วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ตาขีด Chapter 77 *leadnum* THE END

Chapter 77     



06 : 00 AM



     เสื้อผ้าทั้งหมดถูกจัดใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่พร้อมกับสิ่งของเครื่องใช้ที่เป็นของผม วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะเหยียบบ้านหลังนี้ คิมซองกยูหายออกไปจากบ้านตั้งแต่เมื่อคืนผมไม่มีบุญที่จะได้เห็นเขาก่อนจากไปเลยจริงๆ อย่างน้อยก็ให้ผมได้บอกว่าผมรักเขาสักคำก็ยังดี



อีกคนคงไม่อยากจะฟังอีกแล้วมั้ง....



      เมื่อจัดการเก็บของเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ยืนทำใจในห้องก่อนสักพัก ดวงตาคู่สวยพยายามกวาดเก็บเรื่องราวดีๆต่างๆที่เคยมีร่วมกันกับคิมซองกยูเข้าในไปใจ ผมพยายามจะจำทุกอย่างที่อยู่ในบ้านหลังนี้ให้หมด และผมจะจำมันไปจนวันตายเลย ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางๆให้กับตัวเองก่อนจะหยิบกระเป๋าและก้าวเดินออกจากห้องสี่เหลี่ยม ผมยังไม่พร้อม ผมยังทำใจไม่ได้



ตุบ!!



       มือบางกำลังจะปิดประตูห้องแต่กลับได้ยินเสียงอะไรสักอย่างตกซะก่อน ผมหันไปมองต้นตอของเสียงก็ต้องชะงักเมื่อพบว่าคือใคร ดวงตากลมหลุบมองไปทางอื่นก่อนจะกำหูกระเป๋าไว้แน่น ใจเย็นๆอูฮยอน อย่าร้องให้นะ!!!



‘’แม่เสร็จรึยัง…..อาวพ่อ’’
‘’........’’
‘’ไปกันเถอะแม่’’



    ลูกชายเดินเข้ามาหาผมก่อนจะเอากระเป๋าผมไปถือไว้และใช้มือที่ว่างอยู่กุมมือผมและพาออกเดินแทน คิมซองกยูมองผมกับลูกชายอยู่กับที่ พี่ครับร้องห้ามบอกไม่ให้ผมไปสิ ได้โปรดเอ่ยอะไรออกมาสักคำ ถ้าผมไปหมายถึงเราต้องเลิกกันจริงๆนะ



‘’พี่ครับ......พี่ซองกยู’’



    มือบางยื่นออกไปเพื่อจะจับแขนอีกคนไว้ อีกคนเพียงแค่มองไปข้างหน้าโดยไม่สนใจผมที่กำลังจะเดินผ่านไปเลยสักนิด ผมกระตุกมือตัวเองไว้หวังจะให้อีกคนปล่อยแต่อีกคนก็กำชับมือผมแน่นมากขึ้นไปอีก พี่ซองกยูพี่ไม่ต้องการผมแล้วจริงๆใช่ไหม



‘’โชคดีนะ’’
‘’ฮึก....พ พี่ซองกยู’’
‘’ดูแลตัวเองและมยองซูดีๆนะอูฮยอน’’
‘’......’’



     คนตัวสูงยิ้มบางๆให้ผมก่อนจะก้าวตรงไปยังประตูห้อง ใจผมแทบจะแตกสลายเมื่ออีกคนเดินไปและไม่หันมา ความรู้สึกเหมือนโดนดูดเรี่ยวแรงไปหมดทั้งแขนและขา ดวงตากลมโตมองแผ่นหลังนั้นก่อนจะก้าวขาไม่ออก นี้เลิกกันจริงๆสินะ นี้คงต้องไปจริงๆใช่ไหม



‘’ฮึกกก ฮืออออออออ....’’
‘’แม่ครับกอดผมไว้ใจเย็นๆนะ ยังมีผมไง ผมจะอยู่กับแม่ไง’’
‘’แม่ไม่ได้นอกใจพ่อ แม่ไม่ได้รักคยองซู แม่ไม่ได้อยากให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้!!!!’’
‘’ผมรู้ ผมเข้าใจ’’
‘’แล้วทำไมเขาถึงไม่เข้าใจ ทำไมเขาถึงทิ้งแม่ไปง่ายๆแบบนี้ ฮือออ’’



     ร่างทั้งร่างลงไปนั่งกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงที่จะเดินต่อ ลำตัวสั่นไปหมดกับการสะอื้นจนเจ็บคอ ถึงจะเจ็บคอมากแค่ไหนแต่ก็ไม่ได้ครึ่งนึงของเจ็บที่ใจเลย มันเจ็บ เจ็บมากจริงๆ





‘’ให้ความห่างไกลมันสอนอะไรพวกเราบ้างเถอะครับ’’



‘’แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง ถ้ามันเป็นของเราสักวันมันก็จะกลับมาหาเรา’’





.
.
.
.
.
.
.
.




ก๊อก ก๊อก...


แกร๊ก!



