SPECIAL PART จุดจบของตอนจบ
สิ้นเดือนของเดือนนี้เป็นอะไรที่ไม่อยากจะให้มันผ่านไปเลยซะจริงๆ
ฝนตกระหน่ำเหมือนกับจะมีพายุเข้ายังไงยังงั้น ดูทีวีกรมอุตุบอกว่าสภาพอากาศยังคงปกติ
แล้วฝนที่ตกหนักแถวบ้านผมนี้เรียกว่าอะไร
สายตาคู่สวยมองออกไปนอกหน้าต่างดูเม็ดฝนที่ล่วงหล่นลงมามันช่างเป็นภาพที่สวยงามซะเหลือเกิน สภาพแวดล้อมด้านนอกที่มืดครึ้มไม่แตกต่างอะไรจากใจของผมเลย
หัวใจของผมกำลังหมองหม่นและมืดครึ่มซะจนคนอื่นดูไม่ออกว่าผมกำลังคิดอะไร
ใช่....ผมกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
นาฬิกาข้อมือบ่งบอกว่าไม่อีกนาทีก็เข้าสู่กลางคืน
คิมซองกยูยังคงทำงานอยู่ในห้องด้านล่างเหมือนทุกวัน ปกติผมจะไปอยู่กับเขา
แต่สองวันผ่านมานี้ตั้งแต่ผมได้ยินเขาคุยโทรศัพท์กับเด็กคนนั้น ผมก็ไม่ค่อยจะคุยกับเขาสักเท่าไหร่
ผมรู้ตัวเองดีว่าถ้าพูดกับเขาสักคำนึงมันต้องลามไปเรื่องอื่น
และมันจะไปเรื่องไหนไม่ได้นอกจากเรื่องของเด็กคนนั้น เด็กที่มีชื่อว่า อีซองยอล
แอ๊ด
~
‘’ทำไมไม่เปิดไฟครับหืม’’
‘’.........’’
‘’เดี๋ยวลงไปกินข้าวกัน
พี่ขออาบน้ำก่อนรอได้มั้ย’’
‘’อื้อ’’
มือหนาขยี้หัวผมก่อนจะแยกเดินเข้าห้องน้ำไป คิมซองกยูก็อยู่แบบนี้ไม่ใช่เขาไม่สังเกตุการเปลื่ยนแปลงของภรรยา
แต่เขาไม่อยากจะพูดหรือถามอะไรออกมามากกว่า ผมอึดอัด อยากจะระบาย
แต่จะให้ไประบายกับใคร กับมยองซูหรอคงเป็นไปไม่ได้ เสียงน้ำดังรอดออกมาบ่งบอกว่าอีกคนกำลังชำระร่างกายอยู่
ริมฝีปากอ้าออกเล็กน้อยและเป่าไอน้ำใส่กระจก นิ้วเรียวบรรจงเขียนประโยคคำถามที่ไม่รู้จะรู้คำตอบเมื่อไหร่
เขาเป็นอะไรกัน....
-----------------------------
------------------------------- ---------------------- ------------------------
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารยังคงเงียบเหมือนทุกวัน ผมยังกินข้าวปกติ
หรือไม่บางทีอาจจะกินเยอะกว่าเดิมเพราะไม่อยากให้ปากว่างเลยต้องหาอะไรยัดไปให้จบๆ
เสียงรายการทีวีดังเป็นเพื่อนอยู่ตลอดเวลา
คนที่อายุมากกว่าส่งสายตาไปหามันโดยการข้ามตัวผมไป
นิ้วของเขาเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ
ตาคมเหลือบมามองผมที่มัวแต่กินข้าวเป็นบ้างบางครั้ง
‘’ทำไมไม่กินล่ะครับ’’
‘’ถ้าพี่ไม่พูด
นายก็จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆใช่ไหม ?’’
‘’อะไร ? รีบกินนะผมจะไปรอบนห้อง’’
รอยยิ้มที่ดูก็รู้ว่าปั้นขึ้นมาถูกส่งไปหาคนที่นั่งตรงข้าม
ผมลุกเอาจานไปเก็บไม่ลืมยิ้มส่งท้ายให้อีกคนก่อนจะเดินขึ้นห้อง
คิมซองกยูไม่ยิ้มเพียงแต่เขามองหน้าผมด้วยสีหน้าเรียบๆ
ไม่บอกก็รู้ว่าอีกคนเริ่มจะหงุดหงิดและโมโห แล้วจะให้ผมทำยังไง ผมเบื่อการทะเลาะ ที่ผ่านมาผมทะเลาะกับเขามามากพอแล้ว
หรือว่าเราจะต้องมีเรื่องให้ผิดใจกันไปจนวันตาย ? ร่างเล็กทิ้งตัวนอนบนเตียงกว้างด้วยความเหนื่อย
อยากจะหลับซะตอนนี้ เพราะถ้าอีกคนขึ้นมาต้องเค้นอะไรมากแน่ๆ
ซึ่งผมก็ไม่รู้จะบอกให้คิมซองกยูเข้าใจยังไง
ติ๊ก ตอก ติ๊ก ตอก.......
คิดดูว่ามันเงียบขนาดไหนถึงได้ขั้นยินเสียงนาฬิกาข้อมือเดิน
เสียงฝีเท้าเดินของบุคคลภายนอกมาหยุดอยู่ตรงหน้าก่อนจะตามมาด้วยเสียงเปิดประตู
ผมหลับตาสนิทก่อนจะใส่หูฟังเข้าไปในหูและเปิดเพลงโปรดฟัง เตียงข้างๆยุบลงไปทำให้รู้ว่ามีคนกำลังนั่งอยู่
มือหนาของเขาดึงมือผมไปจับไว้ก่อนจะรู้สึกถึงแรงบีบเบาๆ
‘’พี่ไปทำอะไรให้นายโกรธหรอ
ทำไมถึงชอบปล่อยให้พี่อยู่คนเดียว’’
‘’.........’’
