วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ตาขีด Chapter 42 *leadnum*

Chaptet 42



‘’อูฮยอนถ้าจะไปโรงพยาบาลโทรมาหาพี่นะ เดี๋ยวพี่ขับรถไปส่ง’’
‘’ไม่เป็นไรครับ ผมไปเองได้นา’’
‘’ไม่รู้แหล่ะ ถ้าเธอไปโรงพยาบาลคนเดียวโดนแน่!!!’’


        ผมอ้าปากพะงาบๆมองอีกคนเดินหอบกระเป๋าทำงานออกไปนอกห้อง เขาไม่ลืมที่หันมาเอานิ้วชี้หน้าผมด้วย ผมไม่ได้เป็นง่อยนะเห้ย = = ทำไมต้องบังคับและเข้มงวดกับผมด้วยล่ะ หลังจากที่อีกคนออกไปผมก็กลับมาในห้องพร้อมกับเดินเข้าไปยังห้องครัว คิมซองกยูไม่ยอมกินข้าวเช้ากับผมเพราะเขาตื่นสาย -0- ผมเลยต้องกินข้าวคนเดียว


กินนมเยอะๆเข้าใจไหม นมจืดน่ะนมจืดดดด ~’


       กระดาษการ์ดสีแดงแปะอยู่หน้าตู้เย็น รอยยิ้มเล็กเผยขึ้นมาก่อนจะเปิดและหยิบนมออกมากินตามที่อีกคนสั่ง ตอนนี้พบว่าเก้าโมงครึ่งแล้วตอนเที่ยงผมก็ต้องไปโรงพยาบาลอีก แต่มันจะรบกวนเวลาทำงานของเขาไหม ถึงตอนเที่ยงมันจะพักเที่ยงก็เหอะ ผมไม่อยากรบกวนเขานี่นา


เรามานับถอยหลังวันคริสมาร์ตกันดีกว่าค่ะท่านผู้ชม อีกไม่กี่วันข้างหน้าก็เริ่มต้นเทศกาลคริสมาร์ตกันแล้วค่ะ คุณได้นัดกับคนรักหรือครอบครัวหรือยังว่าไปเค้าท์ดาวน์คริสมาร์ตอิฟกันที่ไหน ถ้ายังไม่คิดแพลนก็รีบๆกันนะคะก่อนจะสาย &*^$#&))&^%@!$^’


       ปากก็ตักข้าวต้มเข้าปากส่วนหูและตาก็ดูข่าวไปด้วย วันคริสมาร์ตจะถึงภายในอีก 4 วันข้างหน้าแล้ว ผมกับซองกยูจะไปไหนด้วยกันดีนะ หรือปาร์ตี้กันสองคนที่บ้านดี พูดถึงก็คิดถึงเพื่อนรักขึ้นมา ปีที่ผ่านมาผมอยู่กับคีย์และสังสรรค์ด้วยกันสองคนที่บ้าน ถ้าจะชวนมันไปด้วยคงไม่เป็นไรหรอกเนอะ



ตู๊ด......ตู๊ด.....



    มือบางกดเบอร์เพื่อนรักและโทรออก เสียงสัญญาณดังขึ้นเป็นระยะ แต่ก็ไม่มีคนรับสาย ผมกดวางสายก่อนจะกดโทรออกไปใหม่ แต่ก็ไม่มีคนรับสักที หรือว่ามันจะโกรธผมอยู่ ผมจะทำไงล่ะเนื้ย รู้สึกไม่ดีเลยที่จะต้องมาทะเลาะกันแบบนี้


ครืดดด ~


      อยู่ดีๆโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น ใจเต้นแรงขึ้นมาเพราะคิดว่าคีย์ต้องโทรกลับมาแน่ๆ ใบหน้าเจื่อนลงเมื่อเห็นว่าเจ้าของเบอร์ไม่ใช่คนที่ตัวเองคิดที่กำลังจะง้อ แต่เป็นกลับคนรักแทน ผมกดรับโทรศัพท์ก่อนจะกรอกเสียงสดใสลงไปให้อีกคน ห่างกันไม่ถึง ชม. ก็โทรมาหาแล้วบ้าจริง -///-


‘’ว่าไงครับบบ’’
[กินข้าวแล้วยังนัมอูฮยอน หืม ?]
‘’กำลังกินเลย พี่ล่ะซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตข้างบริษัทกินแล้วใช่ป่าว’’
[เรียบร้อยแล้วเหมือนกัน เอ้อ นัมอูฮยอนเห็นสมุดสี.. แค่กๆๆ พี่ทำงานก่อนนะ]
‘’ห๊ะ สมุดอะไรหรอ’’
[ป่าวๆ พูดกับคนอื่น แค่นี้น้า จะไปโรงพยาบาลโทรมาบอกด้วย]



      ผมขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อเขาถามว่าผมเห็นสมุดอะไรของเขาสักอย่างไหม แล้วเขาก็เปลื่ยนเรื่องเอาดื้อๆ บอกตรงๆตามไม่ทันเว้ย ทำอ้างเป็นคุยกับคนอื่น -0- โถ่ -_-  ผมแบะปากใส่โทรศัพท์ก่อนจะลุกขึ้นเอาถ้วยไปล้าง ระหว่างที่ผมกำลังล้างอยู่นั้นก็คิดถึงภาพตาขีดขึ้นมา เดี๋ยวนี้เขายิ้มให้ผมบ่อยมากเลย ไม่เหมือนเมื่อก่อนทำหน้าเดียวอยู่ได้ -/////- อะไรทำให้เขามารักผมแล้วผมก็รักเขานะ พรหมลิขิตหรือป่าวงื้อออออ





----------------------------- --------------------------- -------------------------------





-คุณนัมอูฮยอนเชิญห้องตรวจ 7777 ค่ะ-



‘’อูฮยอนอา ค่อยๆลุกนะ’’
‘’พี่ครับ อายคนหน่อยได้มั้ย =[]=’’
‘’อายทำไมเล่า อย่ามาปัญญาอ่อนหน่อยเลย - -‘’



        ผมบ่นออดแอดเมื่อเขาทำท่าทางอย่างกับผมเป็นคนพิการมือแขนขาด้วนอยู่ได้ ตั้งแต่เข้าโรงพยาบาลมาเขาก็ประคับประคองยิ่งกว่าไข่ในหินเสียอีก คิดไม่ออกเลยถ้ามยองซูเกิดมาเขาจะดูแลแบบไหน ผมกับเขาเดินมาถึงห้องที่หมอเรียกตรวจ คิมซองกยูเคาะประตูสองรอบและก็เปิดเข้าไปเมื่อได้รับคำอนุญาติ



‘’สวัสดีครับคุณหมอ ซองจุงกิ’’
‘’สวัสดีครับคุณนัมอูฮยอน….เชิญนั่งครับ’’



      ผมทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามหมอก่อนจะยิ้มทักทายอย่างเป็นมิตร ส่วนคิมซองกยูก็เช่นกัน ตอนเขาอยู่ในสภาพนี้กับตอนอยู่บ้านที่คนละเรื่องเลย สีหน้านี้ดูแบบไม่มีเล่นๆ เขาดูเป็นผู้ใหญ่เหมาะสมกับอายุก็ตอนนี้แหล่ะ


‘’คุณเป็นยังไงบ้างครับ’’
‘’ผมก็ปกติดีครับ แต่ช่วงนี้รู้สึกว่าเด็กจะเริ่มดิ้นแล้ว....’’
‘’แล้วกินข้าวได้ปกติไหม มีอาการแพ้ท้องหรือป่าว’’
‘’ช่วงแรกๆเป็น แต่ตอนนี้ผมไม่ค่อยแพ้แล้ว’’


        ผมตอบหมอยิ้มๆ ส่วนหมอก็จดอะไรไม่รู้ขยุกขยิกลงไป คิมซองกยูนั่งฟังไปด้วยพลางพยักหัวไปด้วยเหมือนเข้าใจ แต่เขาฉลาดกว่าผมอีกนะ นับเดือนเป็นด้วย ผมยังไม่เข้าใจอะไรพวกนั้นเลย -0-  หมอหยิบเครื่องมือตรวจและเปิดเครื่องซาวน์ นั่นแสดงว่าผมต้องไปนอนบนเตียงและให้หมอซาว์นท้องผมสินะ



‘’เชิญคุณนอนบนเตียงได้เลยครับ เดี๋ยวเราจะมาดูวิวัฒนาเด็กกัน ส่วนคุณพ่อของเด็กนั่งตรงนั้นได้นะครับ’’