‘’อูฮยอน....’’
‘’วันนี้ขออยู่ด้วยนะ’’



    ไม่รอให้อีกคนตอบก็เดินเข้าไปในห้องทันที แต่ไม่ทันจะก้าวไปได้เท่าไหร่กลับต้องชะงักเมื่อพบคนรู้จักสองคนนั่งอยู่ตรงหน้า แฝดโชรยงกับแดรยง พวกเขามาที่นี่ทำไม หรือว่ามาบอกเรื่องนั้นกับคยองซู



‘’พวกนายมาทำไม มาบอกเรื่องอะไรกับคยองซู’’
‘’นามูพวกเราขอโทษ แต่มันเป็นคำสั่งของเจ้านาย...’’
‘’........’’
‘’ขอโทษจริงๆ’’



     ใบหน้าของสองคนนั้นซีดไปอย่างเห็นได้ชัดก่อนที่เขาจะลุกขึ้นและก้มหัวให้คยองซูเป็นการขอตัวและเดินออกจากห้องไป วันนี้มันวันซวยของผมจริงๆ แม้แต่โชคยังไม่คิดจะเข้าข้าง คยองซูจะผิดหวังและเสียใจกับผมมากแค่ไหนในเมื่อเขารู้ความจริงแล้ว ผมไม่ได้เป็นอย่างที่เขาเห็นเลยสักนิด



‘’อูฮยอนไม่จริงใช่ไหม’’
‘’........’’
‘’คนรักของอูฮยอนไม่ได้ฆ่าพ่อของคยองใช่ไหม อูฮยอนหันหน้ามาคุยกับคยองสิ’’
‘’ขอโทษนะ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะฉันเอง’’



      เมื่อสินสุดคำขอโทษทุกอย่างก็เงียบไป ผมค่อยๆหันตัวไปมองคนที่ยืนข้างหลังอย่างรู้สึกผิด ดวงตากลมโตมีน้ำตาคลออยู่อย่างน่าสงสาร ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ ทุกอย่างที่เคยทำไปมันกำลังฆ่าผมให้ตายทั้งเป็นอยู่แล้ว ผมพยายามจะอ้าปากเอ่ยคำพูดออกไปแต่กลับต้องชะงักเมื่ออีกคนหันหลังเดินหนีไปเสียดื้อๆ



‘’คยองมารู้สึกดีกับคนที่เคยมีอะไรพ่อของคยองได้ยังไง
‘’คยองซู.......’’
‘’คยองมารักคนที่เป็นชู้กับพ่อของคยองยังไง ฮึกกก คยองทำแบบนี้ได้ยังไง’’



     คนตัวเล็กนั่งคุกเข่าร้องให้อย่างเจ็บปวด ผมไม่รู้จริงๆว่าหมอจะมีครอบครัวอยู่แล้วกึคือแม่ของคยองซู ขาเล็กค่อยๆก้าวเข้าไปหาอีกคนช้าๆก่อนจะนั่งคุกเข่าอยู่ด้านหลังมือบางแตะลงบนแผ่นหลังอีกคนเบาๆ ผมจะทำยังไงดี ผมหาทางออกของเรื่องนี้ไม่เจอเลยจริงๆ



‘’อย่ามายุ่งกับคยอง!!!’’
‘’ฉันไม่ได้ตั้งใจ คยองซูเราต้องคุยกันนะ’’
‘’ไม่!!! คยองไม่คุย คยองเกลียดอูฮยอนแล้ว อูฮยอนทำให้พ่อของคยองต้องตาย ฮึก ใจร้าย ใจร้ายที่สุดเลย!!!!’’



    ผมพยายามจับแขนอีกคนไว้ให้มั่นแต่เขากลับดื้นไปมาอย่างแรง เสียงของคุณหมอที่รักษาคยองซูดังเข้ามาในสมอง



คุณโดมีอาการเป็นโรคประสาทอ่อนๆ คุณต้องพยายามอย่าให้เขาเจอเรื่องเจ็บช้ำหรือหวาดกลัวอะไรนะครับ คุณต้องให้เขามีความสุขอยู่ตลอดเวลา ไม่ให้เขาคิดอะไรที่เครียดเกินไป



 ’ผมไม่รู้ว่าคุณโดไปเจออะไรมา แต่ถ้าไม่อยากให้เขาเป็นบ้า ช่วยดูแลเขาให้ดีด้วยเถอะครับ



ไม่นะ คยองซูจะเป็นบ้าไม่ได้เด็ดขาด!!!



‘’คยองซูหยุดก่อนได้มั้ย นายจะเป็นแบบนี้ไม่ได้นะ!!!’’
‘’ฮึกก....อย่ามาแตะต้องตัวคยองไอคนสกปรก ไอคนเลว!!!’’
‘’คยองใจเย็นๆก่อน สงบสติอารมณ์ตัวเองก่อนได้โปรด’’



  ผลัก!!!



   ‘’อ้ะ...’’



     เท้าเล็กของอีกคนถีบเข้ากลางท้องของผมจนจุก คนตัวเล็กเงียบเสียงไปก่อนจะลงไปนอนนิ่ง คยองซูเป็นอะไรไปรึป่าวทำไมถึงเงียบ ผมพยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งก่อนจะเข้าไปดูอาการอีกคน ดวงตากลมโตเหลือกขึ้นบนพร้อมกับนิ้วมือที่เกร็งไปหมด พระเจ้าเขาเป็นอะไร มือไม้ผมสั่นไปหมดกับสถานการ์ณที่กำลังเจอ ผมควรจะติดต่อใคร ใครก็ได้ช่วยผมด้วย



‘’คยองซู!!!! ฮึก....ทำยังไงดี หมอ โรงพยาบาลๆ’’



       ผมพูดกับตัวเองเหมือนคนบ้าก่อนหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาและกดเบอร์รถพยาบาล สภาพคนตัวเล็กนอนเกร็งอยู่เล่นเอาผมกลัวไปหมด ถ้าเขาตายขึ้นมาผมจะทำยังไงผมจะให้เขาตายไม่ได้หรอกนะ  ผมรีบกรอกคำพูดลงไปในสายอย่างรีบรนเพราะกลัวอีกคนจะอาการหนักไปมากกว่านี้ซะก่อน ผมกลัว ผมกลัวมากๆ พระเจ้าครับช่วยเขาด้วยเถอะ....






.
.
.
.
.
.
.
.






สองเดือนผ่านไป.....



ฟิ้วววว ~



‘’คุณพ่อกลับมาหาคยองที่บ้านกับคุณแม่แล้ว คยองดีใจจังเลยครับ’’
‘’.........’’
‘’ทำไมคุณพ่อไม่คุยกับคยองซูล่ะ ช่วงนี้คยองไม่ได้ดื้อสักหน่อยนะ’’
‘’อะ อื้อ พ่อกลับมาหาคยองแล้ว’’
‘’คุณพ่อไม่ได้โกรธคยองจริงๆด้วย คยองดีใจจังเลยครับ’’



     คนตัวเล็กในชุดของโรงพยาบาลเคลื่อนตัวเข้ามากอดผมไว้แน่นพลางใช้หน้าซบบนไหล่ของผมอย่างรักใคร่ แขนบางยกขึ้นลูบหลังอีกคนเบาๆอย่างถนุถนอม เมื่ออีกคนเห็นผมกอดกลับก็ยิ่งกระชับกอดให้แน่นขึ้นอีก



คยองซูเป็นบ้าไปแล้ว....



‘’ตัวคุณพ่อหอมจังเลยครับ แต่กลิ่นแปลกๆคุณพ่อเปลื่ยนน้ำหอมหรอ ?’’
‘’ใช่ พ่อเปลื่ยนกลิ่นนะคยองชอบไหม ?’’
‘’คุณพ่อใช้กลิ่นอะไรคยองก็ชอบครับ...คุณแม่ชอบไหมกลิ่นนี้ ฮ่าๆๆ’’



      คนตรงหน้าหันไปคุยกับความว่างปล่าวที่อยู่ข้างๆผมอย่างมีความสุขด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ผมเม้มริมฝีปากไว้แน่นพยายามเก็บความรู้สึกของตัวเองไว้ ผมมันคนบาปหนาจริงๆเลย ผมทำให้คนรอบข้างต้องกลายเป็นตัวแปลกประหลาดไปหมด และนี้ผมก็เป็นคนฆ่าคยองซูให้ตายทั้งเป็นทั้งๆที่สัญญาเอาไว้ว่าจะดูแลเขาให้ดีที่สุด



‘’ขอโทษนะครับ’’



       เสียงของบุคคลใดบุคคลนึงดังมาจากด้านหลังเรียกให้ผมต้องหันกลับไปมอง ใบหน้านี้คุ้นๆเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อนในชีวิตนี้  จำไม่ได้รู้แต่ว่าคุ้นเหลือเกิน  ผมยิ้มบางๆก่อนจะพยักหน้าเบาๆเชิงให้เขานั่งลงข้างๆ



‘’พี่ชื่ออูฮยอนใช่ไหม ?’’
‘’อ่า ครับผมนัมอูฮยอน’’
‘’พี่จำผมได้มั้ย’’
‘’………’’
‘’บาโร น้องพี่ซองกยู’’



      ผมขมวดคิ้วเข้าหากันนิดหน่อยก่อนจะตกใจเมื่อคิดออก บาโรน้องชายของคิมซองกยู แต่คนข้างๆเปลื่ยนไปมากจนผมจำไม่ได้ แต่ที่ยังเหมือนเดิมก็คงจะเป็นฟันของเขาล่ะนะ ผมไม่ได้เจอเขามาหลายยี่สิบปี ดีใจจังที่เขาจำผมได้ แต่เขารู้ได้ไงว่าผมอยู่ที่นี่



‘’นายไปอยู่ที่ไหนมา ไม่เจอนานมากเลยนะ’’
‘’ผมทำงานอยู่ต่างประเทศน่ะ ตอนนี้ย้ายงานมาทำที่เกาหลีแล้ว’’
‘’นายยังเหมือนเดิมนะบาโร’’
‘’พี่ก็ยังดูดีเหมือนเดิมไม่เปลื่ยนเลยนะ’’



       เขาเอาอะไรมาพูดว่าผมยังดูดีเหมือนเดิมสภาพผมเปลื่ยนไปตั้งแต่เลิกกับพี่ชายของเขาแล้วแหล่ะ ผมไม่คิดจะหาใครมาแทนใหม่ด้วย ผมยังไม่ได้หัวใจกลับคืนมาเลยทั้งๆที่อีกคนโยนทิ้งไปแล้ว ก็จะทำยังไงในเมื่อผมไม่อยากได้คืน



