็คือนัมอูฮยอนอยู่วันยังค่ำสินะ....’’






.
.
.
.
.
.
.





     ริมฝีปากนุ่มแตะลงบนกลีบปากของผมเบาๆเมื่ออีกคนพึมพัมประโยคนั่นจบ ผมผงะไปเล็กน้อยเพราะตกใจแต่ก็ไม่ได้ผลักอีกคนออก ดวงตากลมหลับพริ้มและแช่ริมฝีปากไว้แบบนั้นมือนิ่มกำชายเสื้อผมไว้แน่น ผมกำลังจะตาลาย...



คยองรู้สึกดีกับอูฮยอนนะ คยองอยากรู้สึกดีแบบนี้กับอูฮยอนตลอดไปเลย…’



      ผมหลับตาแน่นเพราะไม่รู้จะทำยังไงกับสถานการ์ณนี้ดี ผมไม่รู้ ผมไม่รู้อะไรเลย ภาพคิมซองกยูลอยเข้ามาในหัว ภาพคิมซองกยูยิ้มกว้างอยู่ตรงหน้า ผมกำลังทำผิด ผมกำลังทำสิ่งที่ไม่ควรทำ ผมขอโทษแต่ผมไม่สามารถทำอะไรได้เลย



‘’คิก คิก อูฮยอนไม่เคยโดนจูบหรอ’’
‘’คยองวันหลังอย่าเล่นแบบนี้นะ’’
‘’โอ๋ๆ คยองแค่อยากจุ้บอูฮยอนเอง นี้คือจุ้บแบบเด็กๆไง’’
‘’แล้วรู้หรอว่าจุ้บแบบผู้ใหญ่เป็นยังไง’’
‘’คยองสอนอูฮยอนไม่ได้หรอกจูบแบบผู้ใหญ่น่ะ เพราะคยองก็......ไม่เคยโดนจูบแบบนั้นเหมือนกัน’’



     อยากจะบอกว่ามากกว่าจูบผมก็ผ่านและทำมันมาเยอะแล้ว ในสายตาคยองซูผมคือหนุ่มโสดที่โลกสวยดีๆนี่เอง คนตัวเล็กเด้งตัวขึ้นนั่งก่อนจะยิ้มกว้างจนตาปิด  ดูแววแล้วคยองไม่ได้ใส่ใจอะไรกับจุ้บเด็กๆของเขาเลยนะ



‘’คยองไปกินขนมดีกว่า’’
‘’งั้นขอพักสายตาก่อนนะ แล้วจะตามออกไป’’



      คยองซูพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะปิดประตูห้องให้ผมด้วย แผ่นหลังทิ้งตัวลงนอนเหมือนเดิมก่อนจะถอนหายใจยาวๆออกมา  เหนื่อยเหลือเกินกับการโกหกคนอื่น ภาระหนักอกไม่รู้จะหาเรื่องเดือดร้อนให้ตัวเองไปเพื่ออะไรและถึงเมื่อไหร่ ไม่ช้าก็เร็วที่คยองซูจะต้องโตและดูแลตัวเองได้ ตราบใดที่เขายังไม่เจอคนที่ดูแลเขาได้ผมก็จะไม่สามารถที่จะทิ้งเขาไปแบบสบายใจได้หรอก



พี่ซองกยู คยองซู ผมขอโทษนะ.....







.
.
.
.
.
.
.
.
.
.






21 : 14 PM



‘’กลับมาแล้วครับ’’
‘’กลับมาแล้วหรอ กินข้าวเป็นไงบ้างอูฮยอน’’
‘’อร่อยครับ ขอโทษที่กลับช้าพอดีแวะดูของกับพี่แฝดนิดหน่อย’’



     โกหกคำโตๆหน้าด้านๆ คิมซองกยูพยักหน้าเข้าใจก่อนจะยิ้มกว้างและกวักมือเรียกผมไปนั่งใกล้ๆ คราวนี้ผมไม่พลาดแล้วนะกับเรื่องกลิ่นตัว ผมพกน้ำหอมตัวเองไปด้วยแหล่ะไปฉีดๆก่อนออกจากห้อง ถ้าพี่ซองกยูจับได้ว่าไปหาคยองซูมาต้องโดนทำโทษแน่ๆ



