วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ตาขีด *leadnum* SPECIAL PART 1 จุดเริ่มต้นของตอนจบ.



SPECIAL PART  1
  


‘’คุณคะ คุณเป็นยังไงบ้าง คุณคะๆ!!’’



    มือปริศนาจับแขนผมก่อนจะเขย่าไปมาเชิงเรียกสติ ดวงตาดวงน้อยกลับลืมไม่ขึ้น ร่างกายผมยังโดนเขย่าอยู่อย่างนั้นจนผมเริ่มจะรู้สึกตัว เกิดอะไรขึ้น เสียงแตรรถดังสนั่นพร้อมกับเสียงปะทะชนกันอย่างแรง ใช่รถชน รถชน!!!



‘’มีสติแล้วๆๆๆ คุณเป็นอะไรรึป่าวคะ’’
‘’ผม....ผมโดนรถชนไม่ใช่หรอ’’
‘’คุณยังไม่โดนชนค่ะ’’
‘’ผมยังไม่ตาย ?.....’’



       ห้องสี่เหลี่ยมสีขาวมองดูแปปเดียวก็รู้ว่าที่นี้คือโรงพยาบาล ผมยันตัวเองลุกขึ้นก่อนจะพบว่าเจ็บแขนและสะโพกมากเมื่อมองดีๆตามเนื้อตัวมีรอยบาดเล็กๆอยู่เต็มไปหมด ผู้หญิงแปลกหน้าคนนั้นยิ้มอย่างสบายใจก่อนจะค่อยๆช่วยจับผมนั่งให้ดีๆ แล้วเขาคือใครมายุ่งกับผมได้ยังไง



‘’คุณคือใคร คุณช่วยผมไว้หรอ’’
‘’อยู่ดีๆคุณก็เป็นลมกลางถนนเลยน่ะค่ะ รถยนต์คันนั้นหักหลบคุณทันเลยไปชนเสาไฟฟ้าแทน’’
‘’อะ อะไรเลยนะครับ แล้วคนขับเป็นยังไงบ้าง’’
‘’ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะแต่ตอนนี้อยู่ห้อง ICU เพราะโดนกระแทกอย่างแรง แต่โชคดีนะคะที่รถคันนั้นไม่ชนคุณ ไม่งั้นคุณตายแน่ๆ’’
‘’ขอบคุณที่ช่วยผมนะครับ แต่ผมไม่เป็นอะไรแล้ว’’
‘’ไม่เป็นไรค่ะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน คราวหลังระวังหน่อยนะคะ’’
‘’ครับ....’’



       ผู้หญิงคนนั้นตอบยิ้มๆให้กับผมก่อนจะขอตัวกลับ ผมโชคดีจริงๆที่ยังไม่ตายไปจากโลกนี้ เหตุการ์ณนั้นมันเหมือนว่าผมโดนชนเต็มๆยังไงยังงั้น ขอบคุณพระเจ้าที่ช่วยชีวิตไว้ หลังบางเอนพิงกับหัวเตียงก่อนจะคิดขึ้นมาได้ว่าผมโทรหาพี่ซองกยูอยู่ โทรศัพท์ ตอนนี้โทรศัพท์อยู่ไหน ขาเล็กค่อยๆกระเถิบลงมาจากเตียงอย่างระมัดระวังพร้อมกับที่นางพยาบาลเดินเข้ามาพอดี



‘’คุณพยาบาลครับ คนที่นำผมมาส่งเขามีสิ่งของอะไรฝากไหมครับ’’
‘’โทรศัพท์ค่ะ เดี๋ยวรอสักครู่ดิฉันจะไปเอาให้’’
   


        ในใจโล่งไปเมื่อโทรศัพท์ยังไม่หายไปไหน ผมเดินไปรอนางพยาบาลหน้าเค้าท์เตอร์ไม่นานนักเขาก็นำโทรศัพท์มาให้ ผมรีบเช็คทันทีว่ามันเสียหายหรือป่าวแต่ก็พบว่ามันยังปกติ  ผมเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงและกลับคอนโดอีกครั้ง ทำไมผมไม่ตายๆไปซะ เมื่อกี้บอกไปแล้วว่าผมอยู่ไม่ได้หรอก




ถ้าไม่มีคิมซองกยู.....