‘’คนที่พี่มาเยี่ยมทุกวันเขาคือใครหรอ ?’’
‘’ลูกชายของอดีตชู้น่ะ ฟังดูตลกเนอะที่ฉันมานั่งดูแล’’
‘’คนที่พี่ซองกยูฆ่าน่ะหรอ’’
‘’นายรู้ ? ’’
‘’ครับผมรู้’’
‘’อื้อ คนนั้นแหล่ะ’’
‘’คุณแม่ครับ คุณแม่กับคุณพ่อ’’
‘’ครับแม่เอง คิกๆ น่ารักจังเรากลายเป็นผู้ปกครองของเขาแล้ว’’



       บาโรหันไปเล่นกับคยองซูทันทีเมื่อเขาหันมาจับมือบาโรไว้ ผมมองคนข้างๆอย่างสงสัยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป มีคำถามมากมายที่ผมอยากจะถามบาโรแต่ไว้สะดวกกว่านี้ดีกว่า  ผมเลิกสนใจคนข้างๆและกลับไปสวมบทคุณพ่อของคยองซูต่อ อะไรที่ทำให้คยองซูมีความสุขผมก็จะทำ ถ้ามันช่วยล้างบาปที่ผมทำกับพ่อของเขาได้ผมยินดีทำทุกอย่าง



 ‘’วันนี้คยองมีความสุขจังเลยที่ได้อยู่กับคุณพ่อกับคุณแม่’’
‘’ถ้ามีความสุขก็ยิ้มบ่อยๆนะครับคยอง’’
‘’ยิ้ม ยิ้ม คยองต้องยิ้ม ยิ้มๆๆๆ’’



        เด็กตรงหน้ายกยิ้มอย่างน่ารักไม่ยอมหยุดเมื่อบาโรบอกให้เขายิ้มบ่อยๆ มือบางของผมเอื้อมไปลูบหัวอีกคนเบาๆก่อนจะเพยิดหน้าให้ลุกไปคุยกันตรงอื่นหน่อย นางพยาบาลสองคนเดินมาทางผมพร้อมกับเข็นรถคยองซูไปเล่นอีกทาง



‘’นายรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่’’
‘’มีอะไรที่ผมไม่รู้บ้างล่ะ เมื่อยี่สิบปีก่อนผมชอบพี่จำไม่ได้หรอ’’
‘’ไม่ตลกนะ’’
‘’รู้แค่ว่าผมหาพี่เจอก็แล้วกัน’’
‘’……..’’
‘’รู้แค่ว่าผมจะมาดูแลพี่แทนพี่ชายของผมก็พอ’’



       ผมเงยหน้ามองอีกคนนิ่งโดยไม่พูดอะไร มาดูแลแทนงั้นหรอเขาคิดอะไรอยู่ พี่ชายส่งมาหรือว่ายังไง ผมพยายามทำตัวให้ยุ่งอยู่ตลอดเวลาเพื่อจะได้ไม่ต้องคิดถึงเขา แต่สิ่งที่ผมพยายามทำกลับศูนย์ปล่าวเพียงแค่ใครคนใดคนนึงเอ่ยชื่อนั้นขึ้นมา แล้วเมื่อไหร่ผมจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่บนโลกที่มีแต่ความสุข ที่ไม่ใช่โลกที่มีแต่ความเศร้าพวกนี้สักที



‘’มันไม่เหมือนกันหรอกนะบาโร ถ้านายจะมาดูแลฉันแทนเขา นายกลับไปดูแลพี่ชายนายเถอะเขาก็อายุเพิ่มขึ้นทุกวันสุขภาพร่างกายจะแข็งแรงหรือป่าวก็ไม่รู้ นายต้องดูแลเขาไม่ใช่มาดูแลฉันเข้าใจไหม’’
‘’.........’’
‘’ปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียวยังจะดีกว่า แบบนี้แล้วเมื่อไหร่ฉันจะทำใจกับการเลิกลาได้ถ้าฉันยังได้ยินชื่อเขาเข้ามาย้ำเตือนในสมองอยู่แบบนี้’’
‘’แต่ว่า…’’
‘’กลับไปเถอะ นายหล่อขึ้นมากเลยถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงจะจับนายเป็นเด็กในลิสต์ไปแล้ว ฮ่าๆๆ’’



     ผมพูดติดตลกก่อนจะตบบ่าอีกคนเบาๆแล้วเดินเลี่ยงออกมา บาโรไม่ได้เดินตามผมมาเพียงแต่เขายังนั่งอยู่ที่เดิม คยองซูกำลังนั่งพูดคนเดียวอยู่ในสวนสาธารณะ เขากำลังมีความสุขกับการได้อยู่กับพ่อแม่ในความคิด ผมอยากจะเป็นแบบเขาบ้าง อยู่กับความคิดที่เราอยากให้มันเป็นจะได้ไม่ต้องมานั่งเจ็บปวดอยู่แบบนี้



‘’เดี๋ยวฉันต้องกลับบ้านแล้ว พรุ่งนี้จะมาหาใหม่นะคยอง’’
‘’คุณแม่ครับ ดูรูปที่คยองวาดสิสวยมั้ยๆ’’
‘’บาย.....’’



       เด็กตรงหน้าไม่ได้ฟังที่ผมพูดแต่เขากลับยื่นกระดาษป่าวไปยังด้านหน้าพร้อมกับหัวเราะคิกคัก ผมเดินออกมากจากโรงพยาบาลก่อนจะตรงไปยังรถที่จอดอยู่มุมสุด ผมพยายามเดินช้าๆและหันซ้ายหันขวา นี้กำลังหวังอะไรอยู่..... นิ้วเรียวกดปลดล๊อครถก่อนจะเคลื่อนตัวเข้าไปนั่งประจำคนขับพร้อมกับสตาร์ทรถและขับออกไป โรงพยาบาลอยู่ใกลจากคอนโดผมมากจึงทำให้การเดินทางค่อยข้างนานกว่าทุกครั้ง แต่ผมก็ไม่เคยบ่นเรื่องน้ำมันรถหรอก  เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงผมก็กลับมาถึงคอนโด ด้วยความที่ง่วงนอนจึงทำให้ผมไม่ทันสังเกตุอะไรเลยสักอย่างที่อยู่รอบข้าง



ปึก!!!!



‘’โอ้ยย!! เอ่อเดินระวังหน่อยนะครับ’’
‘’อูฮยอน’’
‘’ขอตัวนะครับ’’



      ผมผลักตัวอีกคนออกอย่างแรงจนอีกคนลงไปนอนบนพื้น กลิ่นตัวของอีกคนไม่พึงประสงค์เลยสักนิดมันมีแต่กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนๆทั้งนั้น ผมรีบวิ่งไปกดลิฟต์อย่างไวเพราะกลัวบุคคลที่กำลังยืนอย่างทุรักทุเรจะตามมา



‘’ชั้นยี่สิบหกครับ’’



    บอกคนที่ยืนเตรียมจะกดชั้นให้ มือบางกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่นจนเจ็บไปหมด ก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายเต้นแรงเหลือเกิน เสียงหายใจหอบหนักดังมาจากผมทำให้คนอื่นหันมามองบ้าง แต่ตอนนี้ผมตื่นเต้นจนห้ามใจตัวเองไม่ไหว เหงื่อกาฬผุดขึ้นตามใบหน้าเหมือนไปวิ่งมาหนึ่งร้อยกิโล




คิมซองกยูมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง




ปิ๊ง!!



     ผมรีบเดินออกมาจากลิฟต์ก่อนจะวิ่งตรงไปยังห้อง ลิฟต์ข้างๆเปิดออกมาพร้อมกัน ใจนึงก็อยากรู้ว่าใคร ใจนึงก็สั่งให้วิ่งเข้าไปในห้องถ้าใครมาเคาะก็ไม่ต้องเปิด ขาเล็กหยุดยืนอยู่กับที่ก่อนจะหันหน้าไปมองด้านหลัง คนขี้เมายืนอยู่หน้าลิฟต์ ในมือของเขาถือขวดเหล้าแบรนด์ดีติดมาด้วย  คนตัวโตเดินมาเรื่อยๆจนไปชนกับคนอื่นมั่วไปหมด ถ้าเขาโดนต่อยขึ้นมาจะทำยังไง แล้วทำไมคิมซองกยูถึงกินเหล้าเมาขนาดนี้



ผลัก!!!!



‘’อ้ะ!!’’
‘’เห้ย เมาแล้วเดินดูคนด้วยดิวะ’’
‘’ขอโทษนะครับ สามีผมเองขอโทษจริงๆ’’



     ผมรีบก้มหัวให้คนที่คิมซองกยูเดินชนเมื่อกี้พร้อมกับวิ่งลากอีกคนให้เดินมากับตัวเองทันที ผมรีบแตะคีย์การ์ดพร้อมกับเปิดประตูเข้าไปในห้อง ร่างสูงถูกจับให้นอนบนโซฟา สภาพดูไม่ได้เลย ทำไมถึงเปลื่ยนไปขนาดนี้ก็ไม่รู้ ผมดึงขวดเหล้าออกจากมืออีกคนและโยนใส่ถังขยะที่อยู่ไม่ไกลนัก ถอดถุงเท้า และเสื้อสูทออกกลัวอีกคนจะไม่สบายตัว เราเลิกกันแล้วนี่ทำไมผมต้องมาดูแลเขาดีขนาดนี้ด้วย ความจริงผมน่าจะปล่อยให้เขาโดนต่อยสลบหน้าลิฟต์ไปเลยก็ดี



‘’ใครน่ะ อูฮยอนรึป่าว’’
‘’........’’
‘’อึก....อูฮยอนใช่ไหมนี่พี่เองนะ’’
‘’........’’
‘’พี่จำกลิ่น แค่กๆ..... พี่จำกลิ่นตัวนายได้ อ้ะปวดหัว’’



     ผมมองอีกคนนิ่งๆเหมือนคิดอะไรไม่ออก คิมซองกยูยกมือทั้งสองข้างมากุมขมับตัวเองไว้พลางหายใจหนักหน่วงเหมือนว่าปวดหัวมากจริงๆ ก็ดูเขาอีกเหล้าก่อนสิกินอันที่มันเบาๆซะที่ไหนผมจำได้ว่าเคยกินเหล้าแบรนด์นั้นครั้งนึงแต่สองแก้วผมก็แทบจะเป็นลมตาย แต่นี่เขากลับเล่นซดไปซะครึ่งขวด สมองไม่ระเบิดก็ให้รู้ไปสิ



‘’เจ็บ.....’’
‘’.......’’