‘’พี่ต้องขอโทษและง้อนายใช่ไหม’’
ติ๊ด!!!
‘’อ้ะ พี่ปิดเพลงผมทำไม’’
‘’เป็นอะไร โกรธอะไร ?’’
‘’...........’’
ตัวผมถูกอีกคนดึงให้ลุกขึ้นนั่งก่อนจะได้รับสายตาจริงจัง มือของเขาจากที่บีบผมเบาๆตอนนี้เริ่มจะเปลื่ยนเป็นบีบแรงๆแล้ว
ก้อนเนื้อที่ฝังอยู่ในอกด้านซ้ายเต้นแรงเมื่อโดนจ้องแบบนั้น ผมไม่อยากพูดถึงมัน
ถ้าเขาจะมีใครสักคนเพิ่มเข้ามาก็ไม่เป็นไร
แต่ขอร้องให้ผมอยู่อันดับหนึ่งเหมือนเดิม ขอให้เขายังเห็นความสำคัญของผมเหมือนเดิมก็พอ
แล้วผมจะทำใจเอง
‘’อูฮยอนพูดสิ
เป็นใบ้หรือไง’’
‘’จุ๊ๆ’’
‘’จุ๊อะไรไม่เล่นนะ
ตอนนี้จริงจังอยู่’’
ผมอุดส่าห์ทำนิ้วจุ๊ปากให้อีกคนพูดเสียงเบาๆเพื่อเป็นการผ่อนคลาย
แต่ดูเหมือนผมจะเล่นผิดที่ผิดเวลาจริงๆ ถ้าอยากคุยจริงๆก็จะพูดก็ได้ ผมหยิบโทรศัพท์เอาไปวางไว้ไกลๆจากรัศมีและมองหน้าอีกคนตอบ
บอกตรงๆมองหน้าคิมซองกยูตอนนี้ไม่ใช่เรื่องตลก - -
‘’พี่มีอะไรจะเล่าให้ผมฟังมั้ย
?’’
‘’อย่ามาเปลื่ยนเรื่อง’’
‘’ผมไม่ได้เปลื่ยน
ผมกำลังจะถามไงว่าพี่ปิดบังอะไรผมอยู่’’
‘’ไม่มี’’
‘’ไม่มี ?
เอ้องั้นผมก็ไม่มีเหมือนกัน’’
พูดออกมาได้ยังไงว่าไม่มี
เท้าเล็กเขี่ยขาอีกคนเชิงให้กระเถิบออกไปเพราะจะนอนน้ำเนิ้มไม่อาบแล้ววะวันนี้ไม่มีอารมณ์
ผมกำลังจะทิ้งตัวลงนอนอีกครั้งแต่กลับถูกอีกคนดึงขึ้นไปนั่งเหมือนเดิมอีกครั้ง
‘’ยังคุยไม่จบ’’
‘’จบแล้ว!!!’’
คิมซองกยูกระตุกแขนผมให้เข้าไปใกล้ก่อนจะฝังจมูกลงบนแก้มเนียน
มือหนาผละจากข้อแขนเปลื่ยนเป็นกอดเอวบางไว้แทน
ใบหน้าหล่ออยู่ไม่นิ่งคอยคลอเคลียไปมาอยู่ตลอดเวลา กำปั้นน้อยๆพยายามทุบหน้าอกอีกคนให้ปล่อยเดี๋ยวนี้
ตอนนี้กำลังหงุดหงิด กำลังไม่เข้าใจ
‘’หยุดเดี๋ยวนี้!!!’’
‘’หอมจัง’’
‘’อะ.....พี่ซองกยู!!!’’
อีกคนดึงคอเสื้อของผมให้กว้างออกและกดริมฝีปากทำสีเข้มไว้ตรงหัวไหล่มน มือหนาเริ่มลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังและบั้นท้ายอย่างสนุกมือ
คิมซองกยูละใบหน้าออกมาจากบริเวณไหปลาร้าและเงยขึ้นมามองหน้าผมตอนนี้ที่บึ้งจนแทบจะยับ
‘’ก็คุยดีๆไม่คุยนี่ งั้นเรามาทำไปด้วยคุยไปด้วยเอามั้ย’’
‘’ไม่เอา’’
‘’งั้นก็มาคุยกันดีๆ
อย่าทำแบบนี้สิ’’
‘’ไม่คุย
ผมไม่อยากคุยกับพี่....อ๊ะ!’’
ฟุบ!!!
คิมซองกยูดันผมนอนราบกับเตียงก่อนจะขึ้นมาควบตัวผมไว้
มือทั้งสองข้างถูกอีกคนยึดไว้กับเตียงแน่น หน้าอกกระเพื่อมขึ้นไม่เป็นจังหวะเมื่อเห็นอีกคนอยู่ด้านบนแบบนี้
ขาทั้งสองข้างพยายามดีดดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุมแต่ดูเหมือนว่าผมจะสู้อะไรเขาไม่ได้เลย
นี่ผมเกิดมาเคยเอาชนะซองกยูได้สักครั้งรึป่าว
‘’ไม่คุยก็ไม่คุย
เพราะพี่ก็ไม่อยากคุยกับนายเหมือนกันอูฮยอน’’
‘’ไม่คุยก็ลงไปสิ....โอ้ย! อย่าทำแบบนั้นนะ!!!’’