        ภายในห้องมืดสนิทเหมือนไม่มีใครอยู่ อีกไม่กี่นาทีก็จะหกโมงเช้าทำไมมยองซูยังไม่กลับมา ไหนบอกว่าจะอยู่กับผมไง ชักสงสัยแล้วสิว่าตกลงมันรักเมียหรือว่ารักแม่มากกว่ากัน ผมหยิบผ้าขนหนูตรงเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายให้สะอาดและสดชื่นมากขึ้น เมื่ออาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วผมก็คลานขี้นเตียงมานอน ปวดเข้งปวดขาไปหมดเลยแผลที่ถูกกระจกบาดมันแสบนิดหน่อยแต่ก็ชั่งมันเถอะ พรุ่งนี้ค่อยตื่นมาทำแผลแล้วกัน





.
.
.
.
.
.
.
.






     ผมตื่นขึ้นมาในช่วงเย็นของอีกวันไม่คิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะนอนกินบ้านกินเมืองขนาดนี้ เมื่อตื่นมาก็พบว่ายังไม่มีอะไรผิดปกติภายในห้องเลยแม้แต่น้อย โทรศัพท์เครื่องโปรดถูกหยิบมาติดต่อไปยังลูกชายอีกครั้งแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะรับสายของอีกคน ตอนนี้มยองซูอยู่ทีไหน เขาปล่อยให้ผมอยู่คนเดียวอีกแล้ว



‘’อ้าว อูฮยอนไม่ได้ไปกับลูกชายหรอ’’
‘’ไปไหนหรอเจ๊’’
‘’ก็เมื่อคืนมยองซูออกไปกับซองกยูนี่นา’’
‘’ห๊ะ ออกไปเมื่อไหร่ ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่อง’’
‘’ก็ประมาณตอนที่แกออกไปข้างนอกตอนตีสามนั่นแหล่ะ’’



        ผมขมวดคิ้วเข้าหากันเป็นปมเมื่อรู้ความจริงว่าลูกชายไม่ได้หายไปไกลเลย เขาจะเอาลูกของผมไปจากผมหรอ ทำไมมยองซูถึงยอมไปกับเขาง่ายขนาดนั้น T^T  ผมพยักหัวให้เจ๊คนสนิทก่อนจะเดินออกไปนอกคอนโดและตรงไปบ้านของคิมซองกยู  เหตุการ์ณนี้เหมือนย้อนไปเมื่อยี่สิบปีก่อนที่ผมทะเลาะกับเขาไม่มีผิด วันที่เขาเอาลูกไปแล้วมยองซูแอบโทรหาผม มันทำให้ผมคิดถึงหมออีกแล้ว ทำไมทุกเรื่องในชีวิตของผมต้องมีบุคคลสามคนมาเกี่ยวข้องกันเสมอก็ไม่รู้





         --------------------------------------------------- --------------------------------------------------






        ดวงตากลมมองไปยังบ้านหลังโตตรงหน้าก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ไฟในบ้านทุกดวงเปิดอยู่บ่งบอกถึงว่ามีคนอาศัยอยู่ในนี้ นิ้วเรียวกดกริ่งอยู่สองสามครั้งก็ไม่มีใครมาเปิด อดีตภรรยาจะเดินเข้าบ้านไปโดยไม่กดกริ่งคงจะไม่เป็นไรใช่ไหม ผมดันประตูรั้วก่อนจะเดินเข้าไปอย่างเงียบๆ บรรยากาศบ้านหลังนี้ทำไมมันเงียบแปลกๆ ผมเห็นรองเท้าผ้าใบของลูกชายจอดอยู่หน้าประตูตรงที่สำหรับวางรองเท้า เขาอยู่กันที่นี่จริงๆ แต่ทำไมไม่ลงมาตอนผมกดกริ่ง หรือว่าคิมซองกยูไม่ให้ออกมา



‘’แม่!!!!’’
‘’เอ่อ.....’’
‘’อูฮยอนนาย....’’
‘’ผมขอโทษที่เข้าบ้านของพี่โดยไม่ขออนุญาติ แต่ผมดูว่ามยองซูอยู่ที่นี่หรือ..อ๊ะ!!’’