     ไม่อยากพูดกับอีกคนเลยจริงๆให้ตายสิ  ผมลุกขึ้นก่อนจะเดินไปยังห้องน้ำเตรียมน้ำใส่กะละมังสีขาวสะอาดพร้อมกับน้ำผ้าชุบน้ำมาบิดให้หมาดๆและออกมาหาอีกคนอีกครั้ง ใบหน้าหล่อจากสีขาวตอนนี้กลายเป็นสีแดงจัด มือหนานั้นสั่นเบาๆ ดวงตาหลับสนิทแต่ขมิบเป็นบ้างบางครั้ง ผมจัดการนำผ้าที่บิดไว้แล้วขึ้นมาแตะหน้าอีกคนเบาๆอย่างถนุถนอม ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งสองเดือนใจผมแทบจะอยู่ไม่ได้



‘’มาที่นี่ทำไม’’
‘’ปวดหัว.....’’
‘’ผมไม่ได้ถามว่าพี่ปวดหัวหรือป่าว ผมถามว่าพี่มาที่นี่ทำไม’’



      ผมถามด้วยเสียงห้วนๆแต่ก็ยังเช็ดหน้าให้อีกคนไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนถ้าพี่ซองกยูไปดิ่มมาแล้วมานอนให้ผมเช็ดตัวให้อยู่แบบนี้ผมคงจับจูบไปแล้ว แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกัน เราเลิกกันแล้ว เราไม่ใช่ของกันและกันแล้ว



‘’อือ....อูฮยอนนายสบายดีรึป่าว’’
‘’รีบมีสติแล้วกลับบ้านไปได้แล้วครับ คนอื่นที่รู้ว่าเราเลิกกันแล้วแต่เขายังเห็นพี่มาหาผมมันจะดูไม่ดี’’
‘’เด็กคนนั้นมันบ้าไปแล้ว...นายคงเสียใจมากเลยสินะ’’
‘’........’’
พี่เห็นนายในห้องนอนทุกคืน พี่เฝ้าดูนายทุกคืนเลยรู้รึป่าว แค่กๆๆ’’



      ผมหยุดการเคลื่อนไหวต่างๆอยู่กับที่ก่อนจะมองหน้าอีกคนที่นอนไม่รู้เรื่อง ปากเขาก็พูดไปเรื่อยแต่ตานี้สิยังไม่แม้ที่จะลืมขึ้นมา ผมถอนลมหายใจหนักๆออกมาก่อนจะลุกเข้าไปในห้องเพื่อจะหยิบผ้าห่มมาให้เขา ไม่อยากฟัง ไม่อยากรู้ว่าอีกคนคิดอะไร ไม่อยากรู้เลยสักนิด!! นิ้วเรียวปลดกระดุมคอเสื้อของอีกคนออกสองเม็ดเผยให้เห็นอกข่าวน่าหลงไหล ผ้าห่มผืนสีฟ้าอ่อนถูกห่มให้อีกคนเบาๆก่อนจะเคลื่อนมาจนถึงคอ คิมซองกยูขมุบขมิบปากโดยไร้เสียงอยู่สักพักเขาก็เงียบไป




‘’ฝันดีนะคุณคิมซองกยู’’





.
.
.
.
.
.
.
.




04 : 54 AM



    ร่างเล็กนอนพลิกไปมาอย่างหงุดหงิดก่อนจะลุกขึ้นนั่ง ทำยังไงก็นอนไม่หลับสักที ทำไมถึงนอนไม่หลับแบบนี้ก็ไม่รู้ ผมค่อยๆเดินลงจากเตียงไปตรงไปยังห้องน้ำก่อนจะเปิดน้ำชโลมบนใบหน้าตัวเองให้สดชื่นขึ้น ใจผมเต้นไม่เป็นสั่มเมื่อคิดถึงบุคคลที่นอนอยู่ด้านนอก เขาจะคงหลับอยู่ที่เดิมหรือว่าจะตื่นและออกไปแล้วก็ไม่รู้



ก๊อก ก๊อก ก๊อก...



    ผมสะดุ้งสุดตัวก่อนจะหันหน้าไปมองประตูนิ่ง พี่ซองกยูมาเคาะใช่ไหมถ้าเป็นแบบนั้นแล้วผมจะทำยังไงดี หรือว่าจะเป็นมยองซูที่กลับมาห้องแล้วถ้าเขาเห็นพ่อของเขานอนอยู่หน้าห้องแบบนั้นเขาคิดยังไง เสียงประตูดังขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่เงียบไปสักพักนึง ผมเดินออกจากห้องน้ำและตรงไปยังหน้าประตูห้องที่มีใครดนใดคนนึงอยู่อีกฝาก




ก๊อก ก๊อก....



แกร๊ก!



‘’ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง’’
‘’........’’