‘’แล้วไปดูของอะไรมาล่ะ’’
‘’ก็หลายอย่างครับ ช่วยพี่แฝดช่วยเลือกหลายอย่าง’’
‘’อ๋อ งั้นหรอ’’



      ป้าโบที่นั่งดูทีวีอยู่ข้างๆยิ้มเจื่อนๆ แตกต่างจากซองกยูที่ยิ้มกว้างจนตาปิด ปกติเวลาป้าโบมีเห็นผมกับซองกยูอยู่ด้วยกันโดยไม่มีปากเสียงแกจะชอบแล้วยิ้มอย่างมีความสุขไม่ใช่หรอ ทำไมคราวนี้ถึงมีสีหน้าแปลกไปก็ไม่รู้ ผมเลิกสงสัยและหันไปคุยเรื่องอื่นกับพี่ซองกยูที่ไม่ใช่เรื่องไปกินข้าววันนี้ ผมไม่อยากพูดอะไรที่มันกระดากปากตัวเองอีกแล้ว



‘’วันนี้ไม่มีพฤติกรรมแฝดมาพูดให้ฟังหรอ แบบพวกโมเม้นท์ที่นายชอบวันนี้แฝดมันไม่หวานกันหรอ’’
‘’ก็หวานครับ พวกเขายังน่ารักเหมือนเดิม’’
‘’ฮ่าๆๆๆๆ น่ารักเหมือนเดิม.....นั่นสิเนอะ’’



       อะไรของเขาวะ ผมชวนคุยเรื่องอื่นเขาก็ตอบแต่ดันกลับมาพูดเรื่องเดิมอีก ผมชักหวั่นๆใจยังไงชอบกล ใบหน้ายิ้มแย้มของเขาเริ่มหน้ากลัวขึ้นทุกทีหรือว่าผมคิดมากไปเอง ผมหัวเราะเจื่อนๆตอบกลับไปและพยายามตีหน้าให้เหมือนเดิมมากที่สุด เผลอทีไรหน้าผมจะยู่เข้าหากันโดยอัตโนมัติ



‘’พี่ไปอาบน้ำดีกว่า รู้สึกติดอะไรสกปรก ขยะแขยงตัวเองยังไงชอบกล’’
‘’........’’
‘’นายเหนียวตัวไหม ไปเที่ยวมานี่ไม่อาบน้ำหน่อยหรอ’’
‘’พี่อาบก่อนก็ได้ครับ’’
‘’ไม่อาบด้วยกันหรอ’’
‘’ไม่ครับ พี่อาบคนเดียวเถอะ’’



        คิมซองกยูยกยิ้มมุมปากก่อนจะเดินขึ้นห้องไป ทำไมเขาพูดอะไรผมต้องเก็บมาคิดคนเดียวด้วยก็ไม่รู้ ไอที่สกปรกขยะแขยงนั้นอีก นี้คืออาการของคนที่ทำผิดมาแล้วหวาดระแวงไปทั่วหรือป่าว ?  ป้าโบมียิ้มแหยให้ผมเหมือนเดิม คนบ้านนี้เป็นอะไรกันไปหมดเนื้ย



‘’ป้ามีอะไรรึป่าว’’
‘’ปะ ป่าวค่ะไม่มีอะไร ป้าไปเก็บของใครครัวก่อนนะคะ’’



      ผมยิ้มบางๆให้กับป้าโบมีก่อนจะลุกขึ้นยืนและจะเดินไปที่อื่นด้วยเหมือนกัน ผมเดินเข้ามาในห้องก็ได้ยินเสียงฮำเพลงอย่างมีความสุขของอีกคนที่อยู่ในนั้น ทำไมใจผมมันห่อเหี่ยวแบบนี้ก็ไม่รู้ ระแวงและหวาดกลัวไปหมด T^T ผมทิ้งตัวนั่งบนเตียงก่อนจะถอนหายใจและสบัดหัวรัวๆให้ความฟุ้งซ่านหลุดออกไป เลิกคิด เลิกๆๆๆๆ