หมับ!!




     ตัวผมกระเด็นติดกับอีกคนโดยไม่ทันตั้งตัว มยองซูยืนนิ่งอยู่กับที่แปลว่าคนที่กอดผมคือพี่ซองกยูหรอ เขากอดผมเขาไม่เกลียดผมไปแล้วหรอ ใบหน้าหล่อฝังลงมาในซอกคอผมก่อนจะรู้สึกถึงการสูดดมของอีกคน ผมยืนนิ่งเหมือนสตั้นไปสิบวินาที ผมคิดถึงเขาจัง



‘’พี่ซองกยู’’
‘’นายจริงใช่ไหม ฮึก...อูฮยอนนายยังไม่ได้ตายอย่างที่เห็นใช่ไหม’’
‘’ผม....’’
‘’พี่ขอโทษที่ไม่รับสายนาย ถ้าพี่รับสายนายคงไม่เป็นแบบนั้น ขอโทษอูฮยอนพี่ขอโทษ ฮืออออ...’’



      ไหล่บางเปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำตาใสๆของอีกคนที่ปล่อยออกมา แขนเล็กยกขึ้นกอดอีกคนกลับแน่น พยายามกอดให้แน่นที่สุดเพื่อจะบอกเขาว่าผมไม่ได้ตาย ทุกอย่างเงียบไปเหมือนหยุดเวลาไว้แค่นั้น ผมรู้แค่ว่าตอนนี้ผมมีความสุขที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของเขาอีกครั้ง



‘’พี่ครับผมยังไม่ตาย ผมไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น’’
‘’ไม่จริง ฮือออ.. ไม่จริง...’’



     อีกคนไม่ยอมผละตัวออกจากผมเขาเพียงแค่กอดผมอยู่อย่างเดิมเหมือนว่าสิ่งที่ผมพูดคือเรื่องโกหก เขาทำเหมือนว่าถ้าผละกอดนี้ออกผมจะหายไปต่อหน้าต่อตา แขนเล็กพยายามดึงอีกคนให้ออกห่างจากตัวเพื่อจะให้เขาเห็นหน้าผมชัดๆ ว่าความจริงแล้ว





ผม ยัง ไม่ ตาย!!!





‘’จับตัวผมสิ ผมยังไม่ตาย ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น’’
‘’พี่เห็นบุรุษพยาบาลยกนายใส่รถพร้อมกับคลุมหน้าด้วย นายควรจะตายไปแล้วสิ’’
‘’ผมแค่เป็นลมไปเท่านั้น รถเขาหักหลบทันไปชนเสาไฟฟ้าแทน’’
‘’……..’’
‘’พี่อยากให้ผมตายนักใช่ไหม’’



     ผมถอยหลังจากคนตรงหน้าไปสองก้าวก่อนจะเดินเข้าไปหาลูกชายที่ยืนอยู่ด้านหลัง มยองซูเพียงแค่ยืนนิ่ง ดวงตาน้อยมีน้ำตาเอ่อคลออยู่ มือนิ่มเลื่อนไปจับแขนลูกชายไว้ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนให้ ผมยังตายไม่ได้หรอกนะถ้ามยองซูยังเรียนไม่จบ ถ้าผมยังไม่มั่นใจจริงๆว่าเขาจะสามารถอยู่คนเดียวและช่วยเหลือตัวเองได้



‘’แม่ยังไม่ทิ้งผมไปใช่ไหม’’
‘’บอกว่ายังไม่ตายก็ยังไม่ตายสิ!!!’’