      เมื่อผมเปิดประตูออกก็มีเสียงทุ้มๆของอีกคนดังขึ้นทันที คิมซองกยูยืนอยู่ตรงหน้าผม น้ำเสียงของเขาจะเยือกเย็นไปไหม เหอะ นี้เมาขนาดไม่รู้เรื่องอะไรเลยรึไงว่ามาอยู่ที่นี้ได้ยังไง



‘’พี่เมามา ถ้าสร่างแล้วก็กลับบ้านดีๆนะ’’
‘’แล้วนายก็เปิดประตูให้ฉันเข้ามาเนื้ยนะ คิดอะไรอยู่’’
‘’ผมไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแหล่ะ ก็แค่ไม่อยากให้พี่นอนเหมือนคนไร้บ้านอยู่หน้าคอนโด’’
‘’..........’’
‘’ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวไปนอนต่อนะ’’



       วันนี้บทสนทนาของเราสองคนน้อยเหลือเกิน ไม่ผมเงียบเขาก็เงียบ เมื่อยืนอยู่นานอีกคนไม่ตอบอะไรผมก็ค่อยๆดันประตูให้ปิดช้าๆอีกครั้ง ใบหน้าหล่อยังคงมองหน้าผมอยู่อย่างนั้นทำให้ไม่อยากจะปิดประตูเลยเพราะรู้ดีว่าถ้าปิดลงไปแล้วก็จะไม่ได้เจอใบหน้าที่รักนั้นอีก ผมยังลืมเขาไม่ได้เลย ถึงมันจะผ่านมาแล้วสองเดือน แต่เหมือนกับทุกอย่างเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน



‘’เราเลิกกันแล้วจริงๆหรออูฮยอน’’
‘’!!!!’’
‘’เราไม่รักกันเหมือนเมื่อก่อนแล้วหรอ’’



      ผมยกยิ้มบางๆก่อนจะส่ายหน้าเบาๆให้แทนคำพูด ผมไม่ได้หมดรักเขาและไม่มีทางที่หมดรักแน่ๆ รักแรกและรักสุดท้ายผมจะลืมไปได้ยังไง คิมซองกยูยังคงตีหน้านิ่งเหมือนเดิมอย่างที่เขาชอบทำ ตอนผมรู้จักเขาใหม่ๆเขาก็ชอบทำหน้าแบบนี้ใส่ผมอยู่เรื่อย จนตอนนี้ผ่านไปยี่สิบปีเขายังขุดมาให้ผมเห็นอีกหรอ ผมลืมหน้าแบบนั้นไปแล้ว คิมซองกยูที่ผมคุ้นชินคือคนที่ชอบยิ้มให้ผมมากกว่า อยากได้ใบหน้ายิ้มแย้มกลับคืนมาให้ชื่นใจสักนิดก็ยังดี



‘’ผมไม่รู้ว่าพี่คิดอะไร แต่ผมอยากจะบอกว่าผมไม่เคยนอกใจพี่จริงๆนะ’’
‘’อูฮยอน’’
‘’ผมรักพี่คนเดียวถึงพี่จะไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร ช่างมันเถอะครับยังไงเราก็เลิกกันแล้ว’’



     ผมทำหัวเราะกลบเกลื่อนก่อนจะยิ้มกว้างให้อย่างที่ชอบทำ จากรอยยิ้มสดใสกลายเป็นรอยยิ้มเจื่อนๆเมื่ออีกคนไม่มีท่าทีจะมีความสุขกับผมเลย ดวงตาหล่อตรงหน้าพร่ามัวนิดๆเหมือนมีอะไรมาเอ่อคลอไว้  เขาคงไม่ได้จะร้องให้หรอกใช่ไหม



‘’มันดึกแล้วนะพี่ควรที่จะกลับบ้านได้แล้ว นอนดึกเดี๋ยวร่างกายจะไม่แข็งแรงนะ’’
‘’เป็นห่วงฉันด้วยหรอ เราเลิกกันแล้วนะนายจะมาห่วงฉันอีกทำไม’’
‘’เป็นห่วงในฐานะคนเคยรู้จักไงครับ’’



    พูดเองเจ็บเองทั้งๆที่ผมไม่อยากจะได้สถานะคนรู้จักอะไรนั่นเลยสักนิด ผมอยากกลับไปเป็นภรรยา คนที่คิมซองกยูรักและแคร์มากที่สุด คนตรงหน้ากระตุกยิ้มนิดหน่อยก่อนจะเดินก้าวสามขุมเข้ามาภายในพื้นที่ส่วนตัวของผม ยิ่งขายาวนั้นเดินก้าวเข้ามาหามากเท่าไหร่ ใจผมยิ่งเต้นไม่เป็นจังหวะมากเท่านั้น



‘’คนรู้จักงั้นหรอ ทำไมสำหรับฉันนายยังคงอยู่ในตำแหน่งภรรยาอยู่ล่ะ’’
‘’.........’’
‘’แต่เมื่อได้ยินจากปากของนายว่าฉันคือคนรู้จัก ฉันก็จะเป็นคนรู้จัก’’
‘’.........’’
‘’ขอบคุณที่ไม่ปล่อยให้ผมเมานอนเรี่ยราดนะครับคุณนัมอูฮยอน ผมรบกวนคุณมากพอแล้วผมขอตัวกลับก่อน ลาล่ะครับ’’



       ผมมองใบหน้าอีกคนที่รู้ว่าพยายามปั้นยิ้มมาให้อย่างรู้สึกจุกเจ็บไปหมด คิมซองกยูก้มหัวน้อยๆให้ผมก่อนจะหันตัวเดินออกไปจากห้องนี้ แขนเล็กอยากจะยกขึ้นไปจับอีกคนเหลือเกินแต่มือกลับหนักอึ้งเหมือนมีหินก้อนใหญ่มาทับไว้ อยากตะโกนออกไปว่าอย่าทิ้งผมไปอีกเหมือนครั้งที่ผ่านมาแต่ปากดันทรยศหัวใจผมเหลือเกิน คิมซองกยูเดินหันหลังให้ผมอีกแล้ว เขาปล่อยให้ผมร้องให้จนแทบจะขาดใจอีกแล้ว




‘’ฮืออออออ ฮึก ฮืออออ.....’’