อีกคนกระตุกกางเกงและชั้นใจของผมลงไปกองอยู่ตรงหัวเข่าด้วยมือข้างเดียวอย่างชำนาญ ดวงตาผมเบิกกว้างเมื่อมือหยาบของคนด้านบนเลื่อนมากอบกุมส่วนอ่อนไหวของผมไว้
น้ำตาซึมตรงหางตาบ่งบอกถึงว่าไม่อยากให้อีกคนทำแบบนี้
แต่คิมซองกยูกลับไม่ชายตาขึ้นมามองหน้าผมเลย
‘’อ้ะ.....พี่ครับอย่า’’
‘’........’’
‘’อื้ออ อ้ะ พะ
พี่ซองกยู’’
มือของอีกคนกำแกนกายผมไว้แน่นก่อนจะขยับขึ้นลง
ปลายนิ้วชี้ลูบวนส่วนปลายอย่างเย้าหยอกเล่นเอาทำคนถูกกระทำอดที่จะสะดุ้งตัวไม่ได้ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นและหลับตาปี๋
ขาสองข้างจากที่ถีบผ้าปูที่นอนไปมากลับหยุดนิ่งกับที่เปลื่ยนจิกลงบนผืนเตียง
‘’อะ....อ้าคิมซองกยู’’
‘’ไหนว่าไม่อยากคุยกับพี่ไง
แล้วนี้เรียกทำไม ?’’
‘’........’’
ฉลาดนักนะกับเรื่องแบบนี้
ฝ่ามือหยาบของอีกคนจากที่กระทำอย่างเนิบนาบแต่หนักหน่วงตอนนี้กลายเป็นเพิ่มจังหวะให้ถี่รัวและรุนแรง
ใบหน้าหวานเหยเกไปตามอารมณ์ที่ได้รับ
สะโพกกลมยกขึ้นรับจังหวะการกระทำที่จาบจ้วงอย่างลืมตัว เหงื่อกาฬซึมตามใบหน้า
ตอนนี้ร่างกายมันร้อนไปหมด
‘’อื้ออออ อ้า อ้ะ!!’’
‘’……..’’
มือนุ่มกำผ้าปูที่นอนแน่น เท้าสองข้างเกร็งนิ่งเมื่อแสงสว่างจ่ออยู่แค่ปลาย
การกระทำของอีกคนเริ่มช้าลงๆ และกลายเป็นหยุดนิ่งในที่สุด คิมซองกยูแกล้งผม
เขาแกล้งผม!!
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่ออารมณ์ค้าง
ใช้มือตัวเองเพื่อจะให้ตัวเองระบายหยาดน้ำรักออกมา
แต่ไม่ทันจะได้แตะคิมซองกยูก็จับมือผมออกไม่ให้ช่วยตัวเอง รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นมาก่อนจะดึงตัวผมให้ลุกขึ้นไปนั่งบนตักของเขา
‘’อยากคุยกันมาบ้างรึยัง
?’’
‘’........’’
‘’สงสัยยังไม่อยากคุย’’
‘’อ้ะ!!!’’
คิมซองกยูยกตัวนิดนึงและถอดกางเกงและชั้นใจตัวเองออก
ความคับแน่นของอีกคนถูไถอยู่ตรงส่วนหวงห้ามด้านหลังของผม
ใบหน้าหวานแดงซ่านเมื่ออารมณ์กามของตัวเองยังไม่หมดไปและไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
ลมหายใจรอดรดอยู่บริเวณซอกคอขาวก่อนจะที่จะออกแรงดูดดึงเป็นจังหวะ
ตอนนี้ผมคิดว่ามันคงมีรอยเต็มไปหมดแล้วแน่ๆ
มือบางทั้งสองข้างสั่นเล็กน้อยพยายามจับไหล่อีกคนให้แน่นที่สุด
ผมกำลังจะไม่ไหว.....
อีกคนเคลื่อนไหวส่วนล่างไปมาเหมือนเจาะจงให้ผมขาดใจตาย
มือหนาของอีกคนถูกย้ายสอดเข้ามาภายในเสื้อยืดของผมและลูบไล้แผ่นท้องไปมาอย่างแผ่วเบาเล่นเอาเกร็งท้องจนปวดไปหมด
นิ้วเรียวของอีกฝ่ายสะกิดยอดอกสีสวยไปมาและค่อยๆบดคลึงมันทั้งสองข้างอย่างช้าๆ เสียงหอบหายใจของผมดังขึ้นอย่างเร่าร้อน
ผมไม่รู้มาก่อนเลยจริงๆว่าคิมซองกยูจะเป็นคนแบบนี้ เขาสามารถหาทางให้ผมปริปากพูดเรื่องที่เขาอยากรู้ได้ขนาดนี้เลยหรอ
‘’อ่า....คิมซอง ก กยู’’
‘’อยากคุยกันขึ้นมาบ้างนิดนึงละยัง’’
‘’อยากแล้ว อ อยากๆ’’
‘’อยากคุยหรืออยากอย่างอื่น’’
‘’อยาก.....อยากคุยๆ’’
ตอบไปอย่างลืมตัวในเมื่อสติสตังไม่อยู่กับที่แล้ว
คิมซองกยูหอมแก้มผมฟอดใหญ่ก่อนจะจับแก่นกายตัวเองมาจ่อช่องทางด้านหลังผมไว้ แต่ไม่ได้จัดการสอดใส่เข้ามา
ห้วงลมหายใจของผมขาดหายไปเหมือนคนหายใจไม่ทัน
ตอนนี้อยากจะคุยอะไรผมพร้อมที่จะตอบหมดแล้ว
‘’โกรธพี่เรื่องอะไรหรอหืม
?’’
‘’งื้ออ
ใส่เข้ามาก่อนไม่ได้หรอ’’
‘’ไม่’’
‘’อ๊ะ!!!!’’