       ผมยกมือขึ้นไปหยิกแก้มอีกคนจนลูกชายตัวเองดีเบ้หน้าเพราะความเจ็บ ผีที่ไหนจะมาทำแบบนี้ได้กันล่ะ ผมยิ้มกว้างก่อนจะกอดลูกชายแน่น ขอบคุณพระเจ้าอีกครั้งที่ทำให้ผมมีชีวิตรอดมาได้อยู่กับลูกชายอีกครั้ง





‘’พ่อของคุยกับแม่หน่อย....’’







       -------------------------- --------------------------- ----------------------------------- ------------------






          ผมเดินตามเขาขึ้นมาบนห้องก่อนที่อีกคนจะปิดประตูลงสนิท ผมไม่พูดอะไรเพียงแค่มองไปรอบๆห้องเท่านั้น ทำไมห้องมันรกๆไม่เหมือนเดิม เขาทนอยู่ในที่แบบนี้ได้ยังไง ผมก็ยาว หนวดก็พึ้ม ทำไมถึงไม่ดูแลอะไรตัวเองเลย



‘’ทำไมปล่อยให้ห้องสภาพเป็นแบบนี้ล่ะครับ มันสกปรกนะรู้ไหม’’
‘’มันไม่ใช่หน้าที่ของฉันนี่’’
‘’แม่บ้านไม่มีแล้วก็ควรที่จะเก็บสิ ไม่เหมาะกับนักธุระกิจอย่างพี่เลยนะสภาพอย่างนี้’’



      ผมไม่อยากจะพูดอะไรมากเพราะสถานะของเราสองคนมันไม่เหมือนเดิม คนตัวสูงเดินไปนั่งตรงปลายเตียงสายตาพลันหันไปมองนอกหน้าต่าง



‘’งั้นก็มาทำให้หน่อยสิ’’
‘’..........’’
‘’กลับมาทำให้หน่อยสิอูฮยอน’’



       ผมมองหน้าอีกคนที่มัวแต่มองนอกหน้าต่างโดยไม่สนใจคำพูดตัวเอง เขาพูดอะไรออกมารู้ตัวบ้างไหม ผมไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขากำลังจะขอคืนดี ถ้าความจริงเขาไม่ได้หมายความว่าแบบนี้เพียงแค่อยากได้คนทำความสะอาดห้องให้เฉยๆล่ะ



‘’ผมไม่ใช่แม่บ้านนะ’’
‘’ไม่ได้หมายถึงแบบนั้น’’
‘’ผม ไม่เข้าใจ.....’’
‘’กลับมาดูแลพี่ได้มั้ย....พี่ดูแลตัวเองไม่ได้จริงๆ’’



      น้ำเสียงตอนท้ายของอีกคนเบาลงไปแต่ผมก็ได้ยินอย่างชัดเจน ทุกคำที่เขาพูดผมไม่ได้ใช้หูฟังเลยผมใช้หัวใจฟังทั้งนั้น ไม่ว่าอีกคนจะพูดเบาแค่ไหนผมก็ได้ยินหมดทุกคำเพราะอะไรที่ซองกยูพูดถึงมันเป็นเรื่องของผมหมดนั่นแหล่ะ ผมเดินเข้าไปกอดอีกคนแน่นก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ผมก็ดูแลตัวเองไม่ได้จริงๆ ชีวิตมันขาดอะไรไปตอนที่อยู่คนเดียว คิมซองกยูคือจิ๊กซอว์ตัวสำคัญในชีวิตของผม



‘’ฮึก...ผมก็ดูแลตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ผมขาดพี่ไม่ได้จริงๆ’’
‘’อื้อ อูฮยอนขอโทษนะ’’
‘’ไม่ต้องขอโทษผม พี่ไม่ผิดอะไรทั้งนั้น พี่ไม่ผิดอะไรเลย ฮือออ..’’