‘’พี่อาบเสร็จแล้ว อาบต่อไหม’’
‘’ไม่อาบก่อนค่อยอาบ’’
‘’หรืออยากเก็บโมเม้นท์ฟินๆไว้ติดตัวหืม ?’’
‘’พี่ซองกยู’’
‘’หืม ว่าไงล่ะ’’



       ใบหน้าหล่อนั้นยังยิ้มกว้างเหมือนเดิม แต่ผมรู้ว่ามันไม่มีความจริงใจจากยิ้มนั้นเลยสักนิด คนตัวสูงเช็ดหัวลวกๆก่อนจะหยิบเสื้อผ้ามาใส่โดยไม่ถามอะไรต่ออีก ผมค่อยๆปลดกระดุมเสื้อตัวเองออกทีละเม็ดจนหมด แผ่นหลังขาวเนียนถูกเผยต่อประชาชีที่ยืนอยู่ในห้อง คิมซองกยูเดินมานั่งตรงหน้าผมก่อนจะยื่นผ้าขนหนูมาให้ ผมรับผ้าขนหนูมาถือไว้แต่ก็ไม่ยอมเดินไปเข้าห้องน้ำสักที อยากรู้ว่าตอนนี้อีกคนคิดอะไรอยู่ในหัว ภายในสีหน้ายิ้มของเขามีใบหน้าแบบไหนซ่อนอยู่กันแน่



‘’พี่ครับวันนี้ผมไปหาคยองซูมา’’
‘’พี่ควรจะตอบแบบไหนดี....ไปหามันทำไม หรือว่า พี่รู้แล้ว ดีล่ะ ? ‘’
‘’พี่รู้ ?’’
‘’นายจะทำอะไรก็เรื่องของนายเถอะ พี่เบื่อแล้ว’’
‘’เบื่อ พี่เบื่ออะไร’’
‘’บื่อทุกอย่างที่นายกำลังทำ เบื่อทุกอย่างที่อยู่ในตัวนาย เบื่อนิสัยของนาย เบื่อ เบื่อ เข้าใจไหมนัมอูฮยอน’’



      เหมือนโดนตบโดยไม่ออมมือหนึ่งฉาดเต็มแก้ม ใบหน้าของอีกคนกลายเป็นเอือมระอาจากที่ยิ้มแย้ม ผมกลืนน้ำลายลงคอได้อย่างยากลำบากเหลือเกินเหมือนมีก้อนอะไรสักอย่างมาจุกอยู่ที่คอของตัวเองทำให้เอ่ยอะไรไม่ออก เขาเบื่อทุกอย่างที่อยู่ในตัวของผม เขาเบื่อนิสัยของผม เขาไม่ต้องการผมแล้วใช่ไหม



‘’เลิกกันสิครับ ผมก็เบื่อพี่เหมือนกัน’’



      มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าเราอยู่กับคนที่ไม่เข้าใจเรา เขาชอบในสิ่งที่ผมไม่ชอบ เขาทำในสิ่งที่ผมไม่ทำ มันคงจะไม่ร้ายแรงอะไรเท่าไหร่เขาอยู่ได้ถ้าไม่มีผม แต่ผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา ตาสองข้างจากที่มองเห็นอะไรชัดตอนนี้กลับมีอะไรมาบังจนพร่ามัว ริมฝีปากบางเม้มแน่นกลั้นไม่ให้มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกไป ทำไมมันเจ็บแบบนี้นะ



‘’ทำไมนายต้องเป็นฝ่ายไปก่อนตลอดเลยนะอูฮยอน’’
‘’.......’’
‘’ให้พี่เป็นฝ่ายบอกเลิกนายบ้างสิ พี่ก็อยากจะพูดคำนั้นบ้างเหมือนกัน’’



      ผมไม่รู้ว่าตัวเองจะทนนั่งร้องให้เงียบๆได้อีกนานเท่าไหร่ในเมื่อลำตัวผมสั่นขนาดนี้ น้ำเสียงถากถางของอีกคนบีบรัดผมมากจนเริ่มจะหายใจไม่ออก คิมซองกยูตอนโมโหโวยวายเทียบกับตอนนี้มันคนละเรื่องกันลิบลับ ตอนด่ากันมันยังไม่เจ็บเท่าพูดเงียบๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนี้อีก



‘’ฉันฆ่าพ่อมันแล้ว คราวนี้ฉันไม่ฆ่าลูกมันหรอกนะ ครอบครัวนี้ดูแลจะผูกพันธ์กับเธอเหลือเกินพ่อมันตายไปแล้วลูกมันยังกลับมาอีก’’
‘’พี่ซองกยู พี่กำลังพูดถึงอะไร!!!’’
‘’โดคยองซูลูกชู้ที่เท่าไหร่ไม่รู้ของมัน ไอเด็กนั่นก็คงจะเหมือนกับมยองซูนั่นแหล่ะมันอาจจะไม่ใช่ลูกของพี่แต่มันอาจจะเป็นลูกของนายกับไอหมอนั่น’’
‘’ไม่จริงใช่ไหมที่คยองซูคือลูกของหมอ ไม่จริง พี่เอาอะไรมาพูด’’
‘’ไปถามมันสิว่าพ่อมันชื่ออะไร ถามมันสิว่าพ่อมันไปไหน!!!’’



      อีกคนตวาดดังลั่นก่อนจะเดินออกไปนอกห้องพร้อมกับปิดประตูเสียงดังไม่เกรงว่ามันจะพังเลยแม้แต่น้อย คยองซูบอกว่าพ่อเขาตายเพราะมีคนฆ่า ที่แท้คือซองกยูเองหรอ ครอบครัวของผมทำให้คยองซูต้องไปเจอกับสิ่งเลวร้ายเองงั้นหรอ ความผิดทั้งหมดมันเริ่มจากผมเอง ถ้าผมไม่ไปคบกับหมอ หมอก็คงไม่มายุ่งกับผมและคิมซองกยูก็คงจะไม่รู้และไม่ไปฆ่าเขา ทั้งหมดมันเกิดจากผมเอง ผมจะทำยังไงดี.....



‘’ป้าครับผมต้องขอโทษด้วยที่ผมจะไม่จ้างป้าเป็นแม่บ้านอีกแล้ว ผมจะให้เงินป้ามากกว่าเงินเดือนสามเท่านะ’’
‘’เดี๋ยวค่ะคุณซองกยู เกิดอะไรขึ้นทำไมมันปุ๊ปปั๊ปแบบนี้’’



      เสียงคิมซองกยูคุยกับป้าโบมีอยู่ข้างล่างทำเอาผมเดินแทบไม่ออก เมื่อป้าเขาถามสาเหตุอีกคนก็ไม่ตอบและเดินขับรถไปไหนก็ไม่รู้ ผมสูดหายใจลึกๆก่อนจะหยิบคุณแจรถและขับออกไปข้างนอกเหมือนกัน บ้านมันไม่น่าอยู่อีกต่อไปแล้ว โทรศัพท์ถูกต่อสายไปหาเพื่อนของลูกชายอย่างน้อยโฮวอนก็น่าจะรู้ว่าเพื่อนสนิทของเขาอยู่ที่ไหน




[ครับคุณน้า มีอะไรรึป่าวโทรมาซะดึกเลย]
‘’ติดต่อมยองซูให้หน่อย บอกว่าให้เขาติดต่อหาแม่เขาด่วนๆ’’









.
.
.
.
.
.
.
.







      ผมนัดมยองซูมาตรงสวนสาธารณะในหมู่บ้าน มันเป็นที่ที่เดียวที่ผมอยู่แล้วสบายใจที่สุดนอกจากจะมืดแล้วยังไม่มีใครกล้าเดินผ่านอีกด้วย เสียงแตรรถดังมาจากด้านหลังพร้อมกับบุคคลที่วิ่งมาหาด้วยสีหน้าที่แตกตื่น เมื่อผมวางสายจากโฮวอนได้ไม่ถึงสิบนาทีลูกชายที่รักก็โทรมาแล้ว พอเขาได้ยินเสียงผมเท่านั้นแหล่ะเขาก็รีบวางสายและมาหาผมเลย T^T



‘’แม่เป็นอะไร ทำไมร้องให้อีกแล้ว’’
‘’ย้ายบ้านกันเถอะ’’
‘’ย้าย ย้ายไปไหน ?’’
‘’กลับคอนโดกัน แม่ไม่อยากอยู่บ้านแล้ว’’
‘’เกิดอะไรขึ้น’’
‘’ก็พ่อของลูกกับแม่ต้องแยกกันไง ไม่มีอะไรหรอกนะ’’



      ผมตอบแบบยิ้มๆก่อนจะดึงมือลูกชายให้นั่งลงข้างๆกัน มยองซูมองหน้าผมนิ่งเล่นเอาผมต้องหลบหน้าหันไปทางอื่น แม่ขอโทษนะที่ไม่สามารถมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบให้ลูกได้ เสียงถอนหายใจหนักๆถูกพ่นออกมาก่อนจะที่เขาจะกดโทรศัพท์โทรหาใครก็ไม่รู้



‘’ฮัลโหลพ่อ พ่ออยู่ไหน’’
‘’มยองซูวางสายเดี๋ยวนี้นะ วางๆๆๆ’’
‘’พ่อได้ยินผมไหม พ่อจะทิ้งแม่ไปแบบนี้ไม่ได้นะ!!! พ่อครับตอบผมสิ!!!!’’
‘’ฮึกกก มยองซูแม่ขอร้องวางนะ’’



      น้ำตาหยดที่ล้านหยดลงมาอีกครั้งเมื่อหวาดกลัวบุคคลที่อยู่ปลายสาย อีกคนยอมวางสายแต่โดย ดีมือหนาเอื้อมมาเช็ดน้ำตาบนแก้มผมอย่างถนุถนอมก่อนจะกอดปลอบผมเบาๆ ผมไม่รู้จะเข้มแข็งไปเพื่ออะไรแล้ว ผมทำลายครอบครัวคนอื่น นี้คือผลกรรมที่ผมกำลังได้รับใช่มั้ย ครอบครัวของผมมันไม่สวยงามอีกต่อไปแล้ว



‘’ไม่ต้องร้องนะแม่ พ่อไม่รักก็ไม่เป็นไร’’
‘’ขอโทษ ฮือออ ขอโทษ’’
‘’ขอโทษทำไมไม่ต้อง เงียบนะไม่งั้นผมจะโกรธแม่อีกคน’’
‘’ฮืออออออ มยอง ซ ซู ฮึก ‘’
‘’แม่ทะเลาะกับพ่อเรื่องอะไร บอกผมได้มั้ย’’
‘’........’’



      ผมเช็ดน้ำตาก่อนจะมองหน้าอีกคนนิ่ง ถ้าผมเล่าเขาจะเกลียดผมเหมือนพ่อเขาไหม ถ้าผมเล่าเขาจะมีท่าทียังไง เขาจะยังคงกอดปลอดผมเหมือนเดิมหรือจะเดินหนีผมไปเหมือนพ่อของเขา  มือหนาของอีกคนบีบนิ้วผมเบาๆเชิงไม่ต้องกลัว เรื่องที่ผมพยายามจะเหยียบให้จมดินสุดท้ายมันก็ไม่มีทางจม ความจริงยังไงก็คือความจริง