ปลายเล็บคมจิกลงบนส่วนหัวมนของแก่นกายผมเบาๆแต่ก็เล่นทำผมสะดุ้งโอบรัดคอเขาสุดตัว
ตาสองข้างสว่างจ้าเหมือนเรียกสติกลับคืนมา
ใบหน้าหล่อยังคงฉีกยิ้มกว้างเหมือนกับว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด ก่อนจะส่งคำถามเดิมอีกครั้ง
‘’ตกลงโกรธพี่เรื่องอะไร’’
‘’ซ ซองยอลพี่กับเด็กคน
นะ นั้น อ้า.....’’
‘’ไม่ต้องดันตัวลงมาเลยนะ คุยกันให้จบก่อน’’
‘’.........’’
‘’ซองยอลทำไม ?’’
‘’ผมได้ยินพี่คุยโทรศัพท์กับเด็กนั้นเมื่อสองวันก่อน
คุยเรื่องของเราของพี่กับมัน’’
‘’นายมาแอบฟังหรอ ?’’
‘’ฮึก....ใครจะไปอยากฟัง
ผมเดินผ่านไปได้ยินต่างหาก!!!! ผมจะไม่โกรธพี่หรอกนะถ้าพี่จะทำแบบนั้นกับคนอื่นเพราะผมเคยทำมาก่อน
แต่เว้นซองยอลไปได้มั้ยเขาเป็นคนรักของลูกชายเรานะ ฮึก...ฮือออ....’’
ผมไม่อยากจะพูดเรื่องนี้เพราะอะไรล่ะ
ในเมื่อพูดแล้วก็อดใจไม่ไหวที่จะร้องให้ทุกที คิมซองกยูเงียบไปเหมือนโดนสตั้น
ผมกอดอีกคนแน่น ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงในเมื่ออยากจะยอมรับความจริงแต่ก็ทำไม่ได้
เข้าใจความรู้สึกของผู้ชายคนนี้แล้ว
ตอนที่ผมมีคนอื่นเขาก็คงจะมีความรู้สึกแบบนี้เหมือนกันใช่ไหม
เขาเรียกว่าเวรกรรมหรือป่าวบอกที แต่นี้กับแฟนลูกเลยนะมันไม่มากไปหน่อยหรอ ?
‘’ไม่ใช่สักหน่อย’’
‘’ฮึก ฮึก ฮือออ....’’
‘’พี่กับซองยอลไม่ได้เป็นอะไรกันแบบที่นายคิด
ตอนแรกพี่ตั้งใจเก็บเรื่องนี้ไว้ไม่บอกนายเพราะคิดว่านายคงไม่มีวันรู้
แต่วันนี้โลกกลมจริงๆ ยังไงนายก็ต้องรู้ความจริงเกี่ยวกับซองยอลและครอบครัวเรา’’
‘’ม หมายความว่าไง ?’’
คิมซองกยูดันตัวผมออกเบาๆเพื่อที่เขาจะได้มองหน้าผมได้ถนัด
มือหนาลูบหัวผมเบาๆก่อนจะยิ้มอ่อนโยนมาให้
ผมยกหลังมือเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆก่อนจะมองหน้าอีกคนอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ
แล้วซองยอลมาเกี่ยวอะไรกับครอบครัวเรา แล้วมาเกี่ยวได้ยังไง
‘’จำอีซานดึลได้ไหม’’
‘’อื้อ จำได้สิ’’
‘’ซานดึลเขาเสียแล้วนะ’’
‘’อะ ล
แล้วซานดึลเกี่ยวอะไรกับซองยอล’’
‘’ซองยอลคือลูกของซานดึล’’
‘’………’’
‘’เมื่อเจ็ดปีก่อนซานดึลเสียเพราะโรคมะเร็ง
สิ่งสุดท้ายที่เขาขอก่อนตายคือช่วยให้พี่ดูแลลูกชายของเขาทั้งสองคนแทนด้วย
ซานดึลเลิกกับชางซันตั้งแต่ซองยอลอายุสามขวบเขาต้องเลี้ยงซองยอลกับซองจงมาคนเดียวโดยตลอด
พี่รับเลี้ยงเขาในฐานะลูกบุญธรรมโดยการเซ็นเอกสารถ่ายโอนบุตรตอนนี้อีซองยอลคือลูกของพี่
ชื่อบิดาของเขาเปลื่ยนจากลีจุนเป็นพี่แล้ว สาเหตุที่พี่ไม่บอกนายเพราะอะไรรู้ไหมอูฮยอน’’
‘’..........’’
‘’เพราะนายไม่ชอบแม่เขาไม่ใช่หรอ
ซานดึลบอกซองยอลว่าถึงเวลามาอยู่ครอบครัวกับเราแล้วอย่าวุ่นวายและขออะไรจากพวกเราเพราะกลัวนายจะไม่ชอบลูกของเขา
ซองยอลไม่แม้แต่จะมาวุ่นวายกับชีวิตของพี่เพราะกลัวนายจะผิดใจกับพี่ สิ่งเดียวที่พี่ขอให้เขารับคือเงินของพี่
กว่าเด็กคนนั้นจะรับมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย เขากลัวเราจะวุ่นวายกันขนาดไหนรู้ใช่มั้ยอูฮยอน’’
‘’พี่ครับคือผม....’’
‘’คืออะไร’’
บอกทีคิมซองกยูกำลังเอามือฟาดหน้าผมอยู่รึป่าว
นี้เขากำลังอินใช่ไหม ความจริงผมไม่ได้คิดอคติอะไรกับซานดึลขนาดนั้น
แต่ผมไม่รู้ว่าท่าทางของผมจะทำให้คนอื่นคิดว่าผมเกลียดซานดึล ความจริงแล้วคิมซองกยูเลี้ยงครอบครัวนั้นมาตลอดตั้งแต่ซานดึลเสียเลยหรอ เขาก็ควรจะบอกผมตั้งแต่แรกสิ ผมรับได้หรือไม่ได้ก็ค่อยว่ากัน
เขาเล่นปิดผมมานานขนาดนี้ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงไม่บอกผมต่างหาก
‘’ผมไมได้เกลียดซานดึลหรอกนะ แต่พี่ควรจะบอกความจริงกับผมตั้งแต่วันนั้น’’
‘’ก็นายไม่ชอบให้พี่อยู่กับเขา
จะให้พี่บอกนายยังไง’’
‘’......’’
‘’ปากผมบอกไม่ชอบแล้วใช่ว่าผมจะเกลียดเขาหรือไง
พี่เห็นผมเป็นตัวร้ายใช่ไหม ผมก็รู้นะครับว่าอะไรคืออะไร
มันอยู่ที่ว่าพี่ไม่คุยกับผมตรงๆมากกว่า’’
ว่าก็เอื้อมมือไปคว้ากางเกงขึ้นมาใส่ให้เรียบร้อยก่อนจะหนีไปที่อื่น
คิมซองกยูถอนหายใจก่อนจะหงายหลังลงกับผืนเตียงเมื่อเห็นผมกลับมาเป็นคนพูดไม่รู้เรื่องเหมือนเดิมอีกครั้ง เขาทำให้ผมเหมือนตัวร้ายในละครที่ไร้เหตุผล
เขาทำเหมือนผมเป็นโง่คนนึงที่ไม่รู้ว่าครอบครัวตัวเองไปถึงขั้นไหนและทำอะไรบ้าง
เหมือนว่าผมเป็นเมียที่มีหน้าที่แค่เลี้ยงลูกส่วนอย่างอื่นไม่ต้อง
เขาเคยคิดจะตัดสินใจอะไรโดยมีผมเข้าไปมีส่วนร่วมบ้างรึป่าว
ในสายตาเขาผมเป็นคนที่ไม่มีเหตุผลขนาดนั้นเลยหรอ.....
.
.
.
.
.
.
.
.
11 : 47 AM
แกร๊ก...
‘’อาวแม่มานอนเล่นห้องผมหรอ หรือว่ามาทำความสะอาด ?’’
‘’ป่าวเมื่อคืนนอนห้องนี้’’
‘’แล้วพ่อไม่ว่าหรอ
หรือว่ามานอนกับพ่อ’’
‘’ป่าวนอนคนเดียว’’
‘’อ่อ.....วันนี้ผมพาซองยอลมากินข้าวด้วยนะครับ’’
‘’ซองยอลหรอ ?’’
มยองซูพยักหน้าหงึกหงักเมื่อผมทวนชื่อแฟนของเขา
ลูกชายเดินมาจับมือผมและพาเดินออกไปนอกห้องด้วยกัน
ยังไม่ทันจะก้าวลงบันไดก็เห็นซองยอลกำลังนั่งอยู่ข้างล่างพอดี เด็กคนนั้นลุกขึ้นยืนและก้มหัวทักทายผมด้วยรอยยิ้มน่ารัก
เห็นแล้วไม่กล้าเข้าใกล้ ไม่ใช่เพราะผมไม่ชอบเขาหรอกนะ
แต่รู้สึกผิดมากกว่าที่เขารู้ว่าผมไม่ชอบแม่ของเขา แอบอยากรู้เหมือนกันนะว่าซองยอลจะรู้สึกยังไงเมื่อรู้ว่าแม่ของแฟนไม่ชอบแม่ตัวเอง
‘’สวัสดีครับคุณน้า’’
‘’สวัสดีซองยอล เอ่อ
ไปกินข้าวกัน’’
‘’ครับ’’
ผมตอบยิ้มๆให้กับซองยอลก่อนจะเดินไปนั่งตรงโต๊ะอาหารที่มีคิมซองกยูนั่งอยู่ก่อนแล้ว
เรื่องนี้ลูกชายของเรารู้รึยังแต่ดูจากท่าแล้วยังคงไม่รู้ ผมนั่งข้างๆซองกยู
ส่วนมยองซูกับซองยอลนั่งอีกฝั่งนึง
ผมเห็นมยองซูนั่งมองหน้าพ่อของเขาตลอดเหมือนจ้องจับผิดอะไรอยู่สักอย่าง
‘’เอ่อคุณอาบอกว่าคุณน้ารู้เรื่องของผมแล้ว’’
‘’เรื่องอะไรหรอ ?’’
ผมไม่ได้ตอบนะครับ
มยองซูขมวดคิ้วเข้าหากันและมองหน้าผมกับพ่อเขานิ่ง คิมซองกยูยกยิ้มก่อนจะส่ายหัวให้ซองยอลเชิงว่าไม่ต้องพูดเดี๋ยวพูดเอง
มยองซูจะรู้สึกยังไงถ้าเขารู้ว่าพ่อของตัวเองรับอีกคนมาอยู่ในฐานะพี่ชายตั้งนานแล้วโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง
‘’ผมถามว่าบอกอะไร!!!’’
‘’แอลอย่าเสียงดังสิ’’
ซองยอลจับแขนมยองซูและส่ายหัวไปมาให้เชิงว่าใจเย็น
คิมซองกยูยังคงนั่งอยู่เฉยๆโดยไม่พูดอะไร แล้วเราควรจะต่อเรื่องนี้ไหม
ลูกชายมองหน้าผมและพ่อของเขาอย่างเอาเรื่องเมื่อถามแล้วไม่ตอบ จะให้ผมตอบยังไงล่ะ
ผมยังไม่รู้เรื่องอะไรพวกนี้ดีเลย รู้ตัวอีกทีมันก็ผ่านมาแล้วเจ็ดปี
‘’เดี๋ยวผมจะอธิบายให้แอลฟังเองนะครับ’’
‘’เดี๋ยวนี้!!!’’