      คำพูดในช่วงแรกหมอหันมาพูดกับผมส่วนคำหลังหันไปพูดกับซองกยู ใบหน้าหล่อนั้นยิ้มแย้มตลอดเวลา จนผมกับหมอเห็นแล้วอดยิ้มตามไม่ได้ เมื่อรังสีแผ่ลงบนท้องที่เริ่มจะนูนขึ้นมานิดๆ ก็เห็นตัวประหลาดที่ชื่อคิมมยองซูนอนคู่อยู่ในท้อง คิมซองกยูจับมือผมแน่น สายตาจ้องไปยังภาพไม่วางตา เขากำลังดีใจ ดีใจไม่แตกต่างจากผมใช่ไหม



‘’ลูกเราตัวใหญ่จังอูฮยอน หล่อเหมือนฉันเลยดูสิ’’
‘’หล่อเหมือนผมต่างหาก...ฮ่าๆๆๆ’’
‘’เด็กมีสภาพร่างกายเติบโตตามปกตินะครับ แต่ว่าคุณอูฮยอนควรจะรับประทานอาหารเยอะกว่านี้หน่อยนึง เน้นๆพวกนม ผลไม้ อาหารบำรุงเป็นต้น เพราะดูจากน้ำหนักที่คุณชั่งมามันค่อนข้างน้อยอยู่พอสมควร และช่วงนี้เลี่ยงได้อย่าเครียดหรือกังวลอะไรมากไปนะครับ เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อเด็กในท้องได้''



       หมอพูดมายาวเหยียดก่อนจะปิดเครื่องซาว์น ผมพยักหน้าและเมมทุกอย่างเข้าสมองและลงจากเตียงอย่างระมัดระวังโดยมีสามีสุดที่รักคอยประคองอยู่ใกล้ๆ



‘’อันนี้หมอจะพูดกับคุณพ่อของเด็กนะครับ ในช่วงที่ภรรยาคุณเดิน หรือวิ่งอะไรงี้ก็คอยดูแลเขาไม่ให้ห่างสายตาหน่อย และชวนเขาคุยเรื่องคลายเครียดเยอะๆ มันส่งผลดีกับตัวของคุณนัมอูฮยอนและตัวของเด็กด้วย หลังจากนี้ท้องของภรรยาคุณจะค่อยๆโตตามธรรมชาติครับ’’
‘’โอเคครับ ผมจะตั้งใจทำมันครับ’’
‘’พาเขาไปสูดอากาศบริสุทธิ์บ่อยๆได้ยิ่งดีครับ ช่วงเวลานี้จะทำให้สุขภาพดีขึ้น...จากนี้ก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะครับ’’


     หมอสุดหล่อพูดแล้วก็ยิ้มกว้างให้กับเราสองคน คิมซองกยูผู้ชายตาหายกระตุกแขนผมให้ลุกขึ้นยืนสักทีหลังจากที่ผมมัวแต่ยิ้มกับหมอเพลิน  ก็หมอมันหล่อนี่ =[]= พอออกมานอกห้องตรวจเขาก็ออกลายทันที ใบหน้าบึ้งหน่อยๆนั้นไง


‘’เป็นอะไรครับ’’
‘’ยิ้มให้หมอทำไม ผัวนั่งอยู่ทั้งคน’’
‘’ก็ยิ้มไม่ได้ทำอะไรเสียหายสักหน่อย อีกอย่างหมอน่าหวานด้วยผมชอบ’’
‘’หยุดพูดเลยนะ หล่อๆแบบฉันดีกว่าเยอะ’’
‘’เอาเหอะ เขาเป็นเจ้าของไข้ผม ผมต้องอยู่กับเขาไปอีกนานจนกว่าจะคลอด’’


        ว่าพลางแลบลิ้นกวนประสาทเขา คิมซองกยูเอามือเขกหัวผมเบาๆพร้อมกับจูงมือเดินออกไปนอกโรงพยาบาลด้วยกัน มือเราประสานกันแน่น ไม่ใช่ว่าไม่รู้ตัวว่าจับกัน ต่างคนต่างรู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรอยู่ในตอนนี้ และผมก็รู้สึกอบอุ่นกับมันมากเลยล่ะ จับนานๆแบบนี้ไปจนแก่ตายเลยได้มั้ย....


‘’นัมอูฮยอน’’
‘’ครับ ?’’
‘’พี่รักเรานะ’’



    ไม่มีคำตอบ มีแต่สายตาส่งกลับไปแทน ผมคิดว่ามันคงอธิบายได้มากพอกว่าคำพูดเป็นหมื่นเป็นล้านคำในใจผมที่มีต่อเขาอีก คำว่ารักบางทีไม่ต้องพูดก็เข้าใจใช่ไหม คิมซองกยู......
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ติดตามตอนต่อไป....

1 ความคิดเห็น: