Chaptet 42
‘’อูฮยอนถ้าจะไปโรงพยาบาลโทรมาหาพี่นะ
เดี๋ยวพี่ขับรถไปส่ง’’
‘’ไม่เป็นไรครับ
ผมไปเองได้นา’’
‘’ไม่รู้แหล่ะ
ถ้าเธอไปโรงพยาบาลคนเดียวโดนแน่!!!’’
ผมอ้าปากพะงาบๆมองอีกคนเดินหอบกระเป๋าทำงานออกไปนอกห้อง
เขาไม่ลืมที่หันมาเอานิ้วชี้หน้าผมด้วย ผมไม่ได้เป็นง่อยนะเห้ย = = ทำไมต้องบังคับและเข้มงวดกับผมด้วยล่ะ
หลังจากที่อีกคนออกไปผมก็กลับมาในห้องพร้อมกับเดินเข้าไปยังห้องครัว
คิมซองกยูไม่ยอมกินข้าวเช้ากับผมเพราะเขาตื่นสาย -0- ผมเลยต้องกินข้าวคนเดียว
‘กินนมเยอะๆเข้าใจไหม
นมจืดน่ะนมจืดดดด ~’
กระดาษการ์ดสีแดงแปะอยู่หน้าตู้เย็น รอยยิ้มเล็กเผยขึ้นมาก่อนจะเปิดและหยิบนมออกมากินตามที่อีกคนสั่ง
ตอนนี้พบว่าเก้าโมงครึ่งแล้วตอนเที่ยงผมก็ต้องไปโรงพยาบาลอีก
แต่มันจะรบกวนเวลาทำงานของเขาไหม ถึงตอนเที่ยงมันจะพักเที่ยงก็เหอะ
ผมไม่อยากรบกวนเขานี่นา
‘เรามานับถอยหลังวันคริสมาร์ตกันดีกว่าค่ะท่านผู้ชม
อีกไม่กี่วันข้างหน้าก็เริ่มต้นเทศกาลคริสมาร์ตกันแล้วค่ะ
คุณได้นัดกับคนรักหรือครอบครัวหรือยังว่าไปเค้าท์ดาวน์คริสมาร์ตอิฟกันที่ไหน
ถ้ายังไม่คิดแพลนก็รีบๆกันนะคะก่อนจะสาย &*^$#&))&^%@!$^’
ปากก็ตักข้าวต้มเข้าปากส่วนหูและตาก็ดูข่าวไปด้วย
วันคริสมาร์ตจะถึงภายในอีก 4 วันข้างหน้าแล้ว ผมกับซองกยูจะไปไหนด้วยกันดีนะ
หรือปาร์ตี้กันสองคนที่บ้านดี พูดถึงก็คิดถึงเพื่อนรักขึ้นมา ปีที่ผ่านมาผมอยู่กับคีย์และสังสรรค์ด้วยกันสองคนที่บ้าน
ถ้าจะชวนมันไปด้วยคงไม่เป็นไรหรอกเนอะ
ตู๊ด......ตู๊ด.....
มือบางกดเบอร์เพื่อนรักและโทรออก เสียงสัญญาณดังขึ้นเป็นระยะ แต่ก็ไม่มีคนรับสาย
ผมกดวางสายก่อนจะกดโทรออกไปใหม่ แต่ก็ไม่มีคนรับสักที หรือว่ามันจะโกรธผมอยู่
ผมจะทำไงล่ะเนื้ย รู้สึกไม่ดีเลยที่จะต้องมาทะเลาะกันแบบนี้
ครืดดด ~
อยู่ดีๆโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น
ใจเต้นแรงขึ้นมาเพราะคิดว่าคีย์ต้องโทรกลับมาแน่ๆ
ใบหน้าเจื่อนลงเมื่อเห็นว่าเจ้าของเบอร์ไม่ใช่คนที่ตัวเองคิดที่กำลังจะง้อ แต่เป็นกลับคนรักแทน
ผมกดรับโทรศัพท์ก่อนจะกรอกเสียงสดใสลงไปให้อีกคน ห่างกันไม่ถึง ชม.
ก็โทรมาหาแล้วบ้าจริง -///-
‘’ว่าไงครับบบ’’
[กินข้าวแล้วยังนัมอูฮยอน
หืม ?]
‘’กำลังกินเลย พี่ล่ะซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตข้างบริษัทกินแล้วใช่ป่าว’’
[เรียบร้อยแล้วเหมือนกัน
เอ้อ นัมอูฮยอนเห็นสมุดสี.. แค่กๆๆ พี่ทำงานก่อนนะ]
‘’ห๊ะ สมุดอะไรหรอ’’
[ป่าวๆ พูดกับคนอื่น
แค่นี้น้า จะไปโรงพยาบาลโทรมาบอกด้วย]
ผมขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อเขาถามว่าผมเห็นสมุดอะไรของเขาสักอย่างไหม
แล้วเขาก็เปลื่ยนเรื่องเอาดื้อๆ บอกตรงๆตามไม่ทันเว้ย ทำอ้างเป็นคุยกับคนอื่น -0-
โถ่ -_-
ผมแบะปากใส่โทรศัพท์ก่อนจะลุกขึ้นเอาถ้วยไปล้าง ระหว่างที่ผมกำลังล้างอยู่นั้นก็คิดถึงภาพตาขีดขึ้นมา
เดี๋ยวนี้เขายิ้มให้ผมบ่อยมากเลย ไม่เหมือนเมื่อก่อนทำหน้าเดียวอยู่ได้ -/////-
อะไรทำให้เขามารักผมแล้วผมก็รักเขานะ พรหมลิขิตหรือป่าวงื้อออออ
----------------------------- ---------------------------
-------------------------------
-คุณนัมอูฮยอนเชิญห้องตรวจ
7777 ค่ะ-
‘’อูฮยอนอา ค่อยๆลุกนะ’’
‘’พี่ครับ
อายคนหน่อยได้มั้ย =[]=’’
‘’อายทำไมเล่า
อย่ามาปัญญาอ่อนหน่อยเลย - -‘’
ผมบ่นออดแอดเมื่อเขาทำท่าทางอย่างกับผมเป็นคนพิการมือแขนขาด้วนอยู่ได้
ตั้งแต่เข้าโรงพยาบาลมาเขาก็ประคับประคองยิ่งกว่าไข่ในหินเสียอีก
คิดไม่ออกเลยถ้ามยองซูเกิดมาเขาจะดูแลแบบไหน ผมกับเขาเดินมาถึงห้องที่หมอเรียกตรวจ
คิมซองกยูเคาะประตูสองรอบและก็เปิดเข้าไปเมื่อได้รับคำอนุญาติ
‘’สวัสดีครับคุณหมอ
ซองจุงกิ’’
‘’สวัสดีครับคุณนัมอูฮยอน….เชิญนั่งครับ’’
ผมทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามหมอก่อนจะยิ้มทักทายอย่างเป็นมิตร
ส่วนคิมซองกยูก็เช่นกัน ตอนเขาอยู่ในสภาพนี้กับตอนอยู่บ้านที่คนละเรื่องเลย
สีหน้านี้ดูแบบไม่มีเล่นๆ เขาดูเป็นผู้ใหญ่เหมาะสมกับอายุก็ตอนนี้แหล่ะ
‘’คุณเป็นยังไงบ้างครับ’’
‘’ผมก็ปกติดีครับ
แต่ช่วงนี้รู้สึกว่าเด็กจะเริ่มดิ้นแล้ว....’’
‘’แล้วกินข้าวได้ปกติไหม
มีอาการแพ้ท้องหรือป่าว’’
‘’ช่วงแรกๆเป็น
แต่ตอนนี้ผมไม่ค่อยแพ้แล้ว’’
ผมตอบหมอยิ้มๆ
ส่วนหมอก็จดอะไรไม่รู้ขยุกขยิกลงไป คิมซองกยูนั่งฟังไปด้วยพลางพยักหัวไปด้วยเหมือนเข้าใจ
แต่เขาฉลาดกว่าผมอีกนะ นับเดือนเป็นด้วย ผมยังไม่เข้าใจอะไรพวกนั้นเลย -0- หมอหยิบเครื่องมือตรวจและเปิดเครื่องซาวน์
นั่นแสดงว่าผมต้องไปนอนบนเตียงและให้หมอซาว์นท้องผมสินะ
‘’เชิญคุณนอนบนเตียงได้เลยครับ
เดี๋ยวเราจะมาดูวิวัฒนาเด็กกัน ส่วนคุณพ่อของเด็กนั่งตรงนั้นได้นะครับ’’
คำพูดในช่วงแรกหมอหันมาพูดกับผมส่วนคำหลังหันไปพูดกับซองกยู
ใบหน้าหล่อนั้นยิ้มแย้มตลอดเวลา จนผมกับหมอเห็นแล้วอดยิ้มตามไม่ได้
เมื่อรังสีแผ่ลงบนท้องที่เริ่มจะนูนขึ้นมานิดๆ ก็เห็นตัวประหลาดที่ชื่อคิมมยองซูนอนคู่อยู่ในท้อง
คิมซองกยูจับมือผมแน่น สายตาจ้องไปยังภาพไม่วางตา เขากำลังดีใจ
ดีใจไม่แตกต่างจากผมใช่ไหม
‘’ลูกเราตัวใหญ่จังอูฮยอน
หล่อเหมือนฉันเลยดูสิ’’
‘’หล่อเหมือนผมต่างหาก...ฮ่าๆๆๆ’’
‘’เด็กมีสภาพร่างกายเติบโตตามปกตินะครับ
แต่ว่าคุณอูฮยอนควรจะรับประทานอาหารเยอะกว่านี้หน่อยนึง เน้นๆพวกนม ผลไม้
อาหารบำรุงเป็นต้น เพราะดูจากน้ำหนักที่คุณชั่งมามันค่อนข้างน้อยอยู่พอสมควร
และช่วงนี้เลี่ยงได้อย่าเครียดหรือกังวลอะไรมากไปนะครับ เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อเด็กในท้องได้''
หมอพูดมายาวเหยียดก่อนจะปิดเครื่องซาว์น
ผมพยักหน้าและเมมทุกอย่างเข้าสมองและลงจากเตียงอย่างระมัดระวังโดยมีสามีสุดที่รักคอยประคองอยู่ใกล้ๆ
‘’อันนี้หมอจะพูดกับคุณพ่อของเด็กนะครับ
ในช่วงที่ภรรยาคุณเดิน หรือวิ่งอะไรงี้ก็คอยดูแลเขาไม่ให้ห่างสายตาหน่อย
และชวนเขาคุยเรื่องคลายเครียดเยอะๆ
มันส่งผลดีกับตัวของคุณนัมอูฮยอนและตัวของเด็กด้วย
หลังจากนี้ท้องของภรรยาคุณจะค่อยๆโตตามธรรมชาติครับ’’
‘’โอเคครับ ผมจะตั้งใจทำมันครับ’’
‘’พาเขาไปสูดอากาศบริสุทธิ์บ่อยๆได้ยิ่งดีครับ
ช่วงเวลานี้จะทำให้สุขภาพดีขึ้น...จากนี้ก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะครับ’’
หมอสุดหล่อพูดแล้วก็ยิ้มกว้างให้กับเราสองคน คิมซองกยูผู้ชายตาหายกระตุกแขนผมให้ลุกขึ้นยืนสักทีหลังจากที่ผมมัวแต่ยิ้มกับหมอเพลิน ก็หมอมันหล่อนี่ =[]= พอออกมานอกห้องตรวจเขาก็ออกลายทันที ใบหน้าบึ้งหน่อยๆนั้นไง
‘’เป็นอะไรครับ’’
‘’ยิ้มให้หมอทำไม
ผัวนั่งอยู่ทั้งคน’’
‘’ก็ยิ้มไม่ได้ทำอะไรเสียหายสักหน่อย
อีกอย่างหมอน่าหวานด้วยผมชอบ’’
‘’หยุดพูดเลยนะ
หล่อๆแบบฉันดีกว่าเยอะ’’
‘’เอาเหอะ เขาเป็นเจ้าของไข้ผม
ผมต้องอยู่กับเขาไปอีกนานจนกว่าจะคลอด’’
ว่าพลางแลบลิ้นกวนประสาทเขา
คิมซองกยูเอามือเขกหัวผมเบาๆพร้อมกับจูงมือเดินออกไปนอกโรงพยาบาลด้วยกัน มือเราประสานกันแน่น
ไม่ใช่ว่าไม่รู้ตัวว่าจับกัน ต่างคนต่างรู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรอยู่ในตอนนี้
และผมก็รู้สึกอบอุ่นกับมันมากเลยล่ะ จับนานๆแบบนี้ไปจนแก่ตายเลยได้มั้ย....
‘’นัมอูฮยอน’’
‘’ครับ ?’’
‘’พี่รักเรานะ’’
ไม่มีคำตอบ มีแต่สายตาส่งกลับไปแทน ผมคิดว่ามันคงอธิบายได้มากพอกว่าคำพูดเป็นหมื่นเป็นล้านคำในใจผมที่มีต่อเขาอีก
คำว่ารักบางทีไม่ต้องพูดก็เข้าใจใช่ไหม คิมซองกยู......
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ติดตามตอนต่อไป....
ขนาดหมอแปะยังหึงเนอะ นัมก็ชอบจริง55555
ตอบลบ