       ริมฝีปากนุ่มทาบทับแก้มเนียนของผมอย่างแผ่วเบาก่อนจะจับตัวผมให้ขึ้นไปนั่งทับบนตัวเขาก่อนที่แขนแกร่งทั้งสองข้างจะกอดผมไว้แน่นแนบกาย รอยยิ้มที่ใครๆก็มองว่าหล่อคลี่ให้ผมเบาๆ คิดถึง คิดถึงรอยยิ้มที่แสนจะอบอุ่นของอีกคนสุดๆ

‘’พี่ก็เพิ่งรู้ว่าชีวิตของพี่ขาดนายไม่ได้ นายสำคัญกับพี่จริงๆ’’
‘’ผมคิดถึงพี่ทุกวันเลยรู้ไหม ไอแก่บ้า!’’
‘’คิดถึงแล้วต้องทำยังไง’’
‘’จูบ...รึป่าว’’



       พูดจบก็เคลื่อนปากนุ่มๆของตัวเองเข้าไปแตะกับอีกคนทันที รอบแขนโอบรัดรอบคออีกคนไว้เป็นที่ยึดหลักก่อนจะบดริมฝีปากของคนตรงหน้าให้สาแก่ใจ ลิ้นชื้นแตะสัมผัสกันวุ่นวายในโพรงปากร้อนนั้นไม่หยุด ความแก่ไม่ได้ช่วยให้อารมณ์กามของเราสองคนลดน้อยไปได้เลยสักนิด มือหนาของเขา น้ำลายใสเยิ้มราวกับน้ำผึ้งย้อยลงมาตรงมุมปากก็อดไม่ได้ที่จะแลบลิ้นส่งไปเลียคราบนั้นให้หมด อะไรที่อยู่บนกายของคนรักตอนนี้ มันล้วนแต่หวานไปหมดทั้งสิ้น



‘’อื้อ   อื้อ...’’



     มือบางดันหน้าอกอีกคนออกเบาๆเชิงว่าหายใจไม่ออกแล้ว เขาก็ยอมผละแต่โดยดีแต่ก็ไม่วายที่จะส่งจูบเล็กจูบน้อยมาให้ ผมมองหน้าเขาอยู่สักพักก่อนจะยิ้มหวานให้เท่าที่เคยยิ้มมา มือบางเลื่อนขึ้นไปปัดผมที่หล่นมาปรกหน้าเขาอยุ่ออกไปให้พ้นทางเพราะไม่อยากให้มันบังความดูดีบนใบหน้าเขา ถ้าโกนหัวเขาได้คงโกนไปแล้ว....



‘’กลับมาอยู่ด้วยกันนะอูฮยอน’’




แล้วทำไมผมจะต้องปฎิเศษคำชวนล่ะจริงมั้ย หึ!




ค่ำคืนนี้เป็นยังไง คิดเอาเองนะครับฮี่ฮี่.....







.
.
.
.
.
.
.
.
.
.






7 ปีผ่านไป....



‘’ลูกชายเราไปไหนน่ะ เห็นหายหัวออกไปแต่เช้ามืดเลย’’
‘’เห็นว่ามีงานสำคัญครับ ลูกบอกจะกลับตอนบ่ายๆ’’
‘’งานอะไรต้องทำพี่ยังไม่สั่งอะไรมันเลย โกหกชัดๆ’’



       ผมส่ายหัวไปมากับคนแก่ขี้น้อยใจเวลาลูกชายไม่อยู่บ้าน มือบางเช็ดผมให้อีกคนจนหมาดก่อนจะหยิบไดมาเป่าให้แห้งสนิท อีกคนก็หยิบครีมมาแตะหน้าก่อนจะหันมาให้ผมเกลี่ยให้ เขาดูแลใบหน้าตัวเองมากกว่าผมอีกนะ เมื่ออายุมากขึ้นตัวเองก็ต้องป้องกันตีนยา แก้มของเขานุ่มจริงๆนะว่าแล้วก็จุ้บเลยดีกว่า



จุ้บ!!!



‘’ฮั่นแน่ะ หลอกแต๊ะอั๋งสามีหรอครับ’’
‘’ก็แก้มสามีน่าจุ้บนี่ครับ ภรรยาอดใจไม่ไหวหรอกนะถ้าจะให้นั่งมองเฉยๆ’’
‘’เขินเป็นนะ -//-‘’
‘’เอ๊ะ....ไปซื้อครีมเซทใหม่มาอีกแล้วหรอ’’
‘’อื้อ เขาบอกช่วยลดชลอความแก่ และความเหี่ยวย่น’’
‘’ทีผมซื้อบ้างล่ะบ่นนักหนา ไม่ยุติธรรมเลยนะ’’
‘’นายไม่ต้องทาหรอก เดี๋ยวผู้ชายข้างบ้านมันมาตาแวววาวขึ้นมาทำไง’’
‘’อาว....’’
‘’เมียสวยผัวก็หวงเข้าใจ๊ ?’’



      เมื่อผมทาครีมบนหน้าเขาเสร็จ อีกคนพูดจบก็ลุกขึ้นมาหอมแก้มผมทีนึงก่อนจะเดินจูงมือผมออกไปนอกห้อง ครอบครัวของเราไม่จ้างแม่บ้านแล้วล่ะด้วยเหตุผลที่ว่าเก็บเงินไว้ให้ลูกชายไว้ใช้ในอนาคตหากเขาลำบาก ผมล่ะซึ้งจริงๆเลย ภายนอกคิมซองกยูถึงจะดูแข็งๆตั้งแต่มยองซูยังเด็ก แต่จริงๆเขาใจดีมากๆเลยนะ รักลูกรักเมียที่สุดในโลก อิอิสามีผมน่ารักสุดๆ



ครืดดดดด...




‘’อ้ะ ลูกกลับมาแล้ว!!’’



      เสียงรถใหญ่เคลื่อนตัวเข้ามาใบบ้านทำให้ผมรีบลุกขึ้นก่อนจะวิ่งออกไปดู  มยองซูยิ้มหน้าตั้งมาแต่ใกแล้วคนข้างๆน่ะไม่รู้จัก เขามากับใคร ? ผมยิ้มหวานส่งให้ลูกชายก่อนจะเดินออกไปหาเขายิ้มกว้างอย่างที่ชอบทำ ผมเป็นคุณแม่ที่สดใสที่สุดเลยใช่มั้ย เด็กตัวเล็กผมทองวิ่งลงมาจากประตูหลังและตรงมากอดเอวผมแน่น เดี๋ยวๆหน้าคุ้นๆ



‘’คุณน้าครับ คิดถึงจังเลย’’
‘’ซองจงใช่มั้ย อ่าลืมอ่ะ T_T ไม่เจอกันนานโตเป็นหนุ่มแล้วนะ > <’’
‘’ฮะซองจงเอง แฟนเก่าพี่แอลไง ผมรักแรกของลูกชายคุณน้าเลยนะลืมไปมีเคือง’’
‘’ไม่ได้ลืมนะ เห็นป่าวยังจำชื่อได้อยู่...กลับมาคบมยองซูแล้วหรอ ?’’
 ‘’ป่าวครับ ผมเป็นน้องชายแฟนพี่แอลต่างหาก’’



       ผมนิ่งไปสิบวิกับคำพูดรักแรกของลูกชาย เด็กตัวสูงที่ยืนข้างๆมยองซูยิ้มให้ผมอย่างนอบน้อม แต่ดูลูกชายผมสิจับมือเด็กคนนั้นแน่นเชียว เดี๋ยวๆไปคบกันชาติปางไหนอ่ะ แล้วที่ซองจงบอกว่าเป็นน้องชายแฟนของแอล...โอ้มายก็อตแดบักเอาทั้งพี่เอาทั้งน้อง!!!



‘’แม่ครับนี้แฟนผมเอง อีซองยอล’’
‘’สวัสดีครับผมอีซองยอล ยินดีที่ได้รู้จัก’’
‘’สวัสดีจ้า น้าชื่อนัมอูฮยอน ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน ไหนๆๆมาดูใกล้หน่อยสิ โอ้สูงกว่ามยองซูเยอะเลย >///<’’



      ตาโตเป็นประกายเหมือนใครสักคนที่คิดไม่ออก อีซองยอลตกใจนิดหน่อยตอนผมดึงแขนเขาให้เข้ามาใกล้และวัดความสูงเขากับคนผมดำ มยองซูหัวเราะคิกคักก่อนจะยิ้มหวานให้กับเด็กคนนั้น ไม่นะผมไม่ยอม มยองซูจะต้องน่ารักเฉพาะเวลาอยู่กับผมเท่านั้น คนอื่นผมไม่ยอมเด็ดขาดแม่เท่านั้นที่จะได้เห็นมุมมุ้งมิ้งของลูก T^T



‘’คุณน้าฮะ พี่ชายผมเข้ากับพี่แอลใช่ไหม’’
‘’มยองซูเป็นเมะ ซองยอลเป็นเคะใช่มั้ย *0* ‘’
‘’แม่ผมเป็นเมะนะ!!!’’
‘’พูดเล่นเอง -0- ป่ะเข้าบ้านกันเด็กๆ’’



      ผมจับมือสองพี่น้องแน่นพร้อมกับลากเข้าบ้านอย่างลั้นลาโดยปล่อยให้ลูกชายเดินตามต้อยๆ  ในที่สุดลูกชายของผมก็มีแฟนสักทีแถมน่ารักด้วย ทั้งพี่ทั้งน้องเลยให้ตายเถอะ!!!  ผมเห็นคิมซองกยูเดินแวบๆแวมๆอยู่ในครัว ผมจึงสั่งให้เด็กๆนั่นเล่นกันอยู่ตรงนี้ก่อน



‘’พี่ครับ ไปดูแฟนมยองซูกันน่ารักมากๆเลย’’
‘’อื้อ น่ารักก็ดีแล้ว’’
‘’ไม่ไปดูด้วยกันหรอ มยองซูอุดส่าห์พามาเปิดตัวกับพวกเรานะครับ’’
‘’เห็นแก่นายนะ พี่ไปก็ได้’’



      ผมจุ้บแก้มอีกคนทีนึงเป็นรางวัลก่อนจะพาเขาออกมาหน้าบ้าน มยองซูเห็นผมกับพ่อของเขาก็บอกแฟนของตัวเองทันที คิมซองกยูสีหน้าเปลื่ยนไปเมื่อเจอเด็กคนนั้นเขาไม่ชอบหรอ ทำไมเขาทำหน้าแบบนี้ล่ะ



‘’พี่ครับนี้แฟนของลูกเรานะ’’
‘’..........’’
‘’ซองยอลนี้พ่อฉันเอง ทักทายหน่อยสิ’’
‘’……..’’



     สองคนเงียบใส่กันเล่นเอาผมมองหน้าลูกหลานที่เหลืออย่างไม่เข้าใจ ผมกระตุกแขนสามีให้พูดอะไรหน่อยทำหน้าแบบนี้เดี๋ยวเด็กก็กลัวกันหัวหดแล้วจะทำยังไง อีซองจงเอียงหัวมองหน้าพี่ชายเขาเพื่อจะเอาคำตอบ แต่ก็ได้ความเงียบกลับมาแทน เด็กน้อยขี้สงสัยนัมอูฮยอนชักจะสงสัยแล้ว….



‘’คิมซองกยูทักทายเขาหน่อยสิ!’’
‘’อีซองยอล....’’