‘’แม่เป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อของคยองซูตาย แต่แม่ไม่รู้ว่าพ่อของเขามีลูกมีเมียอยู่แล้ว’’
‘’ทำไมแม่ถึงเป็นต้นเหตุ แม่เกี่ยวข้องอะไรกับครอบครัวพี่เขาหรอ’’
‘’แม่คบชู้กับพ่อของเขาแต่แม่ไม่ได้ตั้งใจ แม่ไม่คิดว่าเรื่องมันจะใหญ่ขนาดนี้ ฮืออ มยองซูแม่ควรทำยังไงดี แม่ตั้งใจจะเลิกยุ่งกับเขาแล้วแต่ช่วงนั้นพ่อจับได้ แม่พยายามจะอธิบายทุกอย่างให้พ่อฟังแต่มันไม่ทันแล้ว พ่อส่งคนไปฆ่าเขาแล้ว ฮึก....’’
‘’.........’’
‘’แม่ทำให้คยองซูต้องเป็นแบบนี้ แม่เป็นต้นเหตุของทุกอย่างจริงๆ แม่มีอะไรกับเขาทั้งๆที่คบกับพ่อของลูก ฮึก..... แม่ยังไม่รู้เลยว่าตกลงพ่อของลูกคือใครคือพ่อของคยองซูหรือคิมซองกยู  แม่ไม่กล้าไปตรวจเพราะกลัวรับความจริงไม่ได้ถ้าผลมันออกมาว่าลูกไม่ใช่ลูกของพ่อ แต่เป็นลูกของคนอื่น  แม่ขอโทษนะมยองซูอย่าเกลียดแม่ได้มั้ย T^T’’




      ดวงตาคมนิ่งสนิทก่อนจะปล่อยมือออกจากที่จับผมไว้ เราสองคนอยู่ในความเงียบสักพักนึง ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำพูดใดออกมา ความจริงมันโหดร้ายเกินไปมันคือสาเหตุที่ผมไม่คิดจะพูดถึงมันขึ้นมาให้เข้าหูใคร พยายามจะลืมๆไปให้จบแต่มันก็ทำไม่ได้  ผมตั้งใจจะไม่ให้มยองซูรู้เรื่องพวกนี้แต่ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ความเงียบปกคลุมเราสองคนไม่รู้ว่านานเท่าไหร่จนสุดท้ายมยองซูก็ทำลายมัน



‘’ปล่อยมันไปเถอะครับ เรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว มันจะน่าเศร้ากว่านี้ถ้าแม่บอกว่าแม่ไม่ใช่แม่แท้ๆของผม โชคดีที่ยังเป็นพ่อนะ’’
‘’.........’’
‘’ถึงความจริงคิมซองกยูจะไม่ใช่พ่อของผม แต่เขาเลี้ยงผมมาผมก็รักเขาอยู่ดี’’



      รอยยิ้มบางๆผุดขึ้นมาก่อนที่อีกคนจะดึงตัวผมเข้าไปกอดเบาๆ ผมปล่อยให้ตัวเองร้องให้ปานจะขาดใจตายอยู่ในอ้อมกอดของลูกชาย มยองซูเพียงแค่ลูบหลังผมอยู่อย่างนั้นไม่มีคำห้ามหรืออย่างใด ถึงเวลาเราจะต้องแยกจากกันแล้วไปตามทางของใครของมัน ไม่มีแม้แต่คำบอกลาที่สวยงาม เราไม่ได้เลิกอย่างที่ผมคิดไว้เล



‘’ครอบครัว.....’’







‘’ไม่มีอีกแล้วนะมยองซู’’

.
.
.
.
.
.
.
.
.
ติดตามตอนต่อไป.....

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่อาวแล้วววววว ดราม่า มาม่ง มาม่า เนี๊ยยยยยย ไม่เอา ลีดนัม แยกทาง ไม่อาวววว ;__; โป้งไรต์แล้วว ฮือออออ ㅠ ㅠ

    ตอบลบ
  2. น้องปุ้ยยยย น้องปุ้ยหายนานแต่ทำแบบนี้แล้วมาทำงี้กับแปะได้ไง พี่แอนตี้ดราม่า ไม่เอาแบบนี้นะ พี่อ่านแล้วพี่จะร้องไห้จริงๆนะ แปะไม่ใช่พ่อมยองยังพอทน(เพราะถึงยังไงมยองก็ยังรักแปะ) แต่ถ้าให้น้องนัมกับพี่กยูต้องแยกทางกันพี่รับไม่ได้ พี่สงสารทั้งมยอง พี่กยู น้องนัม คยองซูก็น่าสงสาร แงงงง พี่ไม่ยอมนะๆๆ T__________T

    ตอบลบ