‘’อ้ะ!! ขอตัวนะครับ’’
ผมมองลูกชายตัวเองฉุดแขนซองยอลลุกไปต่อหน้าต่อตาด้วยความรุนแรง
โมโหโหดแบบนี้ดูไม่ยากเลยว่าได้มาจากใคร ตอนนี้เหลือผมกับคิมซองกยูอีกแล้ว
เมื่อคืนผมก็ปล่อยให้เขานอนคนเดียว จะว่าน้อยใจก็น้อยแต่ไม่ได้โกรธหรอก
แค่น้อยใจว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับผม
และปล่อยให้มยองซูโง่คบกับพี่ชายร่วมสำเนาเดียวกันตั้งนาน
‘’พี่.....ลูกจะรับได้ไหม’’
‘’มันจะน่าเสียใจอะไรนักหนา
ซองยอลไม่ได้เกิดมาจากน้ำเชื้อของฉันสักหน่อยแค่เพียงซองยอลถูกเปลื่ยนชื่อบิดาจากอีชางซันเป็นคิมซองกยูแค่นี้’’
‘’แล้วมารดาล่ะ’’
‘’ก็อีซานดึลไง’’
‘’........’’
ไม่แตกต่างอะไรจากคิมซองกยูมีสองครอบครัวเลยชัดๆ แล้วทำไมต้องเปลื่ยนด้วยอ่ะแค่รับเลี้ยงอย่างเดียวไม่พอหรอ
ทำไมต้องไปใช้ชื่อครอบครัวรวมกัน ผมไม่กล้าถามอะไรออกไปอีกทำได้แค่นั่งอยู่เงียบๆ
รอสองคนนั้นคุยธุระกันเสร็จแล้วมากินข้าว ใจลึกๆอยากให้เขาไปถอนชื่อออก
ไม่อยากให้เขาไปเซ็นว่าเป็นบิดาของใครนอกจากมยองซู
‘’แต่ถ้าพี่ตายไปมรดกทุกอย่างพี่ก็ให้ลูกของเราคนเดียวนะ’’
‘’........’’
‘’หรือถ้าพี่ตายก่อนพี่ก็ยกทุกอย่างให้นายกับลูก’’
‘’ไม่เอา
ถ้าพี่ตายผมก็จะตายตามพี่ไปด้วย พี่ต้องยกทุกอย่างให้มยองซูนะ’’
‘’แต่พี่ไม่ยกนายให้ลูกนะ’’
‘’ทำไม ผมเป็นแม่เขานะ’’
‘’นายเป็นของพี่ต่างหาก
แม้แต่ลูกพี่ก็ไม่ยกให้พี่หวงมาก ฮ่าๆๆๆ’’
นี้เขาบ้าไปแล้วใช่มั้ยแม้แต่ลูกยังหวง
> < คนตัวใหญ่ส่งรอบแขนมาโอบไหล่ผมไว้และฝังจมูกลงมาบนกลุ่มผมนุ่มเบาๆ
มือบางวางทับบนมือของอีกคนพร้อมกับสอดนิ้วเรียวให้ประสานกันไว้
ไม่ได้รู้สึกดีแบบนี้มานานแค่ไหน ไม่ใช่ว่าไม่ได้รู้สึกดีในช่วงเวลาที่ผ่านมา
แต่วันนี้มันรู้สึกดีกว่าวันอื่นๆแค่นั้นเอง ผมมีหลายเรื่องอยากจะขอโทษสามีคนนี้
แต่ให้พูดชาตินี้ก็คงจะไม่หมดเพราะเยอะเกินไป และผมก็มีเรื่องที่อยากจะขอบคุณเขามากมายเหมือนกัน
พูดชาตินี้ก็คงจะขอบคุณไม่หมด สามีคนนี้ดีเกินไปจริงๆ
‘’ขอบคุณนะครับที่อยู่กับผมมาถึงวันนี้
ถ้าผมไม่ไปสมัครงานกับพี่ตอนอายุยี่สิบสองตอนนี้ผมคงจะใช้ชีวิตแบบเมื่อก่อนไปจนตายแน่ๆ’’
‘’ขอบคุณที่เดินมาหาพี่ที่ลานน้ำพุเหมือนกันนะ
ถ้าวันนั้นนายไม่เดินเข้ามาพี่คงไม่รู้จักนายแน่ๆ’’
‘’อย่าพูดถึงวันนั้นสิมันน่าอายนะ
ฮ่าๆๆๆ’’
‘’ทำไมอ่ะ
แต่เมื่อก่อนนายสวยมากเลยนะอูฮยอน’’
‘’บ้า -//////-‘’
พูดแบบนี้มันน่ารักนัก แต่เมื่อก่อนผมดูดีจริงๆแหล่ะไม่งั้นคงไม่ฮอตคิคิ
ตอนนี้ไม่รู้ว่ามยองซูกับซองยอลไปเคลีย์กันถึงไหนแต่ผมรับรองว่าซองยอลคงจะหาคำอธิบายมาพูดให้ลูกชายผมเข้าใจได้แน่ๆ
ดูแบบแล้วถอดนิสัยออกมาจากแม่ของเขาชัดๆ อ่อนโยนแบบนี้ต้องเจอโหดๆแบบลูกชายของผมถึงจะลงล็อค
จมูกโด่งฝังลงบนซอกคอของอีกคนเพื่อจะสูดเอาความหอมเข้าปอด
บอกตรงๆน้ำหอมญี่ห้อดีขนาดไหนก็สู้กลิ่นตัวของคิมซองกยูไม่ได้
สามีผมหอมที่สุดครับ!!!!
‘’อูฮยอน’’
‘’หืม ?’’
‘’ถึงพี่จะไม่ได้บอกว่ารักนายบ่อยๆ
แต่นายก็รู้ใช่ว่าพี่รักและหวงนายมากแค่ไหน’’
‘’ครับ ผมรู้’’
‘’มาใช้ชีวิตในช่วงอายุห้าสิบถึงหนึ่งร้อยด้วยกันนะ’’
‘’อื้อ
มากกว่าหนึ่งร้อยก็ได้ครับ’’
แขนสองข้างอ้าออกก่อนจะรัดรอบตัวอีกคนแน่น
ซบใบหน้าลงบนเนินไหล่ของอีกคนด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้
ขอบคุณพระเจ้าที่ส่งเขามาเป็นของผมนะครับ
ถึงใครจะด่าว่าเขาไม่ดีแค่ไหนแต่สำหรับผมคิมซองกยูคือผู้ชายที่ดีที่สุด
เขาเป็นพ่อของลูกและสามีที่ใครหลายก็อาจจะไม่สามารถเป็นได้เหมือนเขา อีกครึ่งของชีวิตมันช่างน้อยลงทุกที
ผมไม่รู้ว่าเราจะใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสงบสุขไปจนถึงหนึ่งร้อยปีอย่างที่ตั้งไว้ไหม
แต่ขอแค่ได้สิ้นลมหายใจไปพร้อมกันก็พอ
ขอแค่วันสุดท้ายคนที่ยืนอยู่ข้างๆผมคือเขาก็พอ...
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
20 ปีต่อมา...
‘’คุณตาคุณยายครับวันนี้แดยอลกับคุณพ่อและม๊ามาเยี่ยมนะครับ’’
เสียงเจี้ยวจ้าวของเด็กชายวัยสิบห้าดังขึ้นพร้อมกับดอกลิลลี่ที่ถูกวางไว้บนโขดหินคู่ที่สลักชื่อไว้ว่า
คิมซองกยู และ นัมอูฮยอน มือนุ่มของผู้เป็นแม่จับมือเด็กชายแดยอลไว้
และนี้เป็นสุดสัปดาห์ที่ซองยอลพาลูกชายมาเยี่ยมพ่อแม่ของพ่อ
‘’คุณน้าและคุณอาเป็นยังไงบ้างครับ
บนสวรรค์สบายเหมือนอยู่บ้านเราหรือป่าว แต่ถึงจะไม่สบายคุณอาก็ทำให้คุณน้ามีความสุขอยู่แล้วใช่มั้ยครับ’’
‘’วันนี้แดยอลไปเรียนพิเศษวันแรก
ผมเลยพาเขาเยี่ยมคุณอากับคุณน้าก่อน‘’
‘’ผม แดยอล และมยองซู สบายดีนะครับ
พวกเรายังคงคิดถึงคุณอาและคุณน้าเสมอ’’
‘’คุณน้าไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ
ผมยังรักษาสัญญาที่ให้กับคุณน้าไว้เสมอ ผมจะดูแลมยองซูและลูกของเราให้ดีที่สุด
เหมือนที่คุณน้าดูแลมยองซูเลยครับ’’
ร่างโปร่งเงยหน้าพร้อมกับยิ้มให้กับบุคคลที่อยู่บนท้องฟ้าอย่างสดใส
ลูกชายของเขาก็เช่นกันที่ยังคงยิ้มให้กับคุณตาและคุณยาย
ถึงแม้ว่าจะมองไม่เห็นแต่ก็สามารถรับรู้ได้ว่าคิมซองกยูกับนัมอูฮยอนยังคงมองเขาอยู่จากด้านบน
‘’ผมต้องไปก่อนนะครับเดี๋ยวแดยอลจะเข้าเรียนสาย
วันนี้มยองซูไม่ได้มาด้วยเพราะเขาติดธุระที่บริษัท เขาบอกว่าคราวหน้าเขามาชดเชยเวลาให้พ่อกับแม่ของเขาทั้งวันเลย’’
‘’คุณตาคุณยายครับแดยอลไปก่อนนะ
แล้วจะมาหาใหม่นะครับ’’
เมื่อกล่าวคำลาเสร็จซองยอลและแดยอลก็เดินกลับมาที่รถและขับออกไปจากบริเวณสุสาน
คุณอาและคุณน้าเสียชีวิตในอายุเจ็ดสิบ ภาพที่ท่านสองคนจากโลกนี้ไปซองยอลและมยองซูยังจำได้ไม่มีวันลืม
ภาพชายชราสองคนนั่งจับมือกันโดยบนหัวไหล่ของคิมซองกยูมีศรีษะของนัมอูฮยอนซบอยู่ ท้องฟ้าวันนี้สดใสเหลือเกิน ถ้ามยองซูมาด้วยคงจะได้รูปเยอะมากแน่ๆ
บทสนทนาของแม่ลูกดังขึ้นอยู่ตลอดทาง แดยอลเป็นเด็กที่พูดเก่ง มยองซูบอกว่าเด็กคนนี้คือแม่ของเขามาเกิด
เพราะแม่ของเขาช่างพูดและสดใสแบบนี้อยู่เสมอ นั่นคือสาเหตุที่มยองซูรักลูกชายของเขาสุดหัวใจ
ครืดดดด
‘’ม๊าครับป๊าใช่ไหม’’
‘’ใช่แล้ว ป๊าโทรมา’’
‘’ให้ผมรับๆๆ....ฮัลโหลป๊า’’
เสียงสดใสดังรอดใส่โทรศัพท์เข้าไปทำให้คนได้ยินถึงกับอดยิ้มไม่ได้กับความน่ารักของลูกชาย
เด็กน้อยหันหน้าออกไปนอกกระจกพร้อมกันหัวเราะคิกคักกับผู้เป็นพ่อ
มุมน่ารักแบบนี้มยองซูไม่ได้เผยมาได้ง่ายๆหรอกนะ อีกคนบอกว่าพ่อของเขาเป็นคนไม่ค่อยพูดเลยทำให้เขาโตมาในมุมแข็งๆ
เขากลัวแดยอลจะเป็นแบบเขาเลยต้องสอนลูกในแบบใหม่
โดยอย่างที่เห็นกันแอลน่ะมุ้งมิ้งใส่ลูกสุดๆ
‘’วันนี้แดยอลไปเรียนวาดรูปวันแรกแล้วนะ
ขากลับป๊าต้องมารับกับม๊านะ’’
‘ได้เลยจ้ะลูกรัก
ป๊าจะพาไปกินไอศรีมด้วยดีไหม กินกันสามคน’
‘’เอา
กินไอศรีมนะครับป๊าอย่าผิดสัญญานะไม่งั้นจะโกรธ ไม่ให้ม๊านอนด้วย’’
‘ไม่ผิดอยู่แล้ว
ป๊าเป็นคนดีนะแดยอล’
การคุยของพ่อลูกคู่นี้แลดูคงจะไม่จบง่ายๆ ผ่านไปสักพักรถใหญ่เคลื่อนเข้ามาจอดตรงโรงเรียนสอนวาดรูปขนาดเล็ก
ซองยอลหยิบกระเป๋าอุปกรณ์วาดรูปของลูกชายพร้อมกับดึงมือแดยอลมากุมและเดินเข้าไปในโรงเรียนพร้อมกัน
พนักงานที่เคยต้อนรับเขาในวันที่แดยอลมาสมัครเรียนเดินมาให้บริการอีกครั้ง
ที่นี่ดีมากพนักงานทุกคนจำผู้ปกครองและเด็กที่มาเรียนได้หมด
นั่นเป็นสาเหตุที่มยองซูอยากให้ลูกชายเขามาเรียนที่นี่
‘’สวัสดีครับคุณอีซองยอล
สวัสดีครับแดยอลไหนว่าคุณพ่อจะมาส่งไง’’
‘’ป๊าไม่ว่างครับเลยให้ม๊ามาส่งแทน’’
‘’แล้ววันนี้ของแดยอลเลิกเรียนตอนกี่โมงครับผมจะได้มารับถูก’’
‘’วันนี้แดยอลเรียนพื้นฐานครับไม่ได้มีอะไรมากอีกสามชั่วโมงก็มารับได้เลยครับ’’
‘’อ๋อโอเคครับ.....แล้วม๊ากับป๊าจะมารับนะ
ถ้ากลับก่อนเวลาก็โทรมาบอกนะรู้ไหม’’
‘’ครับม๊า
กลับบ้านดีๆนะ’’
ซองยอลยิ้มให้ลูกชายและอาจาร์ยสอนศิลปะอีกครั้งก่อนจะเดินออกมา
เมื่อผู้เป็นแม่จากไปแล้วแดยอลจึงต้องเดินแยกไปเข้าในห้องเรียนคนเดียว
ภายในห้องเรียนของแดยอลมีเพียงแค่ไม่กี่ถึงยี่สิบคน
แต่ดูเหมือนว่าเขาจะมาช้าไปเพราะตอนนี้เพื่อนๆทุกคนกำลังเรียนกันอยู่
‘’ขอโทษครับผมมาสาย
ขออนุญาติเข้าห้องครับ’’
‘’เชิญครับ’’
เด็กตัวเล็กเดินไปนั่งตรงที่ที่ว่างอยู่ก็คือแถวหน้าสุด
คุณครูสอนวาดรูปมองหน้าเขาเพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีก็หันไปสนใจเนื้อหาที่ค้างอยู่
แล้วแบบนี้เขาจะเข้าใจได้ยังไงในเมื่อคุณครูไม่สอนใหม่แต่แรก
ตาคมของเด็กน้อยมองไปยังป้ายชื่อของคุณครูที่แปะอยู่ตรงโต๊ะทำงาน หวังว่าจะไปฟ้องพ่อที่คุณครูไม่ยอมทวนใหม่ให้
ชื่อของคุณครูเขียนไว้ว่า
‘คิมมุนซู อายุ 27ปี จบจากวิทยาลัยอุลลิม สาขาวิชาศิลปะ’
‘’ครูครับ
ทำไมครูไม่สอนใหม่ครับผมเพิ่งมาผมยังไม่รู้’’
‘’ครูสอนไปครึ่งนึงแล้ว
ถ้ากลับไปสอนใหม่มันจะเสียเวลา’’
‘’อาว....’’
‘’โทรไปบอกพ่อแม่ไว้เลยว่าวันนี้กลับช้า’’
‘’……’’
‘’เพราะเดี๋ยวครูจะสอนนายเป็นการส่วนตัวนอกเวลาเอง’’
ถ้ามาเร็วกว่านี้ ก็จะได้ไม่ต้องเรียนเป็นการส่วนตัวกับคุณครูมุนซูใช่ไหม
?
THE END
อ่า อยากให้ฟินลีดนัมในตอนจบอ่ะ
ตอบลบรู้สึกหวิวๆเหมือนดูคอนเสิร์ตตอนจบเลย
ซึ้ง น้ำตาคลอ ตอนจบ ครอบครัวสุขสันต์ ให้ความรักเราตายไปด้วยกัน
ตอบลบพาทของมยองยอลอยู่ไหนหรอคะ อยากอ่าน 🙏
ตอบลบ