มีแต่น้ำตาเท่านั้นที่จะอยู่เป็นเพื่อนในยามที่ไม่เหลือใคร





.
.
.
.
.
.



     สองขาก้าวเดินไปตามท้องถนนในยามค่ำคืนที่เงียบสงบ ความมืดและความเงียบมันช่างน่ากลัวเหลือเกินแต่เทียบกับความรู้สึกที่ขุ่นมัวในใจของผมมันมีมากกว่าที่จะกลัวบรรยากาศรอบตัวแบบนี้ โทรศัพท์เครื่องสวยต่อสายไปหาบุคคลที่ตัวเองรักแทบจะถวายชีวิตให้อยู่ซ้ำไปมาแต่ก็ไม่มีใครรับสาย รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่รับแต่นัมอูฮยอนคนนี้ก็ยังจะโทร



ฟิ้วววววว ~



   ชีวิตผมรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าต่อไปเมื่ออีกคนไม่ต้องการ สาเหตุที่ทำให้เราทะเลาะกันมันเกิดมาจากแค่เรื่องเล็กๆจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ ผมไม่ผิดคยองซูไม่ผิดคิมซองกยูไม่ผิดและเรื่องนี้ไม่มีใครผิด ผมพยายามต่อสายไปหาคนรักซ้ำแล้วซ้ำเล่าคนใจร้ายก็ไม่คิดจะรับ



ทำไมนะ ทำไมถึงไม่อยากได้ยินเสียงของผม



      ขาเล็กก้าวลงจากฟุตบาตไปยืนอยู่ตรงพื้นถนน ไฟจราจรตรงหน้าขึ้นโชว์ว่าไฟแดง น้ำตาหยดใสไหลลงมาไม่มีท่าทีว่าจะเหือดแห้งลงไปสักนิด นิ้วเรียวจิ้มหน้าจอโทรศัพท์จนแทบจะแตกติดนิ้วออกมา ผมอยากให้เขารับสาย รับสายของผมสักที ผมคิดถึง อยากกอด อยากปรับความเข้าใจ อยากเจอหน้า อยากกลับมามีครอบครัวอบอุ่นด้วยกันเหมือนเดิม



แลดูเหมือนอีกคนไม่ต้องการมันอีกแล้ว....



      อีกห้าวินาทีไฟจราจรจะเปลื่ยนเป็นสีเขียว ซึ่งผมไม่รู้เลยว่ามันจะเปลื่ยนภายในอีกห้านาที หลังมือขาวถูกยกขึ้นมาเช็ดน้ำตาที่ไหลออกอย่างลวกๆ ขาสองข้างก้าวเดินไปทีละนิดหวังจะข้ามถนนไปอีกฝั่งหนึ่ง เสียงรถอื้ออึงดังเข้ามาภายในรูหูสองข้าง แต่สมองกลับสั่งการปิดรับสัมผัสต่างๆเรียบร้อยแล้ว



ถ้าตายได้ก็ดี ดีกว่าอยู่บนโลกที่ไม่มีคิมซองกยูอีกต่อไป....



    โทรศัพท์ถูกปล่อยลงพื้นพร้อมกับปลายสายที่รับโทรศัพท์ วิญญานถูกดูดออกจากร่างเมื่อหาทางออกของความรักครั้งนี้ไม่เจอ ผมควรจะทำยังไง ผมอยู่บนโลกนี้ไม่ไหวถ้าไม่มีเขา อยู่ไม่ได้จริงๆ.....



ปรื้นนนนนนน 

ปรื้นนนนนนนนน!!!!!



‘’พี่ครับได้โปรดอย่าทิ้งผมไป...’’




โครม!!!!!




     ร่างเล็กปลิวตามแรงชนอย่างแรงพร้อมกับกระแทกเข้ากับเสาไฟฟ้าอย่างจัง เสียงเบรคดังสั่นไปทั่วท้องถนนพร้อมกับควันล้อและเลือดนองกระจัดกระจาย ร่างกายถูกปิดกั้นลงไปอย่างกับสวิซไฟที่เปิดมานานแล้วโดนปิดจนมืดสนิท โทรศัพท์ที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นถนนเปลื่ยนหน้าจอจากที่กำลังต่อสายกลายเป็นตอนนี้กำลังคุยสายอยู่ แต่ไม่ทันซะแล้ว



นัมอูฮยอนไม่ได้ฟังเสียงของคนที่เขาอยากจะฟังอีกแล้ว......



[อูฮยอน.....]






.
.
.
.
.
.
.
.
.




พี่คิดถึงนายนะนัมอูฮยอน.....
นายก็คิดถึงพี่เหมือนกันใช่ไหม.....
นัมอูฮยอนในที่สุดนายก็มาอยู่กับพี่จนได้......

ในที่สุดนายก็ไปอยู่ในนรกกับฉันจนได้.....




THE END

1 ความคิดเห็น: