วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2557

[SF] FIC One more [HUNHAN] 100%


[SF] Fic One More [HUNHAN]
อีกครั้งของเซฮุน




เจ็บแล้วจำคือคน เจ็บแล้วทนคือควาย
ทุกวันนี้ผมยังไม่รู้ตัวเองเลยว่าผมคือ คน หรือ ควาย
.
.
.
.
.
.
.
.


          ขาเรียวก้าวไปตามทางอย่างเฉี่อยช้า นาฬิกาที่ข้อมือเล็กบ่งบอกว่าเป็นเวลาหกโมงครึ่ง ซึ่งเป็นเวลาเลิกงานของใครหลายๆคน และรวมถึงเจ้าตัวที่เดินอยู่ด้วย ในสมองของเขากำลังคิดถึงใครคนนึงที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเมื่อสามปีก่อน ดวงตาคมที่แข็งแกร็งกระด้าง สัมผัสที่อบอุ่นที่แตะตัวเขา มีบ้างที่รุนแรง มีบ้างที่ป่าเถื่อน น้ำเสียงราบเรียบที่คอยเรียกแต่ชื่อของเขาเป็นประจำ  กลิ่นกายเฉพาะตัวที่เขาคุ้นชินเมื่อยามอยู่ใกล้ ดวงตาเล็กเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาเมื่อคิดถึงบุคคลคนนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  ทำใจยังไงก็ไม่สามารถลบเลือนออกไปจากใจได้สักที ทำไมกันนะ ทั้งที่เรื่องราวเลวร้ายเหล่านี้ก็จบไปนานแล้ว




ทำไมนะเซฮุน ทำไมนายไม่ออกไปจากชีวิตผมสักที...



‘’ลู่หาน!!!’’



     ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงเรียกตรงข้างหู ยกมือบางขึ้นมาเช็ดน้ำตาตัวเองออกอย่างลวกๆและหันหน้าไปมองคนที่มาตะคอกชื่อเขาโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง คนที่ทำผมตกใจยืนยิ้มฟันขาวโชว์ผมอยากไม่รู้สึกนึก นี้รู้ไหมผมตกใจจนทำอะไรไม่ถูกนอกจากมองหน้าเขานิ่งๆเลยนะ



‘’ซิ่วหมิน’’
‘’ที่ยืนเงียบอยู่นานนี้กำลังประมวลผลอยู่ใช่ป่ะ ฮ่าๆๆ’’
‘’ทำไมนายไม่เรียกเราดีๆวะ ทำไมชอบทำให้เราตกใจจนสติหลุดอยู่เรื่อย’’
‘’แล้วใครสั่งให้นายชอบเดินเหม่อๆล่ะไอ่กวาง’’



        ซิ่วหมินมันพูดจบก็โอบคอและพาเดินต่อทันที ซิ่วหมินเขาเป็นเพื่อนของผมครับ เราสนิทกันตอนผมเรียนมัธยมปลายที่โรงเรียนปักกิ่งบ้านเกิดผม ตอนนั้นซิ่วหมินเป็นเด็กแลกเปลื่ยนจากเกาหลีไปจีนและก็เราอยู่ห้องเดียวกันและเป็นเพื่อนกันในที่สุด แต่อยู่ได้ไม่นานพอเรียนจบม.ปลายมันก็กลับมาอยู่เกาหลีและชวนผมมาเรียนต่อที่นี่ด้วยนี่แหล่ะ



‘’นี้เพิ่งเลิกงานล่ะสิ’’
‘’อืม  เรากำลังจะกลับบ้านนี้ล่ะ’’
‘’ทำไมตอนเย็นๆ นายชอบเป็นแบบนี้ทุกทีเลยวะลู่ หรือนายยังคิดถึงไอเด็กคนนั้น’’
‘’...’’
‘’ปล่อยมันไปลงนรกเถอะ ไม่มีมันลู่ก็ยังมีเรานะ’’



       ซิ่วหมินพูดอย่างหัวเสียเมื่อเขาถามผมและผมเงียบไป ผมพยักหน้าช้าๆและยิ้มออกมาให้เพื่อนสนิทสบายใจ ผมไม่ปฎิเสธว่าผมคิดถึงเด็กคนนั้น เหมือนมันกลายเป็นความทรงจำที่ฝังอยู่ในสมองของผมที่ไม่สามารถขับออกมาและลืมมันไปได้



‘’สามปีแล้วนะลู่ ลู่ยังลืมมันไม่ได้หรอ’’
‘’ไม่ใช่เราไม่ลืมนะหมิน’’
‘’แล้วทำไมทุกวันนี้ยังร้องให้เพราะมันอยู่ล่ะ’’
‘’ก็เร..’’
‘’ไอเซฮุนน่ะ ไปร้องให้เพราะมันทุกวันทำไม’’
‘’….’’
‘’ลู่คิดว่าเราไม่รู้หรอ ?’’



        ซิ่วหมินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนผมเถียงไม่ออก หมินก็เป็นแบบนี้เขาเป็นห่วงผมมาตลอดตั้งแต่ผมเลิกยุ่งกับเซฮุน ใช่... ตลอดสามปีตั้งแต่เซฮุนออกไปจากชีวิตผม ผมก็จมอยู่กับความเสียใจและออกไปจากรู้สึกแย่ๆไม่ได้ ผมต้องทนทรมานเพราะเขาไปอีกนานเท่าไหร่ผมยังไม่รู้ตัวเองเลย ในเมื่อทุกวันนี้ผมยังร้องให้เสียใจกับเรื่องราวโหดร้ายต่างๆที่มันเหมือนเกิดขึ้นเมื่อวาน  ทั้งที่มันก็ผ่านไปแล้วสามปี



‘’สามปีแล้วนะลู่ เมื่อไหร่นายจะเริ่มใหม่’’
‘’ขอบคุณมากนะหมิน เรากำลังพยายามลืม แต่มันต้องใช้เวลาไง’’
‘’ใช้เวลานานไปป่ะวะ...เฮ้อ เอาเถอะเราแค่ไม่อยากให้นายเสียใจ’’
‘’อื้อ รู้แล้วนาว่าเป็นห่วง’’



        ผมแซะไหล่อีกคนและยิ้มกว้างๆไปที หมินถอนหายใจโอเคเมื่อผมกลับมายิ้มร่าอีกครั้ง ตลอดทางผมกับหมินก็คุยเรื่องเรียนนั้นนี้ไปเรื่อยตามประสา อีกไม่กี่อาทิตย์มหาลัยก็จะเปิดเรียนแล้ว ชีวิตในช่วงซัมเมอร์ของผมกำลังจะหมดไป ต่อไปก็คงจะมีแต่เรียนกับเรียนแล้วสินะ  



‘’เราแยกกันตรงนี้แล้วกันนะหมิน ไว้เจอกันเว้ย’’
‘’เออ กินข้าวเยอะๆล่ะไอกวาง เมื่อกี้โอบนายรู้สึกตัวผอมเกินไปแล้วนะ’’
‘’จะให้เรากินอ้วนแบบนายหรอไง’’
‘’ไม่ดีหรือไง เราจะได้มาแก้มพองด้วยกัน ฮ่าๆๆๆ’’



        ผมทำหน้าแบ๊วๆส่งไปหาเพื่อนรักทีนึงพร้อมโบกมือและเดินแยกไปอีกทาง ผมเดินไปเรื่อยๆจนถึงบ้าน  เมื่อถึงที่ผมก็จัดการทำธุระส่วนตัวอาบน้ำกินข้าวตามปกติที่ทำทุกวัน มือบางโยนผ้าเช็ดผมลงตระกล้าผ้าที่วางอยู่มุมห้องและกระโดดขึ้นเตียงนอนทันที



‘’เหนื่อยจังเลย...’’



        พึมพำกับตัวเองเบาๆก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คแอพทวิตเตอร์ที่ผมชอบเล่นไปตามประสา ตากวางกวาดมองทุกอย่างในหน้าจอโทรศัพท์ไปเรื่อยจนมีข้อความเตือนขึ้นมาว่ามีคนฟอลโล่วผมเพิ่ม นิ้วเรียวจิ้มกดเข้าไปดูว่าใครกันที่ฟอลทวิตเขา แต่ก็ต้องชะงักมือไปเสียดื้อๆเมื่อดูชื่อแอคของคนที่ฟอลเข้ามา



ไม่จริง...



       มือน้อยสั่นเบาๆ และสูดลมหายใจลึกๆเข้าปอดอย่างเต็มที่ หลังมือยกขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้าที่ออกมาอย่างดื้อๆทั้งที่ในห้องนี้ก็เย็นไปด้วยเครื่องปรับอากาศ ตากวางสั่นระริกเมื่อชื่อทวิตของคนนั้นๆอยู่ตรงหน้า




‘OH SEHUN’ follow you!




        ผมน้ำตาหล่นทันทีที่เห็นใบหน้าของอีกคนในโทรศัพท์ รูปโปรไฟล์ของเขาที่โชว์ใบหน้าหล่อราวเทพบุตรที่เคยสะกดให้ผมหลงไหล เซฮุนยังเหมือนเดิม เมื่อสามปีก่อนเขาเป็นยังไงตอนนี้ใบหน้าของเขาก็ยังคงเป็นแบบนั้น มีเพียงบางส่วนที่เปลื่ยนไปอย่างทรงผมและรูปร่างของเขาที่โตขึ้นตามกาลเวลา  



เขาทำให้ผมตกหลุมรักเขาเหมือนครั้งแรกที่เราเจอกันทุกครั้งที่ได้เจอ...




        ผมตัดสินใจปิดโทรศัพท์และหลับตาลง ผมไม่รู้ว่าเซฮุนฟอลทวิตผมมาได้ยังไงในเมื่อเราก็ขาดการติดต่อกันไปนานแล้วเป็นปี ร้อยวันพันปีผมไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้เจอเขาอีก แต่วันนี้มันบังเอิญเกินไปไหม.. ความกลัวเข้าครอบงำหัวใจผมอีกครั้ง ความทรงจำต่างๆมากมายพรั่งพรูเข้ามารุมเร้าผมปวดหัวไปหมด เขาอาจจะบังเอิญเห็นทวิตใครคนนึงที่เคยรู้จักและกดฟอล ซึ่งคนที่เขารู้จักก็คือผม ผมที่พยายามลืมเขาออกไปจากหัวใจ





50%





กริ๊งงงง ~


         เสียงนาฬิกาดังขึ้นปลุกผมที่นอนหลับอยู่บนเตียงให้ตื่นภายในครั้งเดียวด้วยความดัง ผมลุกขึ้นเดินไปหยิบผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการธุระส่วนตัวจนเสร็จ ตาใสมองใบหน้าตนเองผ่านกระจกอยู่อย่างนั้น เหมือนกำลังพิจารณาอะไรสักอย่างบนใบหน้า ผมเพิ่งรู้ว่าตัวผมเองผอมลงไปมากจากเมื่อก่อน จากแก้มที่พองชวนหอม แต่ตอนนี้มันกลับยุบลงไปอย่างเห็นได้ชัด นี้ผมคงต้องกินอะไรให้เยอะกว่านี้ใช่มั้ย


กุกกัก กุกกัก!


     ผมสะดุดเสียงที่ดังอยู่ตรงหน้าบ้านอย่างสงสัย มันคือเสียงอะไรซึ่งผมเองก็ไม่รู้  ผมเอนตัวออกไปมองยังหน้าต่างที่ติดอยู่ตรงประตูบ้านอย่างกล้าๆกลัวๆ 


‘’นั่นใครน่ะ!!’’


     ผมพูดออกไปเสียงดังเมื่อเห็นเงาตะคุ่มเหมือนคนกำลังทำอะไรสักอย่างอยู่ตรงประตูรั้วบ้าน และเมื่ออีกคนได้ยินเสียงที่ตะโกนออกไปก็หยุดชะงักทันที อย่าบอกนะว่าโจรขึ้นบ้านผมตั้งแต่เช้าแบบนี้นะ ชีวิตลู่หานจะมาซวยเพราะโจรวันนี้ไม่ได้ T_T


‘’ผมถามว่าใคร ? ทำไมคุณไม่ตอบ’’


      ผมหยิบไม้เบสบอลพร้อมกับกำมันไว้แน่น  ย่องไปยังจุดที่โจรคนนั้นมันยืนอยู่ ใจผมเต้นตึกตักเพราะไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้มาต่อสู้กับโจรที่เพิ่งจะมาขึ้นบ้านผมครั้งแรก ถ้ามันพกปืนแล้วเห็นผมล่ะมันยิงผมตายคาที่เลยหรือป่าว ขาเล็กเดินเข้าไปไกลมากขึ้นและเหวี่ยงไม้เบสบอลไปเต็มแรงหวังกะจะให้มันโดนหัวโจร



ปัก!!



‘’โอ้ยย!!’’



แม่นชะมัด!!!



‘’ช่วยด้วยครับ!! โจรกำลังจะขึ้นบ้านผม ช่วยด้วย!!!’’



      ผมแหกปากร้องดังลั่น โจรคนนั้นยกมือกุมหัวตัวเองพร้อมกับล้มลงไปนั่งกับพื้น ผมรีบวิ่งเข้าไปไกล้พร้อมกับพยายามดึงมือโจรที่ปิดหน้าตัวเองอยู่ออกเพราะผมจะได้จำหน้ามันไว้ถ้ามันหนีทัน แต่มันโดนไม้เบสบอลอัดหัวขนาดนั้นทำไมมันยังมีแรงเอามือกุมหัวแน่นขนาดนี้วะเนื้ย



‘’เอามือออกมาเดี๋ยวนี้นะไอโจร แกจะขึ้นบ้านคนอื่นหรอห้ะ!!’’
‘’ฟังก่อนๆ อย่าจับฉัน!!’’
‘’ช่วยด้วยครับ ช่วยด้วย อ้ะ..’’


       อีกคนคนเห็นผมแหกปากไม่หยุดก็เอามือมาอุดปากผมทันที ผมนั่งนิ่งอยู่กับที่พร้อมกับจ้องหน้าอีกคนตาไม่กระพริบ เสียงฝีเท้ามากมายวิ่งมาทางผมแต่ผมก็ไม่ได้สนใจผู้คนที่มาช่วย  ตาคมมองผมด้วยสายตานิ่ง เขาปล่อยมือออกจากปากของผมและลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะสบทคำหยาบพร้อมกับวิ่งหนีไป


‘’แม่งเอ้ย...’’
‘’......’’  เดี๋ยวนะ...มันเกิดอะไรขึ้นกับผมตอนนี้ ทำไมผมถึงพูดอะไรไม่ออก 


‘’ลู่หานหนูเป็นอะไรบ้าง ได้บาดเจ็บตรงไหนไหมจำหน้าเจ้าเด็กเมื่อกี้ได้หรือป่าวหืม ?’’
‘’มะ ไม่ครับ ไม่ผมไม่เป็นอะไร’’  ผมตอบเสียงสั่นพร้อมกับยิ้มบางๆให้กับป้าที่เข้ามาจับตัว ผมยันตัวลุกขึ้นก่อนจะก้มหัวให้ทุกคนที่มาพร้อมกับส่งสายตาบอกว่าไม่เป็นอะไรแล้วขอบคุณมากๆ เหล่าป้าๆลุงๆแยกย้ายกันกลับบ้านตัวเองกันไปแล้วเหลือผมที่ยืนมองทางที่โจรคนนั้นวิ่งหนีไป 



ไม่สิ เขาไม่ใช่โจร....



      ผมวิ่งด้วยความเร็วตามไปทางนั้น อีกคนเพิ่งวิ่งไปได้ไม่นาน เขาอาจจะคงไม่ได้ไปไหนไกลแน่ๆ ขาผมวิ่งลัดเลาะไปตามซอยของหมู่บ้าน หัวใจเต้นตึกตักเหมือนกำลังจะระเบิดออกมา ไม่รุ้อะไรทำให้ผมรู้สึกใจสั่นขนาดนี้ ขอให้คนที่ผมเห็นไม่ใช่แค่เพียงคนหน้าเหมือนเลย



หมับ!



‘’หยุดนะ’’  ผมจับเข้าตรงที่แขนอีกคนอย่างแรงพร้อมกับหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่ เจ้าของแขนที่ผมจับอยู่ยืนหลังให้ไม่หันหน้ามาทางผม เสียงหอบหายใจของผมดังไปทั่วบริเวณบ่งบอกว่าผมเหนื่อยมากที่วิ่งมา
‘’.....’’
 อีกคนหันตัวมาทางผมก่อนจะมองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง มือที่ผมจับข้อมือเขาไว้ปล่อยออกโดยอัตโนมัติ  
‘’ซ เซฮุน...’’
‘’ผมไม่ใช่โจร ไม่ต้องตามมาจับผมหรอก’’
‘’….’’

    เซฮุนพูดจบก็เดินจากไป ผมมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความสงสัยหลายอย่างแต่กลับไม่มีคำพูดใดๆออกไปให้อีกคนได้ยินสักคำเดียว จนอีกคนเริ่มเดินจากไปไกลมากขึ้น


‘’นายมาทำอะไรที่นี่ ?’’  ผมตะโกนไปด้วยเสียงที่ไม่ดังมากเท่าไหร่แต่อีกคนที่อยู่ด้านหน้าก็ได้ยิน เซฮุนหยุดเดินและหันตัวมาทางผมอีกครั้ง ดวงตาของเราสบกันแค่เพียงคู่ก่อนที่ผมจะหันหน้าหนีไปอีกทาง แต่ผมก็เห็นเขายกยิ้มมุมปากขึ้นในขณะที่ยังจับจ้องผมอยู่ ทำไมผมประหม่าแบบนี้นะ
‘’พี่ลู่สบายดีนะครับ’’
‘’นายมาทำอะไรที่นี่ ?’’

     ผมถามคำถามเดิมออกไปอีกครั้งโดยทีไม่ได้ตอบคำถามที่เขาถามมา เซฮุนมองหน้าผมพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้มาขึ้นเรื่อยๆ ขาเล็กก้าวถอยหลังไปพร้อมกับจังหวะที่อีกคนก้าวเข้ามา ตาคมสุดเจ้าเล่ห์จ้องผมไม่กระพริบ เขาทำหน้าเหมือนในวันนั้นไม่มีผิด ผมเกลียด เกลียดสายตาแบบนี้ของเซฮุนมากที่สุด!!

‘’ก็...ไม่มีอะไรหรอกพี่’’
.
.
.
.
.

‘’แค่อยากรู้ว่าเมียเก่าที่เลิกกันไปตั้งหลายปียังสบายดีอยู่หรือป่าว : ) ’’

100%

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น