      ผมค้างไปชั่วขณะเมื่อคนข้างๆพึมพัมคำพูดออกมาเบาๆแต่ก็ได้ยินกันทั่วทั้งหมด เด็กคนนั้นรีบหันหลังหลบหน้าไปทางอื่นเมื่อคิมซองกยูเรียกชื่อเขา ผมมองหน้าพี่ซองกยูอย่างเอาเรื่องว่าเขาไปรู้จักกันมาชาติปางไหน แล้วทำไมเด็กคนนั้นต้องทำหน้าเหมือนจะร้องให้ด้วย



‘’เกิดอะไรขึ้น พี่รู้จักแฟนของลูกได้ยังไง’’
‘’ก็   พี่ลืมไปเอกสารด่วนกองสุดท้ายลืมเซ็นสนิท ขอตัวก่อนนะ’’
‘’เดี๋ยวสิผมยังไม่...’’
‘’นัมอูฮยอน’’
‘’อ่า ก็ได้ครับเราค่อยคุยกันก็ได้’’



     ตอนแรกว่าจะวีนสักหน่อยแต่เมื่อเขากดเสียงต่ำซะขนาดนั้นไว้ค่อยวีนก็ได้ ผมยิ้มแหยๆให้กับเด็กๆก่อนจะเข้าไปขอโทษอีซองยอลที่สามีไม่มีมารยาทเอาซะเลย =_= ผมเดินตามซองกยูเข้ามาในห้องทำงานแต่พบว่าเขานั่งอยู่เฉยๆไม่ได้ทำงานอะไรสักอย่าง ไหนเอกสารสำคัญ ? เขากำลังทำให้ผมไม่ไว้ใจเลย



‘’เซ็นเอกสารเสร็จแล้วหรอครับ’’
‘’หา....อื้อใช่เสร็จแล้ว’’
‘’พี่รู้จักเด็กคนนั้นได้ยังไงหรอ เคยเจอกันหรอ’’
‘’เอ่อ...ใช่ เคยเจอกันที่ร้านกาแฟน่ะ เขาทำกาแฟหกใส่เสื้อ’’
‘’อ๋อ ผมนึกว่าเป็นเด็กของป๋ากยูซะอีก ไม่งั้นนะจะจับตบให้ลืมทางกลับบ้านเลย’’
‘’พี่ไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย...ความจริงพี่ต้องกังวลเรามากกว่ามั้ง’’



    เมื่อเจออีกคนตอกกลับมาก็รีบบิดตูดออกจากห้องนั้นทันที ทำไมเขาต้องเอาเรื่องสมัยพระเจ้าเหามาพูดด้วยก็ไม่รู้ ทั้งๆที่ผมกลับใจแล้วเชียว -0-  ผมเดินไปหยิบโทรศัพท์มาเล่นก่อนจะเจอข้อความไลน์ของลูกชายส่งมาเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว





@LKIM : ขอโทษที่กลับก่อนนะแม่ พอดีซองยอลไม่สบายนิดหน่อย
ไว้ผมจะพาเธอมากินข้าวด้วยใหม่นะครับ
อ่านแล้ว 13 : 13 PM





      ความรู้สึกตอนนี้คือไม่รู้สิ เพียงแค่เด็กคนนั้นทำกาแฟหกใส่ทำไมต้องหลบหน้าหลบตาขนาดนั้นมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ซะหน่อย คิมซองกยูน่ะเห็นเงียบๆใช่ว่าเขาจะไม่ทำอะไรผิดสักหน่อยใครจะไปรู้ใช่ไหม ดีไม่ดีเขาอาจจะแรงกว่าผมก็เป็นได้ ยิ่งคิดยิ่งเครียดจริงๆ













.
.
.
.
.
.
.
.










‘’แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ’’




‘’อูฮยอนคงจะรับได้แน่ๆถ้าเขารู้ความจริงเรื่องของเรานะ’’





!!!





‘’ไม่เป็นไรเรื่องทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีนะ……ซองยอล’’




ซองยอล...




ซองยอล!!!!





ถ้าไม่บังเอิญเดินผ่านมา คงไม่ได้ยินเรื่องลับๆของสองคนนี้สินะ.....


.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ติดตามตอนต่อไป.